พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี•ตอนที่ 19

เสน่หาที่ต้องห้าม

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“เจ้ากำลังสั่น... เรน” สุ้มเสียงแหบพร่าดุจเสียงกรีดกรายของใบมีดบนกำมะหยี่ดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเย็นเยียบที่ไล้ไปตามแนวสันกรามของข้า อีลีน่าไม่ได้รอคำตอบ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของข้าแนบสนิทกับผนังหินเย็นเฉียบของห้องลับใต้ดิน กลิ่นหอมจางๆ ของกุหลาบที่โรยราและกลิ่นดินชื้นที่เป็นเอกลักษณ์ของนางโอบล้อมข้าไว้จนแทบขาดใจ ข้ากัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับลมหายใจที่สั่นไหวไม่ให้หลุดรอดเสียงสะอื้นออกมา “ท่านอีลีน่า... นี่มันผิด ท่านรู้ดีว่าสถานะของเรามันเป็นเช่นไร” “สถานะ?” เคาน์เตสผู้งดงามหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุข หากเป็นเสียงที่เจือไปด้วยความขมขื่นและแรงปรารถนาที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน นางเชยคางข้าขึ้น บังคับให้สบเข้ากับดวงตาสีเลือดที่วาวโรจน์ในความมืด “ข้าเบื่อหน่ายกับคำว่านายและบ่าวเต็มทีแล้ว เรน... ในค่ำคืนที่เงาของอเวจีกลืนกินเราเช่นนี้ เจ้ายังอยากเป็นเพียงแค่ข้าทาสรับใช้ของข้าอยู่อีกหรือ?” นางก้มลงมา กระซิบคำถามที่ทำให้หัวใจของข้ากระตุกรุนแรง ฝ่ามือที่แข็งแกร่งของนางวางทาบลงบนหน้าอกของข้า สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ ข้าหลับตาลง ภาพอดีตที่ข้าเคยเห็นจากพลังของตัวเองผุดขึ้นมาเป็นระยะ—ภาพหญิงสาวที่เคยได้รับความรักจากอีลีน่า ภาพใบหน้าของคนที่จากไป และความเจ็บปวดที่นางแบกรับไว้คนเดียวตลอดหลายศตวรรษ “ข้า... ข้าเป็นของท่าน” ข้าพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้ม “ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม” อีลีน่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาเย็นชาคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นความหิวกระหายที่อ่อนโยนจนน่ากลัว นางโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแตะกัน ลมหายใจที่แผ่วเบาของนางรินรดใบหน้าข้า “ถ้าเช่นนั้น ก็จงทำลายกฎเกณฑ์ทั้งหมดที่เจ้าสร้างขึ้นมากั้นขวางเราเสีย” นางประทับริมฝีปากลงมา ไม่ใช่จุมพิตที่เร่าร้อนเหมือนไฟ แต่เป็นจุมพิตที่เยือกเย็นและตราตรึง ราวกับการทำสัญญาเลือดที่ไม่มีวันถอนคืน ความเย็นจากร่างของนางซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อของข้า ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนลึกให้ตื่นขึ้น ข้าตวัดแขนกอดร่างของหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าไว้แน่น ปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้กัดกินเราทั้งคู่ ทุกสัมผัสของนางที่ลากผ่านผิวหนังราวกับรอยจารึกที่ข้าไม่อาจลบเลือน ความหวาดกลัวต่อลูเซียน ความกังวลต่อมรดกเลือดที่อีลีน่าแบกรับ ทุกอย่างมลายหายไป เหลือเพียงรสสัมผัสแห่งเสน่หาที่ต้องห้าม กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกไม่ได้ทำให้ข้าหวาดกลัว แต่มันกลับตอกย้ำว่า ข้าได้หลงทางเข้ามาในกับดักที่แสนหวานนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ในขณะที่ข้ากำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของอารมณ์ ร่างของอีลีน่าก็ผละออกจากข้ากะทันหัน ดวงตาสีเลือดของนางเบิกกว้าง ความสง่างามมลายหายไปกลายเป็นความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด นางหมุนตัวกลับไปทางประตูบานหนาที่เพิ่งส่งเสียงลั่นดัง ‘แกรก’ อย่างแผ่วเบา “เจ้าไม่ได้มาคนเดียวใช่ไหม?” เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความโกรธแค้น กลอนประตูเหล็กกล้าที่ถูกสะเดาะออกด้วยกุญแจผีเผยให้เห็นเงาร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบนักล่าแวมไพร์ ลูเซียนยืนอยู่ที่นั่น มือของเขากำดาบที่อาบด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แน่น แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือรอยยิ้มมุมปากของเขาที่มองมายังเราทั้งคู่—รอยยิ้มที่ไม่ได้มองมาที่ศัตรู แต่มองมาที่ 'สมบัติ' ที่เขากำลังรอคอยจะช่วงชิง “ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาที่แสนหวานนะท่านเคาน์เตส” ลูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางก้าวเข้ามาในห้อง “แต่ดูเหมือนว่าความลับที่เจ้าพยายามซ่อนไว้หลังกำแพงปราสาท... จะไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว” เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงฝีเท้าของเหล่านักล่าจำนวนมากก็ดังก้องขึ้นจากทุกทิศทางของปราสาท และสิ่งที่ทำให้หัวใจข้าแทบหยุดเต้นคือเสียงของโซ่ตรวนที่ถูกลากผ่านพื้นหินจากหน้าประตูบานหลัง—มันคือร่างของใครบางคนที่ข้าคุ้นเคยดี... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่นานมาแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเลือดสีนิล: รอยจูบใต้เงาอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%