"กล่องพัสดุนั่น... คุณเอามาจากไหนคะ"
หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองกล่องกระดาษสีน้ำตาลเข้มที่ผูกด้วยเชือกป่านแน่นหนาในมือของชายหนุ่ม กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงจากเมืองหลวงลอยจางๆ เตะจมูก แม้ในยุคแปดศูนย์นี้ การส่งพัสดุข้ามมณฑลจะเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานานแรมเดือน แต่สำหรับจางเหว่ย สามีหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งนายทหารกองร้อยพิเศษ ดูเหมือนจะมีช่องทางลับที่คนนอกคาดไม่ถึงเสมอ
จางเหว่ยไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่ระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนยามกวาดมองเรียวหนăงของภรรยาที่ขึ้นสีแดงเรื่อจากการนวดแป้งและทำขนมมาตลอดทั้งวัน
"มือเธอพองหมดแล้ว ฟางฟาง" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือวิสาสะ นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและฝึกฝนอย่างหนักค่อยๆ เอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้อย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตรงหน้าจะแตกสลาย
หลินฟางชะงักไปเล็กน้อย ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว นางพยายามจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณของการเป็นเชฟสาวผู้ระแวดระวังตัว แต่นายทหารหนุ่มกลับรั้งไว้แน่นด้วยความดื้อรั้นที่หาดูได้ยาก
"ปล่อยค่ะ ฉันต้องไปดูเตาอบ บราวน์ี่สูตรพิเศษกำลังจะได้ที่..."
"เรื่องขนมไว้ก่อนเถอะค่ะ" จางเหว่ยตัดบท น้ำเสียงของเขาแม้จะนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเผด็จการแบบฉบับนายทหาร "ภรรยาของจางเหว่ยเหนื่อยมามากพอแล้ว ตั้งแต่ผมไม่อยู่... แม่เฒ่าคงไม่ได้เข้ามาสร้างความรำคาญให้อีกใช่ไหม"
แค่เอ่ยถึงชื่อนี้ บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายจะลดอุณหภูมิลงทันที หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "สร้างความรำคาญหรือคะ? คุณแม่สามีผู้ประเสริฐคนนั้นเพิ่งจะมาประกาศกรวดน้ำคว่ำขันกับฉันเมื่อวานนี้เอง หวังจะฮุบสูตรลับแป้งพัฟของฉันไปให้ลูกสาวคนโปรด แต่เสียดายที่ฉันไม่ใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมที่ยอมให้ใครมาจิกหัวใช้งานอีกต่อไปแล้วค่ะ"
จางเหว่ยฟังแล้วไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่แววตาคู่คมกลับฉายประกายความพึงพอใจและเอ็นดูระคนกัน เขาชอบเวลาที่ภรรยามีเขี้ยวเล็บแบบนี้ นางไม่ใช่ดอกไม้ในเรือนกระจกที่รอวันเหี่ยวเฉา แต่นางคือพยัคฆ์สาวจำแลงที่พร้อมข่วนหน้าทุกคนที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น
"ทำได้ดีมากค่ะ" เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะวางกล่องพัสดุลึกลับลงบนโต๊ะไม้เนื้อ
"แล้วนั่น... อะไรคะ?" หลินฟางเบนความสนใจไปยังเป้าหมายหลัก กล่องพัสดุตราประทับลับจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ชวนให้รู้สึกระแคะระคายว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ในยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านนี้
"เปิดดูสิครับ... อ้อ, ฉันหมายถึง... เปิดดูเถอะนะ" จางเหว่ยเกือบจะเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคย แต่มุมปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นภรรยาค้อนขวับให้ด้วยความหมั่นไส้
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วเรียวแกะเชือกป่านออกอย่างระมัดระวัง ฝากล่องถูกเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของข้างในที่ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ มันไม่ใช่เอกสารราชการลับสุดยอดอย่างที่คาดคิด แต่เป็น "โฉนดที่ดินผืนใหญ่" พร้อมด้วย "สัญญาอนุญาตนำเข้าแป้งสาลีเกรดพรีเมียมจากต่างประเทศ" และจดหมายรับรองสิทธิ์การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรส่วน
สิ่งเหล่านี้... ในยุคแปดศูนย์ที่ระบบเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มเปิดเสรี แต่มันยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาล การถือครองโฉนดที่ดินเชิงพาณิชย์และสิทธิ์นำเข้าวัตถุดิบระดับนี้ เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่มีทางเอื้อมถึงต่อให้มีเงินทองมากมายแค่ไหนก็ตาม!
"นี่มัน..." หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตากลับสามี หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น อาณาจักรธุรกิจเบเกอรี่ในมิติคู่ขนานที่นางวางแผนไว้ กำลังจะมีรากฐานที่มั่นคงในโลกความเป็นจริงด้วยสิ่งเหล่านี้!
"ของขวัญต้อนรับการกลับมาของผม... และเป็นการลงทุนร่วมกันของเรา" จางเหว่ยโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ "ผู้บังคับบัญชาอนุมัติคำร้องขอปลดประจำการบางส่วนของผมแล้ว ต่อไปนี้... ผมจะเป็นพ่อบ้านเต็มตัว คอยดูแลฟางฟาง ขนส่งแป้ง ถางไร่ และปกป้องคุณจากทุกคนในตระกูลจางเอง"
คำว่า "ปกป้อง" จากปากของนายทหารผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ความกังวลใจทั้งหมดของหลินฟางมลายหายไปสิ้น นางระบายยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้งท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ จนจางเหว่ยถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ทว่า... ความสุขมักอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก
*ปึง! ปึง! ปึง!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูของแม่เฒ่าจางที่ตะโกนด่าทอเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ
"นังสะใภ้ตัวดี! หลินฟาง! แกกล้าดียังไงถึงไล่ฉันออกจากร้าน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกแอบซ่อนอาหารอร่อยไว้ข้างใน แกคิดจะกินอยู่คนเดียวโดยไม่แบ่งแม่สามีอย่างฉันงั้นเหรอ ปล่อยให้ฉันยืนตากแดดอยู่ข้างนอกแบบนี้ แกมันลูกอกตัญญู!"
บรรยากาศในห้องครัวหยุดชะงักลงทันที หลินฟางหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาสวยฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาอีกครั้ง นางกำลังจะก้าวเดินไปเปิดประตูเพื่อจัดการกับแม่สามีตัวแสบให้เด็ดขาด แต่กลับถูกมือหนาของจางเหว่ยคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
จางเหว่ยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้กลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับเทพแห่งสงครามที่พร้อมจะสังหารผู้ที่บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยา
ดวงตาคมกริบของสามีหนุ่มทหารมองตรงไปยังประตูหน้าบ้าน ก่อนจะก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างหูของหลินฟางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ
"อยู่เฉยๆ แล้วดูสามีคนนี้จัดการนะคะ... ฟางฟางของผม"
[คลิฟฟางฮุกตอนท้าย]:
จางเหว่ยเดินสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูหน้าบ้าน มือหนากระชากกลอนประตูเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างชราของแม่เฒ่าจางที่กำลังอ้าปากเตรียมจะด่าทอต่อ แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุตรชายคนรองที่คิดว่าน่าจะยังปฏิบัติภารกิจอยู่ชายแดน ร่างทั้งร่างของแม่เฒ่าก็แข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ทว่าในวินาทีที่จางเหว่ยกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมกับเสียงรถจี๊ปทหารก็ดังกระหึ่มเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าไร่ของพวกเขา... และคนที่ก้าวลงมาจากรถคันแรก กลับเป็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้!
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความอร่อยในทุกมิตินะคะ
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 24
จางเหว่ยกลับมาแล้ว
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!