ธนบัตรสีแดงปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียง "ปึก" นั้นดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งสาลีและเนยสด น้ำหนักของเงินสดในโลกยุคแปดศูนย์ช่างเป็นรูปธรรมและหอมหวานยิ่งกว่ากลิ่นขนมปังอบใหม่เสียอีก
"น...นี่มันเท่าไหร่กันคะเนี่ย"
เสียงของจางเหว่ยสั่นพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ มือใหญ่ที่มักจะถือปืนและบัญชาการรบอย่างมั่นคง กลับสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะปึกเงินสดตรงหน้า
หลินฟางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เธอนวดแป้งในอ่างไม้ต่อด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ได้ตื่นตระหนกไปกับความมั่งคั่งตรงหน้าแม้แต่น้อย สำหรับอดีตเชฟระดับแถวหน้าอย่างเธอ ตัวเลขกำไรจากการขายพายแอปเปิ้ลและขนมปังเนยสดสูตรพิเศษในตลาดมืดเมื่อรุ่งสาง เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่เธอวางแผนไว้เท่านั้น
"สามร้อยสิบหยวนค่ะ" หลินฟางตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสุกใสเหลือบมองสามีหนุ่มที่ทำหน้าเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง "หักต้นทุนแป้ง น้ำตาล และเนยจากมิติพิเศษไปนิดหน่อย นี่คือกำไรสุทธิที่เราหามาได้ในเวลาแค่สามชั่วโมงค่ะ คุณสามี"
สามร้อยสิบหยวน! ในยุคที่ค่าแรงเฉลี่ยของคนงานโรงงานอยู่ที่ราวๆ สามสิบหยวนต่อเดือน เงินจำนวนนี้เท่ากับเงินเดือนทั้งปีของคนงานทั่วไปเลยทีเดียว!
จางเหว่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากวาดสายตามองภรรยาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความทึ่ง ความรัก และความเคารพที่พุ่งทะยานจนล้นอก ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะดูแลเธอไม่ให้ลำบาก แม้เงินเดือนทหารจะพอมีเกียรติแต่ก็ขัดสน วันนี้... ภรรยาตัวน้อยที่เคยถูกแม่เฒ่าจางโขกสับและมองว่าเป็นตัวภาระ กลับสร้างปาฏิหาริย์ด้วยสองมือและสูตรอาหารลึกลับที่เขาไม่เคยรู้ที่มา
"ฟางฟาง... คุณเก่งเกินไปแล้ว" จางเหว่ยเอ่ยเสียงแหบพร่า เขยิบเข้าไปใกล้แล้วสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างลืมตัว เอาคางเกยไหล่ภรรยา สูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมของเธอ "ถ้าแม่รู้เข้า..."
"ถ้าแม่รู้ แม่ก็จะพยายามแย่งไปเหมือนทุกทีไงคะ" หลินฟางหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววเยียบเย็นวับขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอไม่ได้ใจร้าย แต่คนอย่างแม่เฒ่าจางและน้องสามีที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อสมควรได้รับบทเรียน "เพราะฉะนั้น เงินก้อนนี้... เราจะแบ่งเก็บเป็นทุนสร้างบ้านหลังใหม่ และอีกส่วน... ฉันจะเอาไปลงทุนซื้อเตาอบเหล็กหล่อขนาดใหญ่จากในเมืองค่ะ"
ก๊อกๆๆ!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่เฒ่าจางแผדแผดลอดเข้ามาในบ้าน
"หลินฟาง! นังตัวดี! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้ย่อมั้ย! ฉันรู้ว่าแกแอบทำของกินอร่อยๆ ซ่อนไว้ในบ้าน กลิ่นมันโชقออกมาถึงหน้าปากซอยแล้ว! อย่าคิดว่าแต่งงานกับลูกชายฉันแล้วจะรวยคนเดียวนะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในห้องครัวเปลี่ยนไปในพริบตา จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่หลินฟางกลับวางก้อนแป้งในมือลง ช้าๆ และสง่างาม เธอยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของสามีเป็นเชิงห้ามปราม
"ใจเย็นๆ สิคะ คุณสามี..." หลินฟางกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย้ายวนแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ "ปล่อยให้แม่เข้ามาดูสิคะ ว่าวันนี้... เรากำลัง 'นับเงิน' กันอย่างมีความสุขแค่ไหน"
จางเหว่ยชะงักไปนิด ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ภรรยาของเขานับวันยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็หลงรักความร้ายกาจนี้จนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
หลินฟางเดินไปปลดกลอนประตูช้าๆ ประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างท้วมของแม่เฒ่าจางที่ยืนเท้าสะเออหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ พร้อมด้วยสะใภ้รองที่ชะเง้อคอมองเข้ามาด้านหลังด้วยความโลภ
แต่ทว่า... สิ่งที่แม่เฒ่าจางเห็นไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมของเนยและแป้ง
ดวงตาฝ้าฟางของแม่เฒ่าจางเบิกกว้างค้างเติ่ง เมื่อกวาดสายตาไปเห็นธนบัตรสีแดงปึกหนาวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะกลางห้องครัว!
เงิน... เงินสดเป็นปึก! มากกว่าที่คนแก่คนหนึ่งจะจินตนาการได้ในชีวิตนี้!
แม่เฒ่าจางอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโลภจะเข้าครอบงำจนดวงตาส่อประกายวาววับน่าเกลียด นังลูกสะใภ้คนนี้ซ่อนเงินก้อนโตไว้สินะ!
"นะ...นั่นมันเงินอะไร!" แม่เฒ่าจางแผดเสียงแหลม พุ่งพรวดเข้ามาในบ้านหมายจะตะครุบปึกเงินนั้นทันที "เงินนี่ต้องเป็นของบ้านจาง! แกมันแค่คนนอก กล้าดียังไงมาฮุบเงินทองเหล่านี้ไว้คนเดียว นังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!"
ทว่า... ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะทันได้แตะธนบัตรใบแรก มือแกร่งดั่งคีมเหล็กของจางเหว่ยก็คว้าข้อมือของแม่เฒ่าจางไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนแม่เฒ่าร้องโอดครวญ
"แม่ครับ พอได้แล้ว" เสียงทุบตักเตือนของจางเหว่ยเย็นเยียบไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสีนิลจ้องมองมารดาแท้ๆ ด้วยความผิดหวัง "บ้านนี้แยกครัวกันมาสามเดือนแล้ว เงินนี่คือหยาดเหงื่อของฟางฟาง แม่ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่แดงเดียว!"
"ไอ้ลูกเนรคุณ! แกกล้าทำกับแม่แบบนี้เหรอ!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องโวยวาย ล้มตัวลงกับพื้นดินหน้าห้องครัว ทำท่าจะชักดิ้นชักงอเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้าน "ช่วยด้วย! ลูกชายอกตัญญูกับเมียมันรังแกคนแก่! ใครก็ได้มาดูที!"
เสียงโวยวายเริ่มดึงดูดสายตาของเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมา หลายคนหยุดยืนมุงและซุบซิบกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม่เฒ่าจางยิ้มเยาะในใจ คิดว่าอย่างไรเสียลูกชายก็ต้องยอมจำนนต่อหน้าความอับอายขายหน้า
แต่หลินฟางกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าแม่เฒ่าจางที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้น รอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงด้วยความเฉียบคมถูกส่งไปให้แม่สามี
"แม่คะ จะโวยวายให้เสียเวลาทำไมล่ะคะ..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กังวานชัดเจนพอให้ชาวบ้านที่มุงอยู่ได้ยินถ้วนหน้า "ในเมื่อแม่บอกว่าอยากได้เงินนัก งั้นเรามาทำสัญญา 'ซื้อขายขาด' กันดีไหมคะ? ถ้าแม่เซ็นชื่อตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่มายุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีก ฉันยินดีให้เงินก้อนนี้กับแม่ไปเลย... ดีไหมคะ?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ แม่เฒ่าจางชะงักกึก ลืมร้องไห้ไปชั่วขณะ เช่นเดียวกับจางเหว่ยที่หันมามองภรรยาด้วยความตกใจ
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะนั้นเอง...
เสียงปรบมือดัง "แปะๆๆ" อย่างแผ่วเบา แต่ทรงพลังดังมาจากเงาไม้หน้าบ้าน ร่างสูงโปรสง่าของชายแปลกหน้าในชุดสูทจีนโบราณปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก
"ข้อเสนอน่าสนใจนี่ครับคุณสะใภ้หลิน..." ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม "แต่เกรงว่าเงินสามร้อยหยวนนี้... คงเทียบไม่ได้กับ 'สูตรลับ' ที่คุณถืออยู่ในมือหรอกกระมังครับ"
ดวงตาของหลินฟางหรี่แคบลงทันที หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักว่า... ความลับเรื่องมิติพิเศษและสูตรอาหารของเธอ กำลังถูกจับตามองจากบุคคลที่อันตรายที่สุดในเมืองหลวงแล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความหวานและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 9
กำไรก้อนแรก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!