"ถ้าแกกล้าเอาข้าวสารในบ้านไปขายให้พวกพ่อค้าเถื่อนอีกแม้แต่เมล็ดเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้กองจางให้หย่ากับแกซะ!"
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าจางแผดลั่นจนผนังดินเหนียวสั่นสะเทือน หล่อนยืนเท้าสะเอวขวางประตูครัว ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่รีดจ้องมองหลินฟางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งเห็นลูกสะใภ้คนรองกำลังจัดเตรียมตะกร้าไม้ไผ่ที่คลุมด้วยผ้ากระสอบเก่าๆ หญิงแก่ก็ยิ่งเต้นเร่าด้วยความริษยา
หลินฟางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง หล่อนเพียงแค่ขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มบางเบา มือเรียวสวยยังคงบรรจงเรียงผักกวางตุ้งป่าที่เพิ่งเก็บจากมิติบิ๊กคลังสินค้าลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอม ผักแต่ละต้นอวบออแก닉 ใบสีเขียวสดกรอบราวกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า และที่สำคัญคือขนาดของมันใหญ่โตกว่าผักทั่วไปในตลาดสหกรณ์ถึงเท่าตัว
"เชิญฟ้องตามสบายเลยค่ะคุณแม่" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นุ่มนวล ทว่ากลับมีพลังกดดันบางอย่างที่ทำให้แม่เฒ่าจางชะงักไปชั่วขณะ "แต่ก่อนจะไปฟ้อง... ช่วยกรุณาทบทวนความจำสักนิดนะคะว่า เงินเดือนทหารก้อนสุดท้ายของพี่เหว่ย คุณแม่เพิ่งเอาไปซื้อสร้อยเงินให้พี่สะใภ้ใหญ่ใส่เดินอวดชาวบ้านเมื่อวานนี้ไม่ใช่หรือคะ? ถ้าฉันไม่หาเงินมาซื้อแป้งสาลีและน้ำมันหมูเข้าบ้าน ป่านนี้ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่คงไม่มีแรงแม้แต่จะแบกปืนไปฝึกหัดในค่ายหรอกค่ะ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" แม่เฒ่าจางหน้าดำคร่ำเครียด ขาสั่นเทาด้วยความแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะลึกๆ แล้วหล่อนรู้ดีว่าช่วงหลังมานี้ครอบครัวรอดตายจากความอดอยากได้ก็เพราะฝีมือของหลินฟางทั้งสิ้น
"ถ้ารู้สึกว่าอากาศในครัวมันร้อนนัก เชิญไปนั่งรับลมที่ลานบ้านเถอะค่ะ ฉันต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวตลาดมืดจะวายเสียก่อน" หลินฟางสะพายตะกร้าขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมจางๆ ของดินอุดมสมบูรณ์และผักสดสะอาดลอยกรุ่นออกมาจากตะกร้าเตะจมูกแม่เฒ่าจางเข้าเต็มเป้า จนหญิงแก่เผลอกลืนน้ำลายเอืือกใหญ่อย่างลืมตัว
บรรยากาศยามพลบค่ำของอำเภอเล็กๆ ทางตอนเหนือในยุค 80 เต็มไปด้วยความเงียบงันและระมัดระวัง ตลาดมืดซ่อนตัวอยู่หลังซากโรงงานร้างริมทางรถไฟ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่สาดส่องกระทบใบหน้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนที่กำลังกระซิบกระซาบซื้อขายตั๋วปันส่วนและสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี หลินฟางสวมผ้าคลุมศีรษะสีเข้มอำพรางใบหน้า ก้าวเท้าอย่างมั่นคงเข้าไปในมุมมืดที่ค่อนข้างลับตาคน
"รับอะไรดีลุง... เอ้ย น้องสาว มาทำอะไรแถวนี้ ที่นี่ไม่มีผักแจกฟรีหรอกนะ" ชายร่างท้วมไว้หนวดเคราครึ้ม เจ้าถิ่นประจำมุมนั้นเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง ขณะเหล่ตามองตะกร้าสะพายหลังของหลินฟางด้วยความระแวง
หลินฟางไม่พูดพร่ำทำเพลง หล่อนค่อยๆ เปิดผ้ากระสอบออกครึ่งหนึ่ง แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับยอดผักกวางตุ้งและมะเขือเทศสีแดงสดใสราวกับทับทิม เม็ดน้ำค้างเทียมจากมิติยังคงเกาะพราวอยู่บนใบไม้ ส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของพืชผลออร์แกนิกพุ่งทะลักออกมาทันที
ชายร่างท้วมชะงักกึก ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองผักในตะกร้าค้างเติ่ง ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผักใบเขียวเหี่ยวเฉาตามฤดูกาลคือสิ่งเดียวที่หาได้ในตลาดรัฐบาล แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขากลับเป็นผักที่สมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด
"นี่... นี่มันผักอะไรวะเนี่ย?" เสียงของชายร่างท้วมสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "ขายยังไง? ฉันเหมาหมดนี่เท่าไหร่!"
"ใจเย็นๆ ค่ะพี่ชาย" หลินฟางยิ้มหวานผ่านผ้าคลุม "ผักของฉันไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัมแบบทั่วไปนะคะ แต่ขายเป็นมัด มัดละสองเหมา แถมกระเทียมป่าปลอดสารให้อีกหนึ่งหัว"
"สองเหมา?! แพงกว่าตลาดรัฐบาลตั้งสามเท่า แกจะปล้นกันหรือไง!" พ่อค้าเถื่อนอีกคนโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ แต่สายตากลับไม่ยอมละไปจากมะเขือเทศลูกโตในตะกร้าเลยแม้แต่นินเดียว
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของหล่อนเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ปฏิเสธไม่ได้ "แพงหรือถูก... ลองพิจารณาจากคุณภาพเอาเองนะคะพี่ ถ้าพี่เอาผพวกนี้ไปวางขาย รับรองว่าพวกภรรยาข้าราชการระดับสูงในเขตทหารต้องแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในห้านาทีแน่ๆ และที่สำคัญ..." หลินฟางโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ "ฉันมีของดีอีกอย่างที่จะให้พี่ลองชิมดูก่อนตัดสินใจ"
หล่อนควกลาวาบัน (ซาลาเปาไส้ลาวาเยิ้มๆ) ที่เพิ่งอบร้อนๆ จากเตาในมิติออกมาหนึ่งลูก กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและไข่เค็มลาวาฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกมืดทันที ไอร้อนลอยกรุ่นตัดกับอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน ทำเอาพ่อค้าทั้งสองคนถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ท้องร้องโครกคราออกมาพร้อมกันอย่างควบคุมไม่ได้
ชายร่างท้วมคว้าซาลาเปาไปกัดเข้า1คำเต็มๆ เปลือกแป้งนุ่มฟูละลายในปาก ตามด้วยไส้เค็มมันเข้มข้นที่ทะลักทลายออกมาสัมผัสลิ้น รสชาติอร่อยล้ำลึกที่เขาไม่เคยลิ้มรสชาติแบบนี้มาทั้งชีวิต ทำเอาดวงตาของพ่อค้าเถื่อนเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน น้ำตาซึมออกมาด้วยความซาบซึ้ง
"แม่เจ้า... นี่มันรสชาติอะไรกันวะเนี่ย! อร่อยจนฉันแทบอยากจะร้องไห้!"
พริบตานั้นเอง ฝูงชนที่เดินตรวจตราในตลาดมืดก็หันขวับมาตามกลิ่นหอมอันเย้ายวน เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังก้าวตรงเข้ามายังมุมมืดที่หลินฟางยืนอยู่ พร้อมกับเสียงตะโกนเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารที่ดังขึ้นจากปากตรอก
"เฮ้ย! ตรงนั้นมีย้วยสุมหัวทำอะไรกัน แยกย้ายเดี๋ยวนี้!"
หลินฟางใจกระตุกวูบ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งกว้างขึ้น มือเรียวเตรียมคว้าตะกร้าเตรียมถอยหนีเข้าสู่มิติลับ ทว่าจู่ๆ ก็มีมือหนาอันคุ้นเคยเอื้อมมาคว้าข้อมือหล่อนไว้แน่น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ก้าวเข้ามาบังร่างของหลินฟางไว้มิดชิดจากสายตาคนภายนอก
"ภรรยา... ผมบอกแล้วไงครับว่าออกมาดึกแบบนี้มันอันตราย" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูกระซิบข้างหู พร้อมกับดวงตาคมกริบของจางเหว่ยที่มองตรงมาที่หล่อนด้วยแววตาดุแกมเอ็นดู "ไหน... บอกผมซิว่าวันนี้คุณซ่อนความลับอะไรไว้อีก ถึงทำให้ตลาดมืดแตกตื่นได้ขนาดนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความหวานและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 8
ตลาดมืดคึกคัก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!