"ถ้าพวกแกกล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาสากกะเบือฟาดหน้าให้ยุบไม่เหลือเค้าเดิมแน่!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณหลังบ้าน ท่อนไม้เนื้อแข็งในมือถูกกระแทกลงบนพื้นดินแห้งแล้งจนฝุ่นตลบอบอวล แม่เฒ่าจางที่กำลังเงื้อมือทำท่าจะพุ่งเข้ามาแย่งตะกร้าไม้ไผ่ถึงกับสะดุ้งโหย่ง ชะงักฝีเท้ากึกด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา
"นัง... นังลูกสะใภ้ตัวดี! แกกล้าขู่ฉันงั้นเรอะ! นี่มันบ้านตระกูลจางนะ ปีกกล้าขาแข็งมาจากไหนถึงกล้าไล่แม่สามี!" แม่เฒ่าจางแผดเสียงแหลมสูงจนนกกระจอกบนต้นไม้ข้างรั้วบินหนีแตกตื่น มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลินฟางด้วยความเคียดแค้น
หลินฟางมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาเยдяยะเยือกแต่แฝงไปด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอปัดเศษดินออกจากสองมืออย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างของแม่สามีทีละก้าวอย่างกดดัน
"บ้านตระกูลจาง? น่าขำสิ้นดีค่ะคุณแม่ ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา มีวันไหนบ้างที่พวกท่านไม่เคยสูบเลือดสูบเนื้อฉันกับพี่เหว่ย? เงินเดือนทหารของสามีฉันกี่หยวนที่ถูกพวกท่านรีดไถไปจนเกลี้ยง แม้แต่แป้งสาลีสักถุงยังไม่มีสิทธิ์เก็บไว้กินเอง... อ้อ ถ้าอยากได้ที่ดินหลังบ้านนัก ทำไมไม่ลองถามตัวเองดูล่ะคะ ว่าผืนดินรกร้างตรงนี้เคยทำประโยชน์อะไรให้พวกท่านบ้าง นอกจากปล่อยให้ขึ้นวัชพืชรกทึบจนกลายเป็นที่ทิ้งขยะ!"
จางเหว่ยที่ยืนถือจกเหล็กมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ ก้าวเข้ามาขวาง1ก้าวอย่างปกป้อง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดุคมกริบมองมารดาตัวเองด้วยความผิดหวังระคนเหนื่อยหน่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง
"แม่กลับไปเถอะครับ... ที่ตรงนี้ หลินฟางเป็นคนจัดการแล้ว และผมก็เห็นด้วยทุกประการ"
"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเข้าข้างนังนี่งั้นเหรอ!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องโหยหวนราวกับจะขาดใจ ทุบอกชกตัวด้วยความคับแค้นใจ ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับแววตาเย็นชาไร้เยื่อใยของบุตรชายและท่าทีแข็งกร้าวราวกับปีศาจสาวของลูกสะใภ้ นางจึงทำได้เพียงกัดฟันกรอด ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายลับไปจากรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงด่าทอสาปแช่งที่ค่อยๆ เบาลงตามระยะทาง
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หลินฟางผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดจางหายไปเหลือเพียงประกายตาสดใสที่เป็นประกายยามทอดมองผืนดินกว้างเบื้องหน้า
พื้นที่รกร้างหลังบ้านขนาดเกือบสองหมื่นตารางเมตรในยามนี้ เต็มไปด้วยเศษหิน วัชพืชแห้งกรอบ และดินกระด้างที่ผ่านการตากแดดมานานนับปี คนทั่วไปคงมองว่าเป็นขยะไร้ค่าที่ไม่มีวันปลูกอะไรขึ้น แต่นี่คือสวรรค์สำหรับอดีตเชฟมือทองผู้ครอบครอง "มิติบิ๊กคลังสินค้า" ที่บรรจุทั้งปุ๋ยอินทรีย์นาโน เมล็ดพันธุ์พืชเกรดพรีเมียมจากโลกอนาคต และระบบควบคุมความชื้นอัตโนมัติ
"เหนื่อยหน่อยนะคะคุณสามี" หลินฟางหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้สามีหนุ่ม น้ำเสียงที่เอ่ยเปลี่ยนจากโหมดเฉียบคมเป็นความอ่อนโยนละมุนละไมในพริบตา
จางเหว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางจอบในมือลง ก่อนจะเดินเข้ามาใช้มือหนาปัดหยาดเหงื่อบนหน้าผากเนียนของภรรยาอย่างเบามือ แววตาที่มองเธอมีแต่ความรักและความเอ็นดูระคนทึ่ง
"พี่ต่างหากที่ต้องเหนื่อย... ว่าแต่น้องฟางแน่ใจแล้วเหรอว่าจะเนรมิตที่ดินผืนนี้ให้กลายเป็นแปลงผักจริงๆ ดินมันแข็งขนาดนี้ ต่อให้ขุดจนมือแตกก็คงเพาะอะไรไม่ขึ้นหรอกครับ"
หลินฟางหัวเราะคิกคักเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความมั่นใจ เธอหยิบขวดแก้วใบเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา ภายในบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตเรืองแสงจางๆ ซึ่งเป็นน้ำยาเร่งรากและปรับสภาพดินสูตรลับเฉพาะจากมิติพิเศษ
"เรื่องดินกระด้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้เถอะค่ะ... สิ่งที่พี่ต้องทำตอนนี้ คือช่วยน้องขุดหลุมตามจุดที่น้องปักป้ายไม้ไผ่ไว้นี่ต่างหากค่ะ"
ว่าแล้วหลินฟางก็เริ่มลงมือทันที เธอใช้จอบขุดพรวนดินชั้นบนออกอย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างกายบอบบางแต่ทุกท่วงท่ากลับเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและแม่นยำ อาศัยจังหวะที่จางเหว่ยหันไปหยิบอุปกรณ์ เธอแอบแตะหยดน้ำยาจากมิติบิ๊กคลังสินค้าลงไปในดินเพียงไม่กี่หยด
ปาฏิหาริย์บังเกิดแทบจะทันที!
ดินสีน้ำตาลแห้งผากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและมีความร่วนซุยอย่างน่าอัศจรรย์ กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายดินหลังฝนตกใหม่ๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตาเดียว เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวและมะเขือเทศราชินีที่หลินฟางหย่อนลงไป ก็เริ่มแตกหน่อสีเขียวอ่อนชูช่อรับแสงแดดยามบ่ายอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
จางเหว่ยที่หันกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขาขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความแน่ใจ ผัก... ผักเติบโตขึ้นมาเป็นคืบภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีเนี่ยนะ? นี่มันไม่ใช่การทำเกษตรธรรมดาแล้ว!
"นี่มัน... น้องฟาง... หรือว่าเธอ..." จางเหว่ยหันไปมองภรรยาด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่นเล็กน้อย
หลินฟางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นมือไปแตะปลายคางของสามีหนุ่มเบาๆ อย่างหยอกเย้า ดวงตาพราวเสน่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"ความลับค่ะคุณสามี... แต่รับรองว่าผลผลิตล็อตแรกของเรา จะทำให้ตลาดมืดในเมืองต้องสั่นสะเทือนแน่นอน"
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จขั้นแรก กลิ่นหอมกรุ่นอันเย้ายวนใจของ "ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน" และ "หมั่นโถวนึ่งร้อนๆ" ที่หลินฟางแอบอุ่นเตรียมไว้ในมิติลับ ก็โชยข้ามกำแพงรั้วบ้านกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนบ้านเรือนข้างเคียงต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความหิวโหย
ทว่า... ท่ามกลางกลิ่นหอมที่ตลบอบอวลนั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูโครมครามและเสียงตะโกนด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความโลภ
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้ข้างใน นังตัวดี เอาเนื้อหมูออกมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นฉันจะพาทุกคนมาพังบ้านแกแน่!"
ดวงตาของหลินฟางหรี่แคบลง รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปจัดการกับตัวปัญหาที่หน้าบ้าน ทว่าจู่ๆ จางเหว่ยกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหลัง พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาชิดอกแกร่ง ดวงตาดุคมเข้มลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่เธอยังคาดไม่ถึง
"อยู่เฉยๆ ครับที่รัก... เรื่องข้างนอก ปล่อยให้สามีคนนี้จัดการเอง แต่ก่อนอื่น..." จางเหว่ยโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหีบปากของเธอ แววเจ้าเล่ห์ฉายชัดในดวงตาคู่นั้น "...เรามาตกลงกันก่อนดีกว่า ว่ารางวัลหลังจากจัดการป้าแก่คนนั้นเสร็จแล้ว... ภรรยาจะยอมทำเมนูโปรดให้ผมกินสักกี่จาน?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความหวานและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 6
ขุดสมบัติในหลังบ้าน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!