"ถ้าคิดว่าฉันจะก้มหัวรับเศษเงินสามสิบหยวนแล้วย้ายออกไปอย่างน่าสมเพชเหมือนในอดีตล่ะก็... คงต้องบอกว่าพวกคุณคำนวณตัวเลขในบัญชีผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ, คุณแม่สามี"
น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง แสงไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดวับแวมสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของแม่เฒ่าจางที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน
รอบตัวพวกเขาทั้งสามชีวิตเวลานี้ คือซากปรักหักพังของ "กระท่อมท้ายหมู่บ้าน" ที่ถูกเรียกว่าบ้านร้างมานานนับทศวรรษ หยาดน้ำค้างยามค่ำคืนเกาะพราวตามผนังไม้ผุพัง กลิ่นอับชื้นของดินและซากใบไม้แห้งตีขึ้นจมูก แต่ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าหดหู่เช่นนี้ กลับมีกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งสาลีชั้นดีลอยวนเวียนอยู่จางๆ อย่างไม่เข้ากับสถานที่เอาเสียเลย
จางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเครื่องแบบทหารบดบังลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่ไร้บานกระจก ดวงตาคมกริบมองมารดาแท้ๆ ของตนด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใย
"เหว่ยอิง! แกกล้าใช้สายตาแบบนี้มองแม่หรอไอ้ลูกอกตัญญู! เพราะนังผู้หญิงสารเลวคนนี้คนเดียว ทำให้แกกล้าขัดคำสั่งฉัน!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องด้วยความเหลืออด สองมือเหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความแค้น "แกยอมทิ้งบ้านใหญ่เพื่อมาซุกหัวนอนในกองขยะเนี่ยนะ! อีกสามวันพวกตระกูลหลิวจะมาทวงเงินกู้ ถ้าไม่มีเงินห้าพันหยวน พวกมันเอาแกเข้าคุกแน่!"
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟัง หญิงสาวก้าวเท้าออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่ส่องลอดหลังคาผุๆ ลงมากระทบดวงหน้าเรียวสวยที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยືือกเย็น มือเรียวบางปัดฝุ่นออกจากเสื้อคลุมผ้าฝ้ายอย่างไม่รีบร้อน
"เงินห้าพันหยวนเหรอคะ? สำหรับฉันแล้ว มันเป็นเพียงแค่ยอดขายของขนมปังเนยสดล็อตล่าสุดในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเองนะคะ, คุณแม่" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ พลางหยิบกระดาษรายรับรายจ่ายที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบขึ้นมาสะบัดเบาๆ "ส่วนเรื่องที่ท่านหัวหน้าคณะทูตกำลังยืนรอพบฉันอยู่ที่หน้าปากซอยเพื่อขอซื้อสูตรลับ... อืม น่าเสียดายจางนะคะที่ฉันยังไม่มีอารมณ์จะต้อนรับใครตอนนี้ เพราะฉันกำลังยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านหลังใหม่ของสามีฉันค่ะ"
สีหน้าของแม่เฒ่าจางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวราวกับคนท้องผูก อาการอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำปรากฏขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'หัวหน้าคณะทูต' ในยุคปีแปดศูนย์นี้ ใครๆ ก็รู้ว่าบุคคลระดับนั้นทรงอิทธิพลเพียงใด หากหลินฟางสามารถผูกมิตรกับคนระดับนั้นได้ ต่อให้ตระกูลจางทั้งตระกูลกราบกรานขอส่วนบุญ ก็ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับนางด้วยซ้ำ!
"แก... แกโกหก! นังสารเลว!"
"จะโกหกหรือไม่ เดี๋ยวท่านก็คงได้เห็นด้วยตาตัวเองค่ะ" หลินฟางหันไปสบตากับจางเหว่ย สามีหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้แค่ภรรยาคนนี้เพียงคนเดียว มือหนายื่นเข้ามาโอบไหล่บางไว้หลวมๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างนาง ไม่ว่าฟ้าถล่มหรือแผ่นดินทลาย
ในมิติคลังสินค้าส่วนตัวของหลินฟางเวลานี้ อุปกรณ์ทำเบเกอรี่สแตนเลสสตีลเงาวับนับร้อยชิ้น วัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากโลกอนาคต และเตาอบพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังรอเวลาถูกนำออกมาเนรมิตให้กระท่อมร้างหลังนี้กลายเป็นอาณาจักรขนมหวานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑล
ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ที่แทบจะหลุดออกจากบานพับ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบยามวิกาลเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ขอประทานโทษครับ... มีใครอยู่ข้างในไหมครับ? ผมเลขาธิการส่วนตัวของท่านทูต... เดินทางมาตามคำเชิญเพื่อขอเข้าพบคุณหลินฟางครับ!"
เสียงตะโกนจากชายแปลกหน้าที่ดังมาจากหน้าประตูกระท่อม ทำให้แม่เฒ่าจางถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที ส่วนหลินฟางกลับค่อยๆ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามและทรงพลังที่สุด... เกมเริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความหวานและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 5
กระท่อมร้างหลังใหม่
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!