"ถ้าพวกคุณยังเอาแต่ยืนอออยู่หน้าประตูรั้วบ้านฉัน แล้วส่งเสียงกระซิบกระซาบเรื่องต่ำทรามแบบนี้อีกสักคำเดียว น้ำแกงกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อนี้ที่เพิ่งเคี่ยวจนเดือดพล่าน คงได้เปลี่ยนเป้าหมายจากการราดลงชามข้าว ไปสาดใส่หน้าพวกปากหอยปากปูให้หายอยากเสียหน่อยนะคะ"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดผ่าตัดดังขึ้น ทำเอาบรรדתกลุ่มแม่บ้านตระกูลจ้าวและป้าสะใภ้รองที่กำลังจับกลุ่มนินทากันอย่างสนุกปากถึงกับสะดุ้งโหยง หลินฟางก้าวออกมาจากประตูครัวพร้อมกับทัพพีไม้ในมือ ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้และแป้งซาลาเปานมสดที่เธอกำลังนวดเตรียมไว้สำหรับขายส่งตลาดเช้าวันพรุ่งนี้ลอยฟุ้งตลบอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดหน้าบ้านได้อย่างน่าประหลาด
"แหม... หลินฟาง เธอจะร้อนตัวไปทำไมกันเล่า พวกเราก็แค่วิตกกังวลแทนในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี" ป้าสะใภ้รองฝืนยิ้มแห้ง ปัดมือปัดไม้ราวกับรังเกียจกลิ่นหอมของอาหารที่โชยออกมาจากบ้านหลังนี้ "ใครๆ เขาก็ลือกันทั้งหมู่บ้านว่าแป้งสาลีขาวจั๊วะและเนื้อหมูชิ้นหนาเตอะที่เธอเอาไปทำซาลาเปาขายในตลาดมืดช่วงนี้... ได้มาจากการไปปรนเปรอผู้ชายอื่นลับหลังจางเหว่ยไม่ใช่หรือไง? ผัวไปเข้าค่ายทหารตั้งหลายเดือน แต่เมียกลับมีเงินซื้อของดีๆ กินไม่ขาดมือ น่าสงสัยเสียจริงว่าใช้วิธีสกปรกอะไรแลกมา!"
คำพูดสาดโคลนนั้นถูกปล่อยออกมาอย่างจงใจเพื่อให้คนเดินผ่านไปมาได้ยิน ทว่าหลินฟางกลับไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่นอย่างที่พวกมันคาดหวัง หญิงสาวเพียงแต่คลายผ้ากันเปื้อนสีสะอาดออกจากเอว วางทัพพีลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่มั่นคง แล้วค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้รั้วไม้ไผ่ทีละก้าวอย่างสง่างาม
ในยุคแปดศูนย์ที่ความอดอยากยังเป็นเงาตามตัวของทุกครัวเรือน ความอิจฉาริษยาคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่พร้อมแผดเผาคนได้ตลอดเวลา หลินฟางรู้ดีว่าข่าวลือเรื่องการ "คบชู้" หรือ "ทำมาหากินผิดกฎหมาย" เป็นอาวุธสกปรกที่พวกคนว่างงานชอบหยิบมาใช้ทำลายผู้หญิงที่ยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเอง แต่สำหรับเธอผู้เป็นอดีตเชฟมือทองและเจ้าของมิติคลังสินค้าที่มีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล คำพูดไร้สาระพวกนี้เป็นเพียงเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนเท่านั้น
"วิธีสกปรกงั้นหรือคะ?" หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายเผลอกลืนน้ำลาย "ป้าสะใภ้รองคะ ความอิจฉาริษยาจนตาบอดมันทำให้สมองส่วนหน้าของป้าฝ่อลงไปหมดแล้วหรือคะ ถึงได้คิดว่าคนอื่นจะต้องเอาตัวเข้าแลกเหมือนกับหลานสาวของป้าที่เคยวิ่งตามนายพรานเข้าป่าเมื่อปีที่แล้ว? เงินทุกหยวนที่ฉันหามาได้มาจากหยาดเหงื่อและความสามารถในการทำอาหารล้วนๆ ถ้าป้ายังมีปากไว้พูดจาเดรัจฉานใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นแบบนี้อีกพรุ่งนี้เช้า ฉันคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่สหกรณ์หมู่บ้านมาช่วยตรวจสอบ 'ทรัพย์สินส่วนเกิน' ในบ้านของป้าบ้างแล้วกระมึงคะ ว่าเอาไข่ไก่และแป้งสาลีของหลวงไปซ่อนไว้ใต้เตียงกี่กระสอบกันแน่"
ใบหน้าของป้าสะใภ้รองซีดเผือกทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "เจ้าหน้าที่สหกรณ์" เพราะในยุคนี้การกักตุนหรือลักลอบนำของหลวงมาเป็นของส่วนตัวมีโทษถึงขั้นกัก
บริเวณและตัดสิทธิ์ปันผลอาหาร
"เธอกล้าขู่ฉันเรอะ อีสะใภ้ตัวดี! คิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะทำตัวกร่างเหนือกฎหมายหมู่บ้านได้หรือไง แม่เฒ่าจางเองก็ยังบ่นให้ฉันฟังเมื่อวานนี้เลยว่าเธอเป็นสะใภ้อกตัญญู ไม่เคยส่งเงินทองกลับไปให้แม่สามีผู้ให้กำเนิดใช้สอย ปล่อยให้คนแก่ต้องกินข้าวต้มก้นหม้อทั้งที่ตัวเองทำซาลาเปาขายได้กำไรวันละหลายสิบหยวน!" ป้าสะใภ้รองเปลี่ยนกลยุทธ์หยิบยกเอา "แม่สามี" ขึ้นมาเป็นไม้ตายเพื่อกดดันทางศีลธรรม
ทันทีที่ชื่อของแม่เฒ่าจางถูกเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งประทุความตึงเครียดมากขึ้นไปอีก แม่เฒ่าจางผู้เห็นแก่ตัวและจอมสูบเลือดสูบเนื้อคนนั้น ไม่เคยปล่อยให้หลินฟางอยู่อย่างสงบสุข แม้ในยามที่จางเหว่ยไม่อยู่ หญิงแก่คนนี้ก็มักจะส่งข่าวมาไถเงินหรือส่งเครือญาติมาป่วนที่ไร่ไม่เว้นแต่ละวัน
หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เยືือกเย็นจนผู้ฟังรู้สึกสันหลังวาบ "ส่งเงินให้แม่สามีผู้ให้กำเนิดงั้นหรือคะ? ป้าสะใภ้รองคงลืมไปแล้วกระมึงว่า ตอนที่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจาง แม่เฒ่าจางทำสัญญาตัดขาดการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทุกอย่าง และยังขับไล่พวกเราออกมาอยู่กระท่อมปลายนาเก่าๆ หลังนี้ด้วยมือเปล่า เงินทุกหยวนในตอนนี้มาจากแรงกายของฉันกับจางเหว่ย ไม่ได้เกี่ยวกับตระกูลจางเลยแม้แต่แดงเดียว ถ้าอยากได้เงินนัก ทำไมป้าไม่ควักกระเป๋าตัวเองส่งให้แม่เฒ่าจางไปล่ะคะ? ไหนๆ ก็รักกันปานจะกลืนกินขนาดนี้"
การตอกกลับอย่างเจ็บแสบและตรงไปตรงมาทำให้กลุ่มแม่บ้านที่ยืนมุงดูอยู่เริ่มส่งเสียงซุบซิบกันไปคนละทาง ความจริงเรื่องที่แม่เฒ่าจางใจร้ายขับไล่ลูกชายคนเล็กและภรรยาออกมาเป็นสิ่งที่คนในหมู่บ้านรู้กันดี เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าหลินฟางที่ช่วงหลังแสดงให้เห็นถึงความฉลาดและเด็ดขาด
"เธอ... นังเด็กปากจัด!" ป้าสะใภ้รองชี้หน้าด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทา ง้างมือเตรียมจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อก็ดังขึ้นจากทางเดินดินลูกรังเบื้องหลังกลุ่มผู้บุกรุก
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสิครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นยะเยือกจนน่ากลัวดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินจากการเดินทางไกล จางเหว่ยปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองป้าสะใภ้รองและกลุ่มแม่บ้านด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ เขากลับมาจากค่ายทหารเร็กว่ากำหนดสามวัน และภาพแรกที่เห็นคือกลุ่มคนใจกล้ากำลังมารังแกภรรยาตัวน้อยของเขาถึงหน้าบ้าน
ป้าสะใภ้รองแข็งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน มือที่ชี้ค้างไว้ค่อยๆ ลดลงด้วยความหวาดกลัว จางเหว่ยขึ้นชื่อว่าเป็นนายทหารมือฉกาจที่เด็ดขาดและดุดันที่สุดในกองร้อย ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขาตรงๆ โดยเฉพาะในยามที่เขาแสดงออกชัดเจนว่า "หวงภรรยา" มากขนาดไหน
หลินฟางกะพริบตาปริบๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของสามีที่ก้าวเข้ามาบังเธอไว้จากสายตาของคนนอก จางเหว่ยหันกลับมามองภรรยา สำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความห่วงใย ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวลที่แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน
"คุณเหนื่อยแล้วเข้าไปพักเถอะครับ ที่เหลือ... ให้ผมจัดการเอง"
จางเหว่ยหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มเพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้านอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายทหารหนุ่ม "ส่วนเรื่องข่าวลือ... ผมจะไปเยี่ยมคุณแม่เฒ่าจางด้วยตัวเองในเย็นนี้ เพื่อถามให้แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นคนกิริยาต่ำทรามคอยปล่อยข่าวให้ร้ายครอบครัวทหารแนวหน้า!"
คำพูดนั้นทำเอาป้าสะใภ้รองและพวกหน้าถอดสี รีบถอยกรูดแล้ววิ่งหนีหายไปลับตาอย่างรวดเร็ว
หลินฟางมองแผ่นหลังของสามีด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในหัวใจ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปต้อนรับเขากลับบ้าน สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำปริศนาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้ไผ่ริมรั้วไกลออกไป พร้อมกับแสงสะท้อนของวัตถุบางอย่างที่คล้ายกับ "กล้องถ่ายรูป" หรือ "ปืนสั้น" ส่องประกายวาววับในความมืดสลัวยามเย็น
หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ... มีคนแอบซุ่มดูพวกเขานับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ และบุคคลปริศนานั้นไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความหวานและฟาดฟันศัตรูไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 14
ศัตรูเริ่มเคลื่อนไหว
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!