ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 19

ได้รับพัสดุจากทางไกล

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงประกาศกร้าวของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำคอมมูนดังสะท้อนก้องไปทั่วลานตากล้าว้าว จนทำให้ชาวบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ต่างพากันสูดปากด้วยความตกใจ จางเหว่ยในชุดเสื้อเชือกสีเขียวขี้ม้ากำลังยืนนิ่งสนิท สีหน้าของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาคมกริบที่กวาดมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นผู้กล่าวหา "ลักลอบนำสินค้าจากต่างถิ่นเข้ามาจำหน่ายโดยผิดกฎหมายอย่างนั้นหรือคะ เจ้าหน้าที่?" เสียงใสทว่าทรงพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลินฟางก้าวเท้าออกมาจากประตูกระท่อมดินด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง ในมือของนางถือผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดที่เพิ่งเช็ดมือจากการนวดแป้งขนมปังซาวโดว์ กลิ่นอายความอบอุ่นจากเตาอบยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก แม่เฒ่าจางที่ยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่รีบโผล่หน้าออกมา ดวงตาฝ้าฟางฉายแววสะใจจนปิดไม่มิด นางส่งเสียงแค่นجในลำคอแล้วร้องแหวขึ้นทันที "นั่นไงล่ะ! นังสะใภ้ตัวดี! สามีแกมันทำตัวกร่างนัก คิดว่ามียศมีตำแหน่งแล้วจะทำผิดกฎหมายค้ากำไรเกินควรได้หรือไง? คราวนี้ต่อให้เป็นทหารเหรียญกล้าหาญก็ช่วยผัวแกไม่ได้หรอก เตรียมตัวไปนอนในคุกซะเถอะ!" หลินฟางปรายตามองแม่สามีผู้ให้กำเนิดสามีด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ได้เอ่ยปากเถียงแม่เฒ่าจางแม้แต่ครึ่งคำ หญิงสาวหันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าเจ้าหน้าที่คอมมูนโดยตรง หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อฮุ่ยจวินอย่างใจเย็น "ถ้าเจ้าหน้าที่พูดถึงสินค้าจากต่างถิ่น หมายถึงแป้งสาลีเนื้อละเอียด น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมที่สามีฉันเพิ่งขนเข้ามาเมื่อวานนี้ล่ะก็... ฉันเกรงว่าพวกท่านคงต้องอ่านใบอนุญาตค้าปลีกพิเศษและตราประทับรับรองจากกรมอุตสาหกรรมมณฑลทางใต้เสียใหม่นะคะ" สิ้นคำพูดของหลินฟาง หัวหน้าเจ้าหน้าที่คอมมูนที่กำลังทำท่าทางขึงขังถึงกับชะงัก เขาคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเพ่งพินิจด้วยสายตาหวาดระแวง ตราประทับสีแดงฉานบนกระดาษแผ่นหนาคือของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเป็นหนังสืออนุญาตกรณีพิเศษที่ออกให้สำหรับครอบครัวทหารแนวหน้าผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่ากฎข้อบังคับท้องถิ่นที่พวกเขากำลังหยิบยกมาอ้างเสียอีก สีหน้าของจางเหว่ยอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเหลือบมองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววภาคภูมิใจและประกายความรักล้นปรี่ เขาขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แม้จะรู้ว่านางเก่งกาจและเอาตัวรอดได้ดีเยี่ยมเพียงใด แต่สัญชาตญาณความเป็นสามีก็ยังคงต้องการปกป้องนางจากสายตาละโมบและคำพูดจาพล่อยๆ ของคนรอบข้างอยู่ดี "ในเมื่อเอกสารถูกต้องทุกประการ..." หัวหน้าเจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางส่งสายตาตำหนิไปยังกลุ่มคนที่วิ่งโร่มาแจ้งความ "ทางเราคงต้องขอตัวก่อน น่าจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนทางธุรการ" "เดี๋ยวก่อนค่ะ" หลินฟางเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่ากลับทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นหนาวเยือกถึงสันหลัง "การที่พวกคุณบุกเข้ามากล่าวหาคนในครอบครัวฉันกลางชุมชน สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง และขัดขวางเวลาทำมาหากินอันมีค่า... จะจบลงแค่คำว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างนั้นหรือคะ? ฉันคิดว่าเราคงต้องไปคุยเรื่องการชดเชยค่าเสียหายและสิทธิ์ในการฟ้องร้องหมิ่นประมาทที่สถานีตำรวจกันสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วก่อนที่ตนเองจะซวยไปด้วย ขณะที่ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันด้วยความสะใจที่ได้เห็นคนตระกูลจางผู้เอารัดเอาเปรียบต้องหน้าแตกกลับไป เมื่อเหตุการณ์สงบลงและเจ้าหน้าที่ถอยร่นกลับไปจนหมด หลินฟางก็ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางหันขวับกลับมามองสามีที่ยืนยันตัวตรงแน่ว ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความคาดคั้น "ส่วนคุณ... จางเหว่ย กลับบ้านมาตั้งนาน ทำไมถึงไม่รีบเอาเอกสารพวกนี้ให้ฉันเก็บไว้ตั้งแต่แรกคะ? อยากลองใจฉันหรือไงว่าฉันจะจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้ไหม?" จางเหว่ยรีบยกมือขึ้นยอมจำนนทันที รอยยิ้มเก้อเขินปรากฏบนใบหน้าคมคายที่ผ่านการตากแดดตากลมมาอย่างโชกโชน ผู้ชายร่างสูงใหญ่ผู้ไม่เคยกลัวเกรงสิ่งใดในสนามรบ กลับมีท่าทีลนลานราวกับเด็กน้อยทำความผิดเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา "ผมแค่... อยากเห็นฝีมือการตบหน้าคนปากหอยปากปูของภรรยาคนเก่งต่างหากล่ะครับ" จางเหว่ยกระซิบเสียงนุ่ม ทว่าน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนและหลงใหล "อีกอย่าง... ผมมีของขวัญชิ้นใหญ่ที่ตั้งใจเอามาไถ่โทษด้วยนะ" หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ "ของขวัญอะไรของคุณ? อย่าบอกนะว่าไปแบกหินโม่แป้งหนักๆ มาให้อีก ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะไล่คุณไปนอนนอกบ้านจริงๆ ด้วย" "ไม่ใช่หินโม่แป้งแน่นอนครับ..." จางเหว่ยยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาผายมือไปยังเกวียนบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่จอดหลบอยู่หลังบ้าน ซึ่งคลุมด้วยผ้าใบกันน้ำอย่างมิดชิด "นี่คือพัสดุทางไกลจากค่ายทหารแดนเหนือ... สหายสนิทของผมที่เป็นพ่อค้าคนกลางเพิ่งจัดส่งผ่านมาทางรถไฟสายพิเศษ มันคือสิ่งที่คุณเคยบ่นว่าอยากได้เมื่อเดือนก่อน..." หลินฟางเดินเข้าไปใกล้เกวียนด้วยความสงสัย นางใช้มือเรียวเปิดผ้าใบกันน้ำออกช้าๆ และทันทีที่กลิ่นอายเฉพาะตัวลอยออกมาจากลังไม้ขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตของนางก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดชั้นดี ผสมผสานกับกลิ่นเนยแท้บริสุทธิ์และเครื่องเทศหายากจากต่างประเทศทะลักออกมาปะทะนาสิกทันที ภายในลังไม้ไม่ได้มีแค่เครื่องปรุงรสชั้นเลิศที่หาไม่ได้ในยุคนี้เท่านั้น แต่ยังมี "เตาอบลมร้อนระบบไอน้ำรุ่นพรีเมียมจากเยอรมนี" ที่นางเคยเขียนบันทึกไว้ในสมุดลับของมิติบิ๊กคลังสินค้า แต่มันกลับปรากฏอยู่ตรงหน้าในโลกความเป็นจริงได้อย่างไรในยุคแปดศูนย์นี้! หลินฟางหันขวับกลับมามองสามีด้วยความตกตะลึงระคนยินดี หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ นางอ้าปากจะเอ่ยถามว่าเขาไปเอาเตาอบเครื่องนี้มาจากไหนในยุคที่การนำเข้าเข้มงวดถึงเพียงนี้ แต่ยังไม่ทันที่คำถามจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูกระท่อมอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของบุรุษไปรษณีย์ประจำอำเภอ "จางเหว่ย! หลินฟาง! มีพัสดุเร่งด่วนส่งตรงจากต่างประเทศ... จ่าหน้าซองถึงคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ!" หลินฟางชะงักค้าง มือที่กำลังจะสัมผัสตัวเครื่องเตาอบชะงักงัน นางกับจางเหว่ยสบตากันอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาทันที ในยุคแปดศูนย์เช่นนี้ ใครกันที่มีอำนาจส่งพัสดุข้ามประเทศมาถึงหน้าบ้านของนางได้โดยตรง และข้างในกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงนั้น... มันคือจุดเริ่มต้นของความลับระดับชาติ หรือภัยพิบัติครั้งใหม่ที่กำลังคลืบคลานเข้ามากันแน่? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสร้างอาณาจักรความอร่อยไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%