“วางมีดลงเดี๋ยวนี้ค่ะแม่ ถ้าไม่อยากให้มือของแม่ต้องเปื้อนเลือดของลูกสะใภ้จนต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุก”
หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลมโตกลับวาวโรจน์ราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน แต่กลับยืนเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าจางที่ถือมีดทำครัวบุกเข้ามาถึงในเขตห้องครัวส่วนตัว มือของหลินฟางยังคงบรรจงนวดแป้งซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอม กลิ่นแป้งหมักยีสต์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศจีนชั้นดีจากมิติบิ๊กคลังสินค้าอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดกับบรรยากาศมาคุที่แม่เฒ่าจางพยายามสร้างขึ้น
“นังลูกสะใภ้อกตัญญู! แกคิดว่าแกมีเงิน มีบ้านหลังใหญ่ แล้วจะลืมรากเหง้าของตัวเองได้หรือยังไง?” แม่เฒ่าจางแผดเสียง ใบหน้าที่เหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา “เหว่ยเอ๋อร์เป็นลูกชายฉัน! ทรัพย์สินที่พวกแกหามาได้ ทั้งเงินก้อนนั้น ทั้งไร่นี้ ทุกอย่างควรเป็นของตระกูลจาง ไม่ใช่ให้แกเอาไปปรนเปรอความสุขของตัวเองคนเดียว!”
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว เธอหยุดมือนวดแป้งแล้วหันมาสบตาอีกฝ่ายตรงๆ “ตระกูลจาง? ตระกูลที่ปล่อยให้ลูกชายตัวเองไปตายเอาดาบหน้าในสมรภูมิโดยไม่เหลียวแลหรือคะ? หรือตระกูลที่จ้องจะสูบเลือดกินเนื้อลูกตัวเองทันทีที่เห็นว่าเขามีชีวิตที่ดีขึ้น? แม่คะ... ถ้าจำไม่ผิด สมบัติที่แม่พูดถึงน่ะ คือเงินที่เหว่ยเอ๋อร์ส่งไปให้แม่ตอนเขาบาดเจ็บ แต่แม่กลับเอาไปเปย์ให้ลูกชายคนเล็กที่วันๆ เอาแต่เล่นพนันจนหมดสิ้นไม่ใช่หรือคะ?”
แม่เฒ่าจางชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “แก! แกมันนางงูพิษ!”
“จะว่างูพิษก็ได้ค่ะ แต่ก่อนจะด่าคนอื่น ลองหันไปดูในหม้อแกงที่แม่ตั้งใจจะเอามาให้เรากินก่อนดีไหมคะ?” หลินฟางขยับยิ้มมุมปาก เธอก้าวเข้าหาแม่เฒ่าจางช้าๆ ทว่ามั่นคง “กลิ่นกำยานแปลกๆ ที่ผสมอยู่ในเครื่องเทศนั่น... แม่คิดว่าฉันจะดูไม่ออกจริงๆ หรือคะว่ามันคือยาถ่ายอย่างแรง? หรืออาจจะร้ายแรงกว่านั้นถ้าแม่ใส่ 'ของขวัญ' ที่แอบพกมาด้วยลงไป”
แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือด มีดในมือสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมความกล้า “แก... แกพูดเรื่องอะไร!”
“แม่รู้อยู่แก่ใจค่ะ” หลินฟางก้าวเข้าไปจนชิดร่างของแม่สามี เธอขยับเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ที่นี่ไม่ใช่บ้านเก่าที่แม่จะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ที่นี่คือไร่ของฉัน และถ้าแม่คิดจะเล่นเกมสกปรกในพื้นที่ของฉัน... แม่ควรจะเตรียมใจรับผลที่จะตามมาให้ดี เพราะครั้งนี้ฉันจะไม่แค่ไล่แม่กลับไปเฉยๆ เหมือนที่ผ่านมา”
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน จางเหว่ยเดินเข้ามาในสภาพชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้ถอดออก ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเหตุการณ์ในครัวด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่แม่ของเขาที่กำลังถือมีดอยู่ในมือ
“แม่ครับ... นี่มันหมายความว่ายังไง” เสียงของจางเหว่ยเย็นชาและกดต่ำ มันทรงพลังพอที่จะทำให้แม่เฒ่าจางต้องปล่อยมีดในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น
“เหว่ยเอ๋อร์... คือแม่... คือนังนี่มันยั่วโมโหแม่ก่อนนะลูก!” แม่เฒ่าจางเปลี่ยนสีหน้าทันควัน บีบน้ำตาฉากใหญ่ตามสไตล์ถนัด แต่สำหรับจางเหว่ยที่ผ่านความเป็นตายมานับครั้งไม่ถ้วน เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
“ผมบอกแม่กี่ครั้งแล้วครับว่าอย่ามายุ่งกับฟาง” จางเหว่ยเดินไปยืนเคียงข้างภรรยา เขาคว้ามือหลินฟางมากุมไว้เบาๆ เพื่อให้ความอบอุ่น “ที่นี่คือครอบครัวของผม ส่วนแม่... ถ้ายังไม่เลิกใช้วิธีสกปรกพวกนี้ ก็เชิญกลับไปที่หมู่บ้านได้เลยครับ ผมจะถือว่าเราตัดขาดกันเรื่องเงินสนับสนุนรายเดือนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
แม่เฒ่าจางเบิกตากว้าง “แกจะตัดขาดกับแม่เพราะผู้หญิงคนเดียวงั้นเรอะ!”
“เพราะเธอคือเมียผม และเป็นคนที่ผมจะปกป้องด้วยชีวิตครับ” จางเหว่ยตอบกลับด้วยความหนักแน่น ก่อนจะหันไปหาหลินฟาง “ฟาง... ไปพักเถอะครับ เดี๋ยวเรื่องตรงนี้ผมจัดการเอง”
หลินฟางพยักหน้า เธอไม่ได้รู้สึกสะใจจนออกนอกหน้า แต่เธอกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับชัยชนะ การต่อสู้กับคนในครอบครัวไม่ใช่เรื่องสนุก แต่มันคือสิ่งจำเป็นที่ต้องทำเพื่อรักษาพื้นที่ความสุขของตัวเองไว้ เธอเดินออกจากครัวไป ทิ้งให้สองแม่ลูกเผชิญหน้ากันด้วยความกดดัน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลินฟางกำลังจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะที่ผิดปกติ... มันไม่ใช่การเคาะแบบคนมาเยี่ยมเยียน แต่เป็นการเคาะที่เต็มไปด้วยจังหวะที่สื่อถึงการคุกคาม
เมื่อหลินฟางเดินไปเปิดประตู เธอต้องชะงักงันกับภาพตรงหน้า
บุรุษในชุดสูทสีเทาเข้มขัดกับบรรยากาศไร่ชนบทอย่างสิ้นเชิง ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู มือถือเอกสารราชการฉบับหนึ่งไว้แน่น ทันทีที่เห็นหน้าหลินฟาง เขาก็คลี่ยิ้มที่ดูประดิษฐ์ขึ้นมาจนน่าขนลุก
“สวัสดีครับ คุณหลินฟาง... ผมมาจากสำนักงานจัดสรรที่ดินส่วนกลาง” ชายคนนั้นกล่าวพลางยื่นเอกสารมาตรงหน้า “ผมเกรงว่าคุณต้องรับทราบข่าวร้าย... มีการร้องเรียนจากตระกูลจางว่า ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ถูกครอบครองโดยชอบธรรม และทางเราจำเป็นต้องทำการอายัดไร่และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของคุณภายใน 24 ชั่วโมงครับ”
หลินฟางรู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เธอหันไปมองจางเหว่ยที่กำลังเดินตามออกมาจากห้องครัว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแม่สามีคนเดียวแล้ว... นี่คือแผนการที่วางหมากไว้ล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี และดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ในหม้อแกงนั้น จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังจะถาโถมเข้ามาสู่ไร่รักละมุนของเธอ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับชีวิตที่เข้มข้นของหลินฟางและจางเหว่ยนะคะ หวังว่าตอนหน้าเราจะได้มาตอกกลับแผนร้ายนี้ไปด้วยกันค่ะ!
ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 22
ภัยเงียบจากตระกูลเดิม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รักละมุนปรุงรสในมิติคู่ขนานยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!