กลิ่นอับชื้นของกระดาษสมุดปกสีน้ำตาลเข้มและคราบหมึกซึมบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง คือกลิ่นอายเดียวในห้องทำงานคับแคบแห่งนี้ที่ยังพอจะเชื่อมโยงซูเหม่ยหลินเข้ากับโลกยุคอุตสาหกรรมที่เธอเพิ่งจากมา นิ้วเรียวระเรื่อดั่งลำหยกตวัดปากกาคอแร้งลงบนกระดาษคำนวณราคาราชการอย่างแม่นยำ ทุกตัวอักษรจีนตัวเต็มถูกเขียนขึ้นด้วยโครงสร้างโครงร่างที่ประณีตงดงามดั่งอักษรตระกูลซูในราชสำนักโบราณ ทว่ากลับบรรจุสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกะการบริหารจัดการคลังสินค้าของศตวรรษที่ยี่สิบไว้ได้อย่างแนบเนียนอย่างไร้รอยต่อ
"ข้าไม่คิดเลยว่าหลานสาวของตระกูลซู ผู้ซึ่งเคยจับแต่พู่กันวาดภาพบุปผาประดับเรือน จะสามารถคำนวณบัญชีเสบียงคลังของกองอำนวยการอุตสาหกรรมในเขตปกครองพิเศษนี้ ได้รวดเร็วกว่าเสมียนเฒ่าผู้ผ่านงานมาสามสิบปีเสียอีก..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นที่กรอบประตูห้องทำงาน ซูเหม่ยหลินไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รับรู้ได้ถึงรัศมีกดดันอันทรงอำนาจที่แผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศ ฉินหาน... เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงผู้กุมชะตาชีวิตของคนครึ่งเมืองในยุค 70 นี้ ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกเข้มไร้รอยยับสะท้อนความเด็ดขาดและดุดัน ทุกย่างก้าวของเขาทำให้ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ดูคับแคบลงถนัดตา
เหม่ยหลินค่อยๆ วางปากกาลงอย่างใจเย็น เธอมิได้แสดงอาการลิบลี้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมดั่งหงส์ช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"บัญชีก็คือบัญชีเจ้าค่ะท่านฉิน... ไม่ว่าจะอยู่ใต้เงาของราชบัลลังก์มังกร หรือท่ามกลางฟันเฟืองจักรกลและควันสีเทาของโรงงานอุตสาหกรรม ตัวเลขไม่เคยโกหกผู้ใด มีแต่ผู้คนต่างหากที่พยายามโกหกตัวเลขเพื่อปกปิดความเน่าเฟะเบื้องหลัง" สุ้มเสียงของเธอนุ่มนวลราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดซ่อนในแพรไหม
ฉินหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นอายบุหรี่ชั้นดีผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของผู้ชายทรงอำนาจ นิ้วมือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธเอื้อมไปหยิบสมุดบัญชีที่เธอเพิ่งตรวจทานเสร็จขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ สายตาคมกวาดมองตัวเลขและผังการจัดสรรปันส่วนเหล็กกล้าและถ่านหินที่ถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ระเบียบวิธีคิดของนางช่างล้ำสมัยและชาญฉลาดจนน่าขนลุก ราวกับนางมองเห็นอนาคตทะลุปรุโปร่ง
"เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่ ซูเหม่ยหลิน?" ฉินหานโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าเนียนนุ่มของหญิงสาว "คนตระกูลซูถูกกวาดล้างจนแทบไม่เหลือซาก บิดาเจ้าถูกเนรเทศด้วยข้อหาคอร์รัปชัน แต่เจ้า... หญิงสาวผู้บอบบางที่ควรจะเอาตัวไม่รอดในนิคมอุตสาหกรรมแรงงาน กลับเสนอแผนปฏิรูปการผลิตเหล็กกล้าที่แม้แต่คณะกรรมการพรรคยังต้องทึ่ง เจ้าเป็นใครกันแน่... สายลับจากฝั่งไหน หรือปีศาจจำแลงกายมา?"
ซูเหม่ยหลินมิได้ถอยหนี นางกลับเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำกายของนางลอยเข้าจมูกของชายหนุ่ม กลิ่นหอมที่ชวนให้จิตใจของนายทหารผู้เยือกเย็นปั่นป่วนอย่างไร้เหตุผล มุมปากอิ่มระเรื่อระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา
"ท่านฉินกังวลเกินไปแล้วกระมังคะ? ข้าก็คือซูเหม่ยหลิน... สตรีผู้สูญสิ้นทุกสิ่งและกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในยุคสมัยที่โหดร้ายนี้ หากข้าไม่ใช้มันสมองที่เหลืออยู่แลกกับเศษเสี้ยวความปลอดภัย ท่านคิดว่าซากกระดูกของข้าจะถูกฝังอยู่ ณ มุมใดของเมืองนี้หรือ?"
ดวงตากลมโตคู่นั้นมีความมืดดำล้ำลึกที่ฉินหานไม่สามารถอ่านออก มันไม่ใช่แววตาของเด็กสาววัยยี่สิบเศษทั่วไป แต่มันคือแววตาของกุนซือผู้ผ่านศึกสงครามการเมืองมานับร้อยสนาม ผู้เคยถวายฎีกาเปลี่ยน1แผ่นดินมาแล้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่สパークเข้าหากัน ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ฉินหานกลับไม่ยอมถอยสายตาออกห่างจากใบหน้าของนาง เขากลับรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าเปรียบเสมือนสุราหมักชั้นดี ยิ่งดื่มด่ำยิ่งมึนเมา ยิ่งอันตรายยิ่งน่าค้นหา
ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานจากทหารยามหน้าห้องที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"รายงานท่านฉิน! เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงงานถลุงเหล็กหมายเลขสามครับ! เครื่องจักรไอน้ำรุ่นใหม่จากเยอรมนีเกิดระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน คนงานบาดเจ็บนับสิบ และ... และสารเคมีรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำหลักของเมืองแล้วครับ!"
ฉินหานผละตัวออกจากซูเหม่ยหลินทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันในพริบตา เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือวินาศกรรม! และมันเกิดขึ้นตรงกับวันที่ซูเหม่ยหลินเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายบริหารคลังพอดี
ชายหนุ่มหันกลับมามองสตรีข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนคาดคั้น ทว่าซูเหม่ยหลินกลับผุดลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม นางจัดชายเสื้อผ้าฝ้ายสีมอๆ ให้เรียบเนียนด้วยกิริยาประณีตดั่งคุณหนูในวังหลวง ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ขึ้นอย่างท้าทาย
"ท่านฉิน... ดูท่าว่าเกมกระดานแรกของพวกเรา ได้เริ่มเดินหมากตาที่นองเลือดเสียแล้วกระมังคะ?" นางกล่าวเบาๆ ก่อนจะหยิบเสื้อโค้ตกันหนาวมาคลุมไหล่ แล้วก้าวเดินนำหน้าเขาออกไปโดยไม่รอคำอนุญาตแม้แต่น้อย
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามเวลามาสู่ห้วงเล่ห์กลอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง•ตอนที่ 2
มรดกจากศตวรรษที่ผ่านมา
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!