กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องจักรและกลิ่นเหงื่อไคลในโรงงานอุตสาหกรรมรัฐกิจแห่งมณฑลซานซี ช่างแตกต่างจากกลิ่นหอมของกำยานกฤษณาในห้องทรงอักษรของวังหลวงลิบลับ ซูเหม่ยหลินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองกระดาษบัญชีวัตถุดิบที่ถูกวางกองไว้สุมหัวราวกับภูเขาขนาดย่อม ปลายนิ้วเรียวเนียนดั่งหยกขาวที่เคยคัดลอกตำราพิชัยสงคราม บัดนี้กลับต้องมาสัมผัสกับกระดาษไขราคาถูกที่หยาบกระด้างและเปรอะเปื้อนคราบหมึกพิมพ์
"เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครกัน? คุณหนูตกอับผู้สูงศักดิ์จากไหน ถึงได้กล้าเสนอหน้ามาตรวจบัญชีของแผนกเครื่องกลเช่นนี้?"
เสียงทุ้มห้วนและเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้นจากเบื้องหลัง โจวเฉิง หัวหน้าแผนกผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโรงงานแห่งนี้ ก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางกร่าง ชายวัยกลางคนผู้นี้สวมเสื้อคลุมสีเทาเข้มขึ้นเงาด้วยคราบไขมัน สวมหมวกแก๊ปแบบกรรมกรโซเวียตเอียงกระเท่เร่ ดวงตาหรี่เล็กมองซูเหม่ยหลินด้วยสายตากรุ้มกริ่มแกมดูแคลน ราวกับนางเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่เขาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
ซูเหม่ยหลินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนั้นงดงาม สงب และเปี่ยมด้วยอำนาจที่กดขี่ผู้คนโดยไม่ต้องเปล่งเสียงขู่ตะคอก ดวงตาคู่คมดั่งหงส์หรี่ลงเล็กน้อย กวาดมองร่างของโจวเฉิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเยือกเย็น ดุจดั่งพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อโง่เขลาตัวหนึ่ง
"หากข้าเป็นเพียงคุณหนูตกอับจริง... ใยท่านจึงต้องร้อนรนส่งเสียงคำรามขู่ขวัญข้าตั้งแต่ก้าวแรกที่ข้าเหยียบย่างเข้ามาในโรงงานแห่งนี้เล่าคะ, หัวหน้าโจว?"
น้ำเสียงหวานใสดังก้องกังวานราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย ทว่ากลับเฉียบคมบาดลึกราวกับคมมีดซ่อนในแพรไหม โจวเฉิงชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าบึ้งตึงแข็งค้าง เขากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนัยน์ตาดำขลับที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้งคู่นั้น
บรรยากาศภายในห้องทำงานคับแคบพลระอุด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น บรรดากรรมกรชายฉกรรจ์ที่ยืนล้อมกรอบอยู่รอบห้องต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง แม้แต่เสียงเครื่องจักรกลด้านนอกก็คล้ายจะเบาลงไปถนัดใจ
"ปากเก่งนักนะนังเด็กนี่!" โจวเฉิงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แผ่นกระดาษบัญชีปลิวว่อน "ที่นี่คือโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ใช่ห้องหอของพวกคุณหนูตระกูลขุนนางตกยุค! กฎของที่นี่มีไว้เพื่อคนงานเหงื่อท่วมหลัง ไม่ใช่ให้สำอางอย่างเจ้ามานั่งจับผิด! ถ้าทำงานตามโควตาไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปซะ!"
ความกดดันระดับนี้ หากเป็นหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปในยุค 70 คงจะก้มหน้าร้องไห้สะอื้นด้วยความหวาดกลัวไปแล้ว แต่สำหรับซูเหม่ยหลิน ผู้เคยผ่านสมรภูมิการเมืองในราชสำนักมาโชกโชน การคุกคามระดับนี้เป็นเพียงการแสดงงิ้วโรงเล็กที่น่าขบขันเสียยิ่งกว่าน่ากลัว
นางไม่โต้เถียง ไม่ตบโต๊ะกลับ และไม่แสดงความโกรธเกรี้ยว ซูเหม่ยหลินเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา งดงามทว่าเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ นางเอื้อมมือไปหยิบสมุดบัญชีเล่มบนสุดขึ้นมาพลิกเปิดดูอย่างไร้เร่งรีบ ราวกับกำลังตรวจดูบทกลอนในงานเลี้ยงน้ำชา
"ท่านบอกว่าข้าทำงานตามโควตาไม่ได้... แต่ในสมุดบัญชีเล่มนี้ ระบุยอดนำเข้าเหล็กกล้าเมื่อเดือนก่อนไว้สามร้อยตัน ทว่าในคลังสินค้าจริงกลับมีอยู่เพียงสองร้อยสิบตัน" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ "เก้าสิบตันที่หายไป... ระเหยกลายเป็นไอไปพร้อมกับไอน้ำในหม้อต้ม หรือว่ามันถูกเปลี่ยนเป็นเงินเข้ากระเป๋าเสื้อคลุมตัวเก่งของท่านกันแน่คะ, หัวหน้าโจว?"
คำพูดราบเรียบแต่เชือดเฉือนพุ่งตรงเข้าปักกลางใจดำ โจวเฉิงหน้าถอดสีทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก มือที่กำหมัดแน่นเริ่มสั่นเทา ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าบัญชีลับเล่มนี้ถูกเก็บไว้อย่างมิดชิด เหตุไฉนสตรีผู้นี้จึงล่วงรู้ได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยามที่ก้าวเข้ามา
"เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหล! ใส่ร้ายป้ายสี! ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ข้าจะฟ้องผู้จัดการโรงงานให้ไล่เจ้าออกฐานสร้างความปั่นป่วน!" โจวเฉิงแผดเสียงกลบเกลื่อนความผิดปกติของตนเอง
ซูเหม่ยหลินลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของนางอาจน้อยกว่าเขา แต่รัศมีอำนาจและความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้ชายร่างใหญ่ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดที่ชวนให้นึกถึงดอกเหมยในฤดูหนาวลอยแตะจมูกเขา
"ท่านจะไปฟ้องผู้จัดการ... หรือจะรีบไปทำลายหลักฐานที่เหลือในห้องเก็บของกันแน่คะ?" ซูเหม่ยหลินโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในโสตประสาทของเขา "ข้าให้เวลาท่านสิบนาทีในการเก็บข้าวของออกจากห้องนี้... มิฉะนั้น เอกสารชุดนี้จะไม่ไปหยุดแค่ที่โต๊ะผู้จัดการโรงงาน แต่อาจจะไปนอนอยู่บนโต๊ะทำงานของ 'ท่านอ๋อง' ผู้ตรวจการพิเศษที่เพิ่งเดินทางมาถึงมณฑลนี้เมื่อวานนี้ก็เป็นได้"
สิ้นคำว่า 'ท่านอ๋อง' โจวเฉิงก็หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขารู้จักกิตติศัพท์ของท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมืองผู้นั้นดี ว่าโหดเหี้ยม เยือกเย็น และเด็ดขาดเพียงใด ใครก็ตามที่ทุจริตต่อหน้าที่ในเขตปกครองของพระองค์ มีจุดจบเพียงสถานเดียวคือความตาย
ชายวัยกลางคนทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าซูเหม่ยหลินโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป สองมือสั่นเทายกขึ้นประสานขอร้อง "คุณหนูซู... ได้โปรด... เมตตาข้าด้วย ข้าสำนึกผิดแล้ว ขอร้องอย่าได้นำเรื่องนี้ไปถึงหูท่านอ๋องเลย!"
ซูเหม่ยหลินก้มมองดูชายผู้เคยอวดดีที่บัดนี้หมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าด้วยแววตาเรียเฉย นางไม่ได้มีความเห็นใจ และไม่ได้มีความสะใจ มีเพียงความเย็นชาของหมากตัวหนึ่งที่ถูกเดินไปตามแผนการที่วางไว้
ทว่า ในขณะที่เกมการบริหารคนในโรงงานกำลังดำเนินไปสู่ชัยชนะของนางอย่างงดงาม บรรยากาศรอบกายกลับพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งกำลังก้าวเข้ามาใกล้ห้องทำงานทีละน้อย... ทีละน้อย...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทว่าไม่ใช่จากผู้จัดการโรงงาน และไม่ใช่จากคนงานทั่วไป ประตูบานเก่าถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงสีเขียวเข้มสะอาดตา หมวกทหารปีกกว้างกดต่ำอำพรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่สันกรามคมคายและนัยน์ตาดุจพญาอินทรีคู่นั้น... กลับคุ้นตาซูเหม่ยหลินอย่างยิ่ง
ฉินหานก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายอันทรงอำนาจและดุดันแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มปราบสายตาคมกริบกวาดมองสภาพภายในห้อง ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของซูเหม่ยหลินที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางวงล้อม
มุมปากหยักลึกของฉินหานยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตรายที่ทำเอาซูเหม่ยหลินถึงกับหัวใจกระตุกวูบ
"บังเอิญจริงนะ คุณหนูซู..." เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอื้อnเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "เหตุใดเจ้าจึงมักจะไปโผล่อยู่ในสถานที่ที่มีกลิ่นอายของ 'ความเน่าเฟะ' อยู่ร่ำไป... หรือแท้จริงแล้ว เจ้าเองต่างหากที่เป็นผู้จุดไฟเผาป้อมปราการเหล่านี้กันแน่?"
ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าฝ่าฟันเล่ห์กลในยุคอุตสาหกรรมนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง•ตอนที่ 3
ก้าวแรกในโลกอุตสาหกรรม
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!