กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง•ตอนที่ 1

ฟื้นจากความตายใต้เถ้าถ่าน

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของถ่านหินคุณภาพต่ำคละคลุ้งเสียจนแสบโพรงจมูก ความเจ็บแปลบราวกระดูกทั่วร่างถูกบดขยี้ด้วยล้อเกวียนศึกถาโถมเข้าใส่สติที่ยังเลือนราง ซูเหม่ยหลินไม่ยอมส่งเสียงครางระบายความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย ฐานะอดีตกุนซือหญิงผู้กุมชะตาแผ่นดินเหนือร่างของขุนนางนับหมื่นสอนให้นางรู้ว่า การแสดงความอ่อนแอในยามที่ศัตรูรายล้อม เท่ากับการขุดหลุมฝังศพให้ตนเอง เสียงไซเรนแหลมสูงกรีดร้องเสียดแทงโสตประสาท เป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคยในราชสำนักต้าหยวน ทว่าความทรงจำแปลกปลอมนับร้อยสายกลับไหลทะลักเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่ง—โรงงานเหล็กกล้าเมืองเฟิงเฉิง, ยุคสมัยที่ผู้คนสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินหม่น, ใบประกาศโฆษณาชวนเชื่อสีแดงฉานแปะอยู่ตามผนังอิฐบล็อก และร่างของเด็กสาววัยสิบแปดปีผู้มีนามเดียวกัน ที่เพิ่งสิ้นใจลงบนพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบหลังถูกแรงงานเถื่อนผลักตกจากคานเหล็กสูง "นังเด็กนี่มันยังไม่ตาย! แต่ลมหายใจรวยรินขนาดนี้ คงอยู่ได้อีกไม่เกินก้านธูปเดียวหรอก!" เสียงห้าวหยาบกระด้างของชายวัยกลางคนดังขึ้นเหนือศีรษะ ตามมาด้วยเสียงถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างรังเกียจ ซูเหม่ยหลินค่อย ๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้า ๆ นัยน์ตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากหลอดไฟเปลือยที่แกว่งไกวไปมาตามแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่ นางกวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว นี่มิใช่ตำหนักอวี้คุนอันโอ่อ่าที่นางเคยใช้เป็นกระดานหมากรุกโค่นล้มอำนาจตระกูลขุน The powerful clans หากแต่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและฟันเฟืองเหล็กกล้าอันดิบเถื่อน แต่วิญญาณที่ผ่านการนองเลือดและเกมการเมืองระดับสูงมาอย่างโชกโชน มิได้ตื่นตระหนกต่อสภาพแวดล้อมอันแปลกประหลาดนี้แม้แต่น้อย นางเพียงแต่ขบคิดอย่างเงียบงันถึงความอยุติธรรมของสวรรค์ ที่กล้าดึงนางลงมาจากจุดสูงสุดแห่งอำนาจ เพื่อมาขว้าง1ไว้ในร่างของหญิงสาวชนชั้นแรงงานผู้ไร้ค่าในยุคสมัยอันป่าเถื่อนไร้ซึ่งคุณธรรมเช่นนี้ "หัวหน้าเฉิน... ถ้าหลานสาวของอดีตรองเลขาธิการพรรคผู้ต้องหาคดีทรยศคนนี้ตายคาโรงงาน เราจะไม่ซวยไปด้วยหรือครับ?" เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวของชายอีกคนดังแทรกขึ้น ชายผู้ถูกเรียกว่าหัวหน้าเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เสื้อคลุมผ้าฝ้ายเก่า ๆ ของเขาเปรอะเปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง "ซวยอะไรกันวะ? ยุคสมัยนี้ใครสนลูกหลานพวกปฏิกิริยาตกอับบ้าง? มันตกลงมาจากคานเหล็กเพราะสะดุดขาตัวเองตายต่างหาก ใครจะมาตรวจสอบเรื่องของครอบครัวกบฏ!" ซูเหม่ยหลินฟังเงียบ ๆ เรียวปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ความทรงจำของร่างนี้ผุดขึ้นมาประติดประต่อกันอย่างชัดเจน ตระกูลซูของร่างนี้เคยเป็นข้าราชการระดับสูงในเมืองหลวง ก่อนจะถูกกวาดล้างทางการเมืองจนต้องเนรเทศมาใช้แรงงานยังเมืองอุตสาหกรรมชายแดนแห่งนี้ บิดามารดาตรอมใจตายจนหมดสิ้น เหลือเพียงนางที่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบในฐานะกรรมาชีพชั้นต่ำ เพื่อหลบซ่อนตัวตนและรักษาร่างกายอันบอบบางนี้ไว้ท่ามกลางสายตาดุดันของผู้คน ทว่า... พวกมันคิดผิดถนัด ต่อให้ร่างนี้จะอ่อนแอเพียงใด แต่จิตวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ภายในหาใช่เด็กสาวชาวบ้านผู้โง่เขลาไม่ นางคือซูเหม่ยหลิน ผู้เคยใช้เพียงวาจาและแผนการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินมาแล้ว! นางค่อย ๆ ใช้ข้อศอกยันกายลุกขึ้นช้า ๆ อาการปวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเหงื่อกาฬไหลซึมEเกาะพราวบนหน้าผาก ทว่าแววตาคู่สวยกลับเยือกเย็นและเฉียบคมราคมมีดโกน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้นทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนถึงกับผะหนถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เจ้า... นังเด็กนี่ สายตาแบบนั้นมันอะไรกันวะ?" หัวหน้าเฉินรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่าเบื้องหน้าของตนมิใช่เด็กสาวใกล้ตาย หากแต่เป็นพญาเสือดาวที่กำลังรอจังหวะขย้ำคอหอย ซูเหม่ยหลินไม่ตอบคำถาม นางปัดฝุ่นผงถ่านบนเสื้อผ้าสีมอ ๆ ของตนด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังสะบัดชายชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองในท้องพระโรง แม้สภาพแวดล้อมจะต่ำต้อยเพียงใด แต่วรกายและกิริยาอาการกลับเปี่ยมด้วยราชตระกูลที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม นางเงยหน้าขึ้นสบตาหัวหน้าเฉินตรง ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "หัวหน้าเฉิน... การที่ข้าตกจากคานเหล็ก จะอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม... ท่านคิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคงที่กำลังตรวจสอบคลังเสบียงลับของเมืองในตอนนี้ จะสนใจฟังคำแก้ตัวของท่านมากกว่าหลักฐานรอยรองเท้าบูทบนคานเหล็กนั้นหรือไม่?" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับทรงพลังจนกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลงสู่ความเงียบงัน ชายทั้งสองหน้าถอดสีทันที ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามาใกล้ ประทับรอยเท้าบนพื้นปูนทีละก้าวอย่างจงใจ กลิ่นอายอันทรงอำนาจและกดดันแผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตอับทึบแห่งนี้ทันที เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐสีเขียวเข้มคาดเข็มขัดหนังอย่างประณีตปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้า แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคู่นคมืดสนิทราวจมดิ่งลงในห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึง รัศมีความเยือกเย็นและดุดันแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาจนแม้แต่ฝุ่นผงยังไม่กล้าปลิวผ่าน ฉินหานกวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองสถานการณ์เบื้องหน้า ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งลงที่ร่างระหงของซูเหม่ยหลิน มุมปากหนายกยิ้มเยอย่างมีความหมาย ขณะที่นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อปกคอเสื้อออกช้า ๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "น่าสนใจจริง ๆ... สตรีที่สมควรตายไปแล้ว เหตุใดจึงยังยืนหยัดมองข้าด้วยสายตาราวกับจะพิพากษาแผ่นดินเช่นนี้เล่า, สหายซู?" ส้มหวานมิติลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาด้วยกันในบทแรกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%