กลิ่นไอน้ำมันเครื่องและคราบเขม่าสีดำที่เกรอะกรังตามผนังปูนเปลือยของโรงงานอุตสาหกรรมหมายเลขสาม หาได้ระคายเคืองผิวเนียนละเอียดดั่งหยกอุ่นของซูเหม่ยหลินไม่ นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีเทาหม่นตามแบบฉบับยุคเจ็ดสิบ ทว่าชายเสื้อกลับถูกตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีตบรรจงด้วยฝีมือการปักลายดอกเหมยสีขาวซ่อนเร้นไว้ที่ข้อมือด้านใน เป็นความวิจิตรบรรจงที่ซ่อนอยู่ใต้ความเรียบง่าย คล้ายกับตัวตนของนางในยามนี้—กุนซือหญิงผู้ซ่อนคมเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน
"บัญชีการเบิกจ่ายวัตถุดิบทองแดงล็อตนี้... ดูเหมือนจะหายไปเจ็ดร้อยกิโลกรัมนะคะ เสมียนหวัง"
น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรไอน้ำที่กำลังคำรามก้อง เสมียนหวังชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบด้วยคราบไขมันและหยาดเหงื่อ สะดุ้งเฮือกจนปากกาหมึกซึมในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นซีเมนต์ เสียงเหล็กกระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงันที่นางจงใจสร้างขึ้น
"คุณ... คุณซูพูดเรื่องอะไรกันครับ กระผมเป็นเพียงเสมียนต้อยต่ำ..."
"ต้อยต่ำหรือคะ?" เหม่ยหลินย่างก้าวเข้าไปช้าๆ รองเท้าหนังสีดำปลายมนกระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวาน นางยกมือขึ้นจัดปรกผมที่คลอเคลียข้างแก้มอย่างใจเย็น ท่าทางเยื้องกรายของนางสง่างามราวกับพระสนมเอกกำลังเดินตรวจตำหนักใน หาใช่คนงานโรงงานในยุคอุตสาหกรรมไม่ "ในวังหลัง... การหายไปของเครื่องหอมบรรณาการเพียงตำลึงเดียว ยังมีโทษถึงขั้นโบยจนตายแล้วโบยอีกรอบเพื่อล้างมลทิน แต่นี่... ทองแดงเจ็ดร้อยกิโลกรัมในยุคที่บ้านเมืองกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม เทียบเท่ากับกระสุนปืนนับหมื่นนัดเชียวนะคะ เสมียนหวัง ท่านคิดว่าโทษทัณฑ์ของการกัดกินโลหิตของชาติ จะเบากว่าโทษของสนมผู้ริษยาในวังหลวงหรืออย่างไร"
สายตาที่นางใช้มองเขา ช่างเยือกเย็นและเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร เสมียนหวังหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความกดดันนี้หาใช่มาจากอำนาจรัฐ หากแต่เป็น "จิตวิทยาเรือนหลัง" ที่นางนำมาประยุกต์ใช้—การบีบให้เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยการสร้างความหวาดกลัวทางจิตใจ การกดดันด้วยความเงียบ และการต้อนให้จนมุมด้วยหลักฐานที่ซ่อนไว้ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ทว่า ในมุมมืดของประตูเหล็กบานใหญ่ที่เปิดแง้มไว้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐสีเขียวเข้มของฉินหานยืนกอดอกพิงผนังอยู่ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจดจ้องมองทุกอากัปกิริยาของสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจระคนทึ่ง
นางช่าง... น่าสนใจจนน่ากลัวจริงๆ
เหตุการณ์ทุจริตในโรงงานแห่งนี้ ไม่ได้ถูกเปิดโปงด้วยการตรวจค้นบัญชีแบบตรงไปตรงมาตามตำราสืบสวนทั่วไป แต่ซูเหม่ยหลินใช้ "วิธีเขี่ยเสือให้ตื่นจากถ้ำ" คล้ายกับการยุยงให้สนมฝ่ายต่ำทะเลาะกันเองเพื่อนับศพทหาร นางจงใจปล่อยข่าวลือเรื่องการตรวจสอบล็อตสินค้าผ่านภรรยาของหัวหน้าแผนกบัญชีและภรรยาของรองผู้อำนวยการโรงงานในเวลาไล่เลี่ยกันที่ตลาดสด สร้างความหวาดระแวงจนคนกลุ่มนี้หันมาหักหลังและโยนความผิดให้กันเองอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
"ฉันไม่ได้ทำ! นังสารเลวคนนั้นต่างหากที่เอาไป!" เสมียนหวังทนแรงกดดันจากสายตาและคำพูดเฉือดเฉือนไม่ไหว พลộtหลุดตะโกนออกมาด้วยความสติแตก พร้อมกับชี้มือไปทางห้องพักผ่อนของผู้อำนวยการโรงงาน "เอกสารลับทั้งหมด... ผู้อำนวยการเฉินเป็นคนเก็บไว้ในตู้เซฟใต้พื้นห้องทำงาน! ฉันแค่... ฉันแค่ทำตามคำสั่ง!"
ซูเหม่ยหลินแย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับทำให้ผู้พบเห็นหนีบสันหลังวาบด้วยความหนาวเหน็บ นางปัดฝุ่นละอองที่เกาะตามแขนเสื้อคลุมอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับกำลังพูดคุยเรื่องการจิบชาชมจันทร์
"ขอบพระคุณสำหรับความสัตย์จริงนะคะ เสมียนหวัง... ความซื่อสัตย์ของท่านในนาทีสุดท้ายนี้ ช่างน่าสรรเสริญเสียจริง"
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ฉินหานจะก้าวเท้าออกจากเงื้อมเงาเพื่อเข้ามาจัดการขั้นตอนสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูโรงงาน พร้อมกับเสียงกระแทกของพานท้ายปืนไรเฟิลกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว
ประตูกระจกบานใหญ่ของโรงงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนาของนายทหารอารักขา ร่างสูงสง่าของฉินหานก้าวเข้ามาท่ามกลางกลุ่มควันและแสงสว่างยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ทว่าสิ่งที่ทำให้ซูเหม่ยหลินต้องหุบยิ้มและแววตาระคนความระแวดระวังขึ้นมาทันที คือบุคคลที่เดินตามหลังฉินหานเข้ามา
สตรีในชุดกี่เพ้าผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีแดงสด สวมหมวกตาข่ายคลุมหน้าบางเบา นางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งถือดี ใบหน้างملดงามโฉบเฉี่ยวราวกับนางพญาหงส์ แววตาคู่นั้นกวาดมองซูเหม่ยหลินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะปรายตามองฉินหานด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"ไม่นึกเลยนะคะท่านอ๋อง... ว่าท่านจะลดตัวลงมาเล่นสนุกกับ 'สตรีตกอับ' ในโรงงานกันฝุ่นเช่นนี้ ถึงกับต้องให้หม่อมฉัน... คู่หมั้นที่ทางการจัดหาให้เดินทางข้ามมณฑลมาตามหาตัวถึงที่นี่เชียวหรือคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่โรงงานทันที บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับยิ่งหนักอึ้งดั่งขุนเขา
ซูเหม่ยหลินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบยังคงประดับอยู่ แต่นัยน์ตากลับไหววูบดั่งผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป นางเหลือบมองฉินหานที่ใบหน้ายังคงเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ทว่าดวงตากลับทอประกายความยุ่งยากใจขึ้นมาแวบหนึ่ง—เกมการเมืองในโรงงานที่นางกำลังถือไพ่เหนือกว่าเมื่อครู่ กลับถูกพลิกกระดานด้วยการปรากฏตัวของสตรีลึกลับผู้มีศักดิ์เป็นถึง "คู่หมั้น" ของบุรุษผู้กุมชะตาเมืองผู้นี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านควันปืนและเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ไปพร้อมกับส้มหวานมิติลับนะคะ
กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง•ตอนที่ 5
เกมการเมืองในโรงงาน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!