กลิ่นคาวน้ำมันเครื่องและฝุ่นถ่านหินคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าซูเหม่ยหลินกลับสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างไม่นึกรังเกียจ นิ้วเรียวสวยที่เคยตวัดพู่กันวาดแผนที่ยุทธศาสตร์และคำนวณงบประมาณแผ่นดินในอีกมิติหนึ่ง บัดนี้ถูกสวมทับด้วยถุงมือผ้าใบหยาบกร้าน เปรอะเปื้อนคราบน้ำมันสีดำสนิท
เสื้อคลุมทำงานสีเทาเข้มตัวโคร่งที่สวมทับเรือนร่างระหงไม่ได้ทำให้ความสง่างามตามสายเลือดขุนนางเก่าของเธอลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม... ไหล่ที่ตั้งตรง ท่าทีสงบเยือกเย็น และดวงตาคู่คมดั่งหงส์ที่ซ่อนความลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง กลับทำให้หญิงสาวในชุดคนงานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้โดดเด่นสะดุดตา จนเหล่าคนงานชายอกสามศอกต่างต้องหลบสายตาเมื่อเดินผ่าน
"พี่หลิน... ท่านประธานเขตมาตรวจโรงงานวันนี้ พวกเรา... พวกเราจะซวยกันไหมคะ" เสียงกระซิบสั่นเครือดังขึ้นจากด้านข้าง
จ้าวชุนฮวา เด็กสาววัยสิบแปดปีผู้เป็นเพื่อนร่วมงานในแผนกประกอบเครื่องกล ยืนบิดชายเสื้อจนยับยู่ยี่ ใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่า แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววตื่นตระหนกหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด มือเล็กๆ ที่ถือประแจเหล็กสั่นเทาจนแทบจะถือไม่ไหว
ซูเหม่ยหลินหยุดมือจากการขันน็อตชิ้นส่วนเครื่องจักร เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ ชายตามองไปยังปลายทางเดินยาวของโรงงานที่เหล่าหัวหน้าแผนกกำลังวิ่งวุ่นเหงื่อตก ท่ามกลางกลุ่มผู้ตรวจการในชุดเสื้อซุนยัดเซนสีเขียวมะกอกและรองเท้าหนังขัดเงา
และท่ามกลางคนเหล่านั้น... มีเงาร่างสูงตระหง่านของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามา
ฉินหาน...
ต่อให้เขาจะสวมชุดเจ้าหน้าที่รัฐยุค 70 เพื่อกลมกลืนกับระบบ แต่รัศมีอำนาจดุดัน เยือกเย็น และความเฉียบขาดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าตอนสวมชุดขุนนางโบราณเสียอีก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปทั่วโรงงานราวกับเหยี่ยวที่กำลังสำรวจเหยื่อ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มุมอับซึ่งเ서และจ้าวชุนฮวายืนอยู่
บรรยากาศรอบตัวพล错ดิ่งลงอุณหภูมิลดฮวบทันที หัวใจของจ้าวชุนฮวาสั่นระรัวราวกับลูกนกตกน้ำ ทว่าซูเหม่ยหลินกลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทệาเทียม นิ่งสงบ และท้าทายในคราวเดียวกัน
"อย่าได้กลัวเลยชุนฮวา..." เสียงนุ่มนวลกังวานดั่งไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่มั่นคงจนสามารถซึมซับความหวาดกลัวในใจเด็กสาวให้สงบลงได้ "คนเราต่อให้ตัวใหญ่คับฟ้าเพียงใด ย่อมต้องมีจุดอ่อนที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าเสมอ... เช่นเดียวกับเครื่องจักรกลเหล่านี้ ที่พังทลายได้ด้วยฟันเฟืองตัวเล็กๆ เพียงตัวเดียว"
ชุนฮวาหันมามองพี่สาวร่วมแผนกด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่หลังประโยคนั้น แต่ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของซูเหม่ยหลินกลับทำให้เธอกล่าวพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายฉินหานที่เดินตรวจงานมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของทั้งสอง เขากวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพของซูเหม่ยหลินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า คราบน้ำมันบนใบหน้าเนียนละเอียดและชุดคนงานเทอะทะไม่ได้ทำให้ความงามของนางลดทอนลงแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคู่นั้นดูทรงพลังและดึงดูดใจอย่างประหลาด
"แผนกนี้... ดูเหมือนจะทำงานล่าช้ากว่ากำหนดสามเปอร์เซ็นต์" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าหัวหน้าแผนกที่ยืนกุมมือเหงื่อแตกพลั่ก
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแก้ตัวสักคน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลและสายตาพิฆาตของท่านประธานเขตผู้กุมชะตากรรมของโรงงานทั้งหมด ทว่า ท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัดนั้น กลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"เรียนท่านประธาน หากท่านมองเพียงแค่ตัวเลขปริมาณการผลิต ย่อมเห็นว่าล่าช้า..." ซูเหม่ยหลินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังร่างของจ้าวชุนฮวาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาหงส์สบประสานกับนัยน์ตาคมดุของฉินหานอย่างไม่หลบเลี่ยง "แต่หากท่านก้มลงมองที่ 'แกนกลาง' ของชุดเฟืองตัวที่สาม ท่านจะพบว่า ความล่าช้านี้เกิดจากการที่เรากำลังเปลี่ยนวัสดุหล่อลื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรระเบิดไหม้ในสัปดาห์หน้า... การช้าลงสามเปอร์เซ็นต์ในวันนี้ แลกกับการรักษาชีวิตคนงานนับร้อยและปกป้องผลผลิตทั้งปีไม่ให้สูญสิ้น... ท่านประธานผู้ปรีชาสามารถ คิดว่าคุ้มค่าหรือไม่เจ้าคะ?"
คำพูดที่เฉียบคมและเปี่ยมด้วยเหตุผลดังก้องไปทั่วบริเวณ หัวหน้าแผนกหน้าถอดสีด้วยความตกใจ ขณะที่ฉินหานหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นวูบหนึ่งอย่างพึงพอใจ
เขารู้ดีว่านางไม่ได้แค่แก้ตัว แต่นางกำลังใช้วิกฤตนี้สร้างฐานอำนาจและปกป้องเด็กสาวข้างกาย เพื่อซื้อใจคนงานระดับล่างให้มาอยู่ใต้ปีกของนางอย่างเงียบเชียบ!
"เจ้าชื่ออะไร..." ฉินหานก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงจนกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซùmเข้าหาตัวนาง ก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเราสองคนได้ยิน "กล้าดียังไงมาต่อรองกับข้า... ดูท่าทาง กุนซือเช่นเจ้าคงไม่ยอมเป็นแค่คนงานธรรมดาไปนานแน่"
ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มลึกล้ำประดับอยู่บนเรียวปากสวย "ข้าก็แค่... คนงานผู้รักความยุติธรรมคนหนึ่งเท่านั้นเพคะ ท่านประธาน"
ทว่า ก่อนที่ฉินหานจะได้เอ่ยคำใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของยามหน้าประตูโรงงานก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ
"แย่แล้ว! ทางการ... เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง นำหมายค้นด่วนมาที่นี่!"
ฉินหานหันขวับไปมองทางเข้าทันที นัยน์ตาคมกริบวับวาวด้วยประกายอันตราย ซูเหม่ยหลินนิ่งงันไปชั่วพริบตา ก่อนที่สมองอันปราดเปรื่องจะประมวลผลความเชื่อมโยงทั้งหมดทันที... มีหนอนในกระทรวงที่ต้องการกำจัดฉินหาน และโรงงานแห่งนี้คือเป้าหมายแรก!
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ฉินหานเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวของซูเหม่ยหลินไว้แน่น ดึงร่างนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ดูเหมือนเกมกระดานนี้... จะเริ่มสนุกเร็ουกว่าที่คิดแล้วสินะ หึ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านควันปืนและเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ไปพร้อมกับส้มหวานมิติลับนะคะ
กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง•ตอนที่ 6
เมื่อกุนซือต้องสวมชุดคนงาน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในเงาปืนยุคอุตสาหกรรมกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!