เสียงหัวเราะคิกคักของหลินฟางเซียนที่ดังแว่วมาจากศาลากลางสวนกุหลาบหลวง ยังคงบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเก่า กลีบกุหลาบสีแดงฉานที่ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดบนพื้นหินอ่อน ถูกเหยียบคั้นจนแหลกเหลวใต้รองเท้าผ้าแพรปักดิ้นทองของนาง ผู้หญิงที่เคยคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากเขา... ในวันนี้กลับกลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในเกมการเมืองวังหลังอย่างเต็มตัว
"ทรงพระสำราญยิ่งนักเพคะ ฝ่าบาท... ดูสิเพคะ ว่าดอกไม้ที่พระองค์ประทานให้ งดงามเพียงใด"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มที่จงใจเปล่งออกมาให้ดังพอที่ใครบางคนซึ่งยืนหลบมุมอยู่หลังเสาหินแกรนิตได้ยิน ช่างบาดใจยิ่งนัก ฮ่องเต้จ้าวหย่งประทับยืนทอดพระเนตรความสำเร็จของนางด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหลงใหลและสำนึกผิดระคนกัน พระองค์พยายามเอื้อมพระหัตถ์ไปกุมมือนุ่มนิ่มของนาง แต่ฟางเซียนกลับชักมือกลับอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากอิ่มเอิบนั้น ช่างงดงามทว่าไร้ซึ่งความจริงใจโดยสิ้นเชิง
นางไม่ได้รักเขา... และไม่มีวันรัก
ความสะใจแผ่ซ่านในอกของนางราวกับไฟป่าที่ลุกลาม การได้เห็นบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางจนไม่เหลือชิ้นดี ต้องมาคุกเข่าสยบแทบเท้า วอนขอเศษเสี้ยวความใส่ใจ ช่างเป็นรสชาติหอมหวานที่นางเสพติดเสียแล้ว
ทว่า ในความมืดสลัวใต้เงาไม้ใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่กำลังจะมาเยือน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาด้วยความเย็นชาและตื่นตระหนก
เฉินเหวินหลางก้าวออกมาจากเงาไม้ ฝีเท้าของเขารวดเร็วจนแทบไร้เสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิทขนาบข้างด้วยความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา นิ้วเรียวยาวกุมด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดไรฟัน ทันทีที่นางเดินปลีกตัวออกมาจากสายตาของผู้คนแล้วก้าวเข้าสู่เขตตำหนักส่วนตัว
ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดกลัว บัดนี้กลับพราวระยับด้วยความท้าทาย นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏที่มุมปาก "ไฟหรือ? ท่านองครักษ์เฉิน... ข้าคือคนจุดไฟต่างหากล่ะ เลิกทำตัวเป็นอาจารย์คอยอบรมข้าสักที ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้เจ้ามาคอยชี้แนะว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ"
"เจ้ากำลังหลงระเริง!" เหวินหลางก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้ซึ่งรักษาระยะห่างตามกฎมณเณียรบาล ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง แววตาของเขาดุดันและร้อนรุ่มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยความโกรธ "การที่เจ้าทำเช่นนี้กับฮ่องเต้ มันไม่ใช่การแก้แค้น แต่มันคือการเอาคอขึ้นไปพาดบนเขียง! เจ้าคิดว่าพระองค์ทรงโง่เขลาไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ? เมื่อใดที่ความลุ่มหลงจางหายไป ความระแวงจะเข้ามาแทนที่ และคนแรกที่จะถูกกำจัดทิ้งเพื่อรักษาบัลลังก์ ก็คือเจ้า... หลินฟางเซียน!"
คำพูดของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงกลางใจ แม้ฟางเซียนจะพยายามทำเป็นเข้มแข็งเพียงใด แต่ความจริงอันโหดร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเตือนนั้น ก็ทำให้นางเผลอผับริมฝีปากเข้าหากันอย่างเจ็บใจ
"แล้วอย่างไรล่ะ?" นางเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความพยศ นางก้าวเท้าสวนกลับจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่งของเขา กลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวและไอความอบอุ่นจากร่างกายของเหวินหลางแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท "ข้าสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ตั้งแต่ลูกของข้าตาย... ตั้งแต่วันที่ข้าถูกผลักตกจากตำแหน่งพระชายา ชีวิตนี้ของข้ามันตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว! ทุกสิ่งที่ข้าทำในวันนี้ คือการลากพวกมันลงมานรกด้วยกันต่างหาก หากข้าต้องตาย... ข้าก็จะทำให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟไปพร้อมกับข้าด้วย!"
ความมืดมิดในแววตานั้นทำให้เหวินหลางแทบคลั่ง หัวใจของยอดฝีมือผู้ไร้พ่ายกระตุกวาบ ความเจ็บปวดลึกซึ้งแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมออกไปคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแรงโดยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ร่างทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ลลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันในความเงียบงันของห้องโถงที่ไร้ผู้คน
"เจ้าบ้าไปแล้ว..." เขากระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาแรมปี "เจ้าคิดว่าความตายจะทำให้เจ้าเป็นอิสระจากความเจ็บปวดงั้นหรือ? ฟางเซียน... มองหน้าข้า เจ้าคิดว่าข้าทนมองเจ้าทำลายตัวเองอยู่แบบนี้ได้เรื่อยๆ หรือไง!"
ฟางเซียนชะงัก ดวงตาคู่คมสบเข้ากับดวงตาขององครักษ์หนุ่มที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังความเย็นชาเสมอ บัดนี้ ในนัยน์ตาสูสีคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาและความเจ็บปวดที่แผดเผาไม่แพ้กัน
ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความต้องการที่จะระบายความเจ็บปวดทั้งหมดที่มี หลอมรวมกันกลายเป็นแรงดึงดูดอันมืดมน
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้าก็หยุดข้าสิ, เฉินเหวินหลาง" นางท้าทายด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่บนริมฝีปากของเขา "ถ้าเจ้าคิดว่าข้ากำลังเดินไปสู่ความหายนะ... ก็หยุดข้าด้วยวิธีของเจ้าสิ ทำให้ข้าลืมทุกสิ่งทุกอย่าง... ทำให้ข้าลืมความแค้นพวกนั้น... ถ้าเจ้าทำได้..."
สิ้นคำท้าทายนั้น ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดของเหวินหลางก็ขาดผึ่งลงราวกับเส้นด้าย
มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของนาง บังคับให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัส รสจูบที่ระเบิดขึ้นในความมืดไม่ได้อ่อนโยนหรือทะนุถนอม แต่มันคือการครอบครอง บดขยี้ และเรียกร้องอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากหยักลึกบดขยบกลีบปากอิ่มของนางอย่างเร่าร้อน ดึงดูด ขบเม้ม จนรสหวานคาวเลือดปะปนไปกับสัมผัสวาบหวาม ฟางเซียนครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กขยุ้มสาบเสื้อสีดำของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองที่แทบจะละลายลงกับพื้น
สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดผ้าแพrเนื้อดี ปลุกเร้าความรู้สึกดิบเถื่อนที่ทั้งสองต่างเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา แรงอารมณ์พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างไร้การควบคุม ลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของบุรุษผู้แข็งกร้าวที่บัดนี้ยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบ
ในความมืดมิดและเร่าร้อนนั้น ไม่มีฮ่องเต้ ไม่มีวังหลัง ไม่มีกฎเกณฑ์ของแผ่นดิน มีเพียงความโหยหา ร่างกายที่แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน และความเจ็บปวดร้าวลึกที่ถูกปลอบประโลมด้วยไฟสิเน่หาอันลึกซึ้งจนแทบขาดใจ
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าฝีเกือกม้าและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของขันทีรับใช้ที่ดังขึ้นกะทันหันหน้าตำหนัก ก็กระชากให้สติของทั้งคู่กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
เหวินหลางผละออกจากริมฝีปากบวมเจ่อของนางอย่างจำใจ แววตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูด้วยความระแวกระจัว ฟางเซียนหอบหายใจโยนตัวพิงเสาเรือน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่สายตาขององครักษ์หนุ่มเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะทรงอักษรของนาง ซึ่งถูกลมพัดปลิวออกมาจากแฟ้มลับ
มือหนารีบก้มลงหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะส่งคืนให้นาง แต่เมื่อสายตาคมกริบกวาดอ่านข้อความและตัวอักษรลายมือบนกระดาษแผ่นนั้น ร่างทั้งร่างของยอดฝีมือผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด กลับแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
กระดาษใบนั้นคือรายชื่อสายลับในห้องเครื่อง... และบันทึกการแพทย์ลับที่ระบุถึง "สายเลือดที่แท้จริง" ของเด็กชายผู้หนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในตำหนักนอกวัง... เด็กน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเฉินเหวินหลางทุกกระเบียดนิ้ว!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการแก้แค้นอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะคะ
องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 19
ความจริงที่ถูกกระซิบ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!