องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 18

ลมหายใจของความแค้น

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
หยดหมึกสีดำสนิทซึมลึกจมหายไปกับกระดาษสาเนื้อดี ราวกับรอยแผลเป็นที่ฝังรากลึกอยู่ในอกของจ้าวหย่ง ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นจ้าว พระองค์ทรงทอดพระเนตรฎีกาในมือด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าหัวใจกลับหนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับถม พระเนตรคมกราบกรานมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสตรีผู้หนึ่งนั่งเงียบเชียบดั่งเงา คอยบดหมึกถวายด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่พระองค์เคยเหยียบย่ำ ทำลาย และผลักไสให้ตกลงไปในขุมนรกแห่งความเจ็บปวด "ฝ่าบาท..." ขันטיคนสนิทเอמהเสียงสั่นเทา "องค์หญิง... เอ่อ อดีตพระชายาหลินฟางเซียน ส่งจดหมายฉบับนี้มาถวายพะยะค่ะ" จ้าวหย่งสะดุ้งเฮือก พระหัตถ์ที่ถือพู่กันสั่นเทาจนหมึกหยดเปื้อนเสื้อคลุมมังกร พระองค์รีบคว้ากระดาษแผ่นน้อยมาคลี่อ่านด้วยความร้อนรน หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ราวกับคนใกล้ตายที่กำลังไขว่คว้าหาอากาศหายใจ ข้อความบนกระดาษมีเพียงสั้นๆ ทว่าบาดลึกยิ่งกว่าคมดาบ *‘หม่อมฉันตายไปจากวังหลังแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ฝ่าบาทเผาตำหนักเย็นแล้วเพคะ สิ่งที่เหลืออยู่ ณ ที่นี้ มีเพียงความว่างเปล่า... และลมหายใจแห่งความแค้น’* เพล้ง! พู่กันหยกราคาแพงร่วงหล่นกระทบพื้นแตกกระจาย จ้าวหย่งทรงก้าวถอยหลังไปสองก้าว พระองค์ทรงกอบกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังปวดร้าวรานราญราวกับถูกไฟแผดเผา ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้กำลังกัดกินวิญญาณทีละน้อย ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอน วันที่ฟางเซียนคุกเข่าขอความเมตตา วันที่นางหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดขณะสูญเสียบุตรในครรภ์ และวันที่พระองค์ตวัดพระHัตถ์ไล่นางออกจากวังราวกับหมูหมา "ข้าโง่เง่า..." พระองค์พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความทรมาน "ข้ามันโง่เง่าที่สุด... ฟางเซียน เจ้ากลับมาเถอะ... เจ้าอยากได้ชีวิตของข้า หรือบัลลังก์นี้ ข้าก็ยอมยกให้เจ้าทั้งสิ้น!" ทว่า... เสียงร่ำไห้และคำอ้อนวอนของโอรสแห่งสวรรค์กลับไร้ค่า ไร้เสียงตอบรับจากความเงียบงัน ณ ตำหนักบูรพาที่ห่างไกล บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของกำยานราตรี หลินฟางเซียนในอาภรณ์สีแดงเพลิงขับเน้นผิวเนียนละเอียดดั่งหยกขาว นางกำลังจิบสุราหมักรสเลิศด้วยท่าทีสง่างดงามและเย็นชาถึงขั้วหัวใจ ทุกย่างก้าวของนางคือการเหยียบย่ำความรู้สึกของคนที่เคยทำลายชีวิตนาง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อสายลับรายงานว่าฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กำลังทรมานเจียนตายด้วยพิษแห่งความสำนึกผิด "สะใจดีแท้..." ฟางเซียนแย้มสร้อยยิ้มเยาะหยัน น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง "ความเจ็บปวดที่ข้าเคยได้รับ เขากำลังลิ้มรสมันทีละน้อย... แต่มันยังน้อยไป ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เขาทำกับลูกของเรา!" เงาร่างสูงโปร่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องก้าวเข้ามาใกล้ เฉินเหวินหลาง องครักษ์ผู้เงียบขรึมและจงรักภักดีต่อฟางเซียนเพียงผู้เดียว สายตาคมกราบกรานมองนางด้วยความห่วงใยระคนปรารถนาอันร้อนแรงที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งงบ "คุณหนู..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกแผ่วเบา "ดึกมากแล้ว พักผ่อนเถอะขอรับ" ฟางเซียนหันกลับมาสบตาชายหนุ่ม ผู้ซึ่งคอยโอบอุ้มรับความแตกสลายของนางขึ้นมาจากกองเพลิง นางวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้ ก้าวเข้าไปใกล้จนแผ่นอกของเขาแนบชิดกับร่างระหง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายจันทร์หอมทำให้หัวใจของนางเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ "เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ... เหวินหลาง?" นางกระซิบถาม ริมฝีปากสีชาดอยู่ห่างจากริมฝีปากหยักลึกของเขาเพียงคืบ "ชีวิตของกระผมเป็นของคุณหนูตั้งแต่วันนั้นแล้วขอรับ..." เหวินหลางตอบเสียงพร่า สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างลึกซึ้ง ยามที่ปลายนิ้วเรียวสากระคายของเขาแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มของนาง "ไม่ว่าคุณหนูต้องการให้กระผมทำลายล้างผู้ใด แม้แต่แผ่นดินนี้ กระผมก็พร้อมจะถวายหัวให้" คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำสาบาน แต่มันคือลมหายใจที่ยอมพลีชีพให้ ฟางเซียนแย้มยิ้มหยาดเยิ้ม มือเรียวเล็กเอื้อมไปโอบรอบลำคอแกร่งขององครักษ์หนุ่ม ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้น "ถ้าเช่นนั้น... จงพิสูจน์ให้ข้าเห็นสิว่า เจ้าภักดีต่อข้าแค่ไหน..." สิ้นคำท้าทาย ริมฝีปากของทั้งสองก็ทาบทับเข้าหากันอย่างเร่าร้อนและโหยหา เหวินหลางไม่รอช้าที่จะประคองเอวบางของนางให้แนบชิดเข้ามา รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและลึกซึ้งราวกับโหยหากันมาเนิ่นนาน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากจนเสียงหอบหายใจเริ่มขาดห้วง มือแกร่งลูบไล้ไปตามแนวแผ่นหลังระหง ภายใต้ชุดผ้าแพรบางเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาทำให้นางสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดในอดีต ความแค้นเคือง และความโดดเดี่ยว ถูกหลอมละลายหายไปในเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนนี้ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดรินอยู่บนผิวแก้มและซอกคอขาวผ่อง เหวินหลางอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ละริมฝีปากออกจากกัน ฟางเซียนโอบกอดลำคอเขาแน่น ขาเรียวเกี่ยวตวัดรอบเอวสอบของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ นางถูกวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตาขององครักษ์หนุ่มในยามนี้กลับดุจดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินกวางน้อยให้แหลกคามือ อาภรณ์ทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางแสงเทียนที่ไหววูบ ผิวเนียนขาวดั่งหยกตัดกับความมืดมิดของรัตติกาล แสงเงาทอดทับสอดประสานกันอย่างงดงามและน่าตื่นตะลึง เสียงครางหวานหูหลุดลอดริมฝีปากของฟางเซียนยามที่นิ้วมืออุ่นร้อนของเขาแตะสัมผัสจุดอ่อนไหว ท่วงทำนองแห่งความรักและความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างเนิ่นนาน หน่วงหนัก และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้น สัมผัสที่หนักแน่นและเร่าร้อนทำให้หัวใจของฟางเซียนพองโต นางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเพื่อระบายความซ่านสยิว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของเหวินหลาง ทุกจังหวะของการสอดประสานคือการประกาศกร้าวว่านางหลุดพ้นจากกรงทองแห่งความตายแล้ว และในอ้อมแขนนี้... นางคือราชินีผู้ครองหัวใจของบุรุษที่ยอมตายแทนได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเปลวเทียนมอดดับลง เหลือเพียงแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ฟางเซียนนอนซบอยู่บนแผ่นอกกว้างของเหวินหลาง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ความสุขสมและเหนื่อยอ่อนทำให้เปลือกตาของนางหนักอึ้ง ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเคลิ้มหลับไปนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก "ฝ่าบาท! เสด็จไม่ได้นะเพคะ! องค์หญิงทรงบรรทมหลับแล้ว!" เสียงขันทีหน้าตำหนักร้องห้ามเสียงหลง ฟางเซียนลืมตาโพลงขึ้นทันที ความง่วงงุนมลายหายไปสิ้น นางลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับร่างเปลือยเปล่า ขณะที่เหวินหลางพลิkตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาคว้ากระบี่ประจำกายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัว ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล! แสงจันทร์สาดส่องกระทบร่างของบุรุษผู้สวมชุดคลุมมังกรยับเยิน พระเนตรคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ยามที่ทอดพระเนตรเห็นอดีตพระชายาของตนยืนอยู่เคียงข้างกับองครักษ์หนุ่มในสภาพที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนมาหมาดๆ แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวหย่งแทบล้มทั้งยืน และทำให้ลมหายใจของฟางเซียนหยุดชะงักไปชั่วขณะ... ไม่ใช่ภาพบาดตาบาดใจนั้น หากแต่เป็นเด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบ ที่แอบอยู่ด้านหลังพระองค์ เด็กน้อยผู้มีใบหน้างดงามถอดแบบมาจากพระองค์และนางราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเอ่ยปากถามด้วยเสียงใสแจ๋วว่า "เสด็จพ่อ... ท่านแม่... นี่คือใครหรือขอรับ?" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการแก้แค้นอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%