"ออกไปเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดของหลินฟางเซียนสั่นพร่าไม่ต่างจากกิ่งไม้ที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ นางถอยกรูดไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับผนังไม้ที่เย็นเฉียบ ทว่าเบื้องหน้าคือบุรุษผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกรงขังทองคำที่นางเคยถูกจองจำกำลังตามมาหลอกหลอนถึงในที่ซุกหัวนอนอันแสนอเนจอนาถนี้
เหวินหลางยืนขวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง กล้ามเนื้อแผ่นหลังของเขากำลังสั่นเกร็ง องครักษ์หนุ่มไม่ได้หันมามองนาง แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นชัดเจนพอจะบอกว่าเขาพร้อมจะเอาชีวิตฮ่องเต้จ้าวหย่งหากอีกฝ่ายก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว
"เหวินหลาง... ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวหย่งทรงอำนาจและเย็นชาดั่งสายน้ำแข็งที่ไหลผ่านหุบเขาไร้กาลเวลา "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสั่งประหารใคร แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า... ทั้งหมด"
"หม่อมฉันมิใช่สิ่งของ และพระองค์ไม่มีสิทธิ์จะทวงคืนเศษซากที่พระองค์ทรงเขี่ยทิ้งลงกองขยะไปแล้ว!" ฟางเซียนแค่นหัวเราะ ทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอ ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้ฉายแววอาฆาตแค้นจนฮ่องเต้หนุ่มชะงักงัน
ในจังหวะที่จ้าวหย่งก้าวเข้าประชิดตัวเหวินหลางเพื่อจะคว้าแขนของนาง ความอดทนของทั้งคู่ก็ขาดสะบั้นลง องครักษ์หนุ่มกระโจนเข้าใส่ผู้เป็นนายด้วยสัญชาตญาณ การปะทะกันไม่ได้เน้นกระบวนท่าสวยงาม แต่เป็นความดิบเถื่อนของบุรุษสองคนที่ต้องการพิสูจน์ความแข็งแกร่งเพื่อครอบครองหัวใจของสตรีเพียงหนึ่งเดียว
แรงปะทะทำให้ข้าวของในเรือนไม้พังยับเยิน ฟางเซียนที่ตกอยู่ท่ามกลางความสับสนและความหวาดกลัวถูกดึงเข้ามาในวังวนนั้นโดยไม่ตั้งใจ จ้าวหย่งคว้าข้อมือนางไว้ได้ก่อนที่เหวินหลางจะกระชากกลับ แรงกระชากนั้นทำให้เสื้อผ้าเนื้อบางของนางฉีกขาดเผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนที่สั่นระริก
"เจ้ากล้าขัดขืนข้าหรือ เหวินหลาง?" จ้าวหย่งกระซิบเสียงเย็น สายตาเขามองนางด้วยความหิวกระหายที่ถูกเก็บกดมานานแรมปี
"สิ่งที่หม่อมฉันกล้าทำ ยิ่งใหญ่กว่าที่พระองค์คาดคิดนัก" เหวินหลางสวนกลับ ก่อนจะผลักร่างฮ่องเต้ออกไปแล้วคว้าตัวฟางเซียนไว้ในอ้อมแขน ความใกล้ชิดที่ปะทะกันด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจร้อนผ่าวเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้กลายเป็นเตาหลอมที่แผดเผา
ความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุม เหวินหลางซุกใบหน้าลงกับซอกคอของหญิงสาว สัมผัสที่ปลุกเร้าทำให้ฟางเซียนสะท้านไปทั้งร่าง นางไม่ได้ขัดขืน แต่กลับตอบรับด้วยการจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขา ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศในอดีตถูกเปลี่ยนเป็นการระบายลงบนรอยสัมผัสของชายตรงหน้า
บนฟูกเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะอารมณ์ ทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางสายตาที่บ้าคลั่งของฮ่องเต้จ้าวหย่งที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นราวกับถูกกรีดหัวใจเป็นชิ้นๆ ฟางเซียนเม้มปากแน่นยามที่ความรู้สึกวาบหวามถาโถมเข้าใส่ ลมหายใจของนางหอบกระชั้นประสานกับเสียงครางต่ำของเหวินหลางที่กระซิบคำรักซ้ำๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่านางเป็นของใคร
"เจ็บไหม... ฟางเซียน" เขาถามพลางจูบซับน้ำตาที่ไหลรินลงบนผิวแก้ม รสจูบที่ร้อนแรงและอ่อนโยนในคราวเดียวกันนั้นช่างขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เลวร้าย
"เจ็บ... แต่ข้าไม่เสียใจ" นางตอบพร้อมกับแอ่นกายรับสัมผัสที่รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทุกจังหวะที่ขยับเคลื่อนไหวคือการเย้ยหยันอดีตสวามีที่ยืนแข็งค้างดั่งรูปปั้นไร้วิญญาณ หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนผ้าแพรขาวที่ปูรองอยู่ใต้ร่าง เป็นประจักษ์พยานถึงการหลุดพ้นจากอดีตและการเริ่มต้นใหม่ที่เจ็บปวด
ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมาหลังพายุอารมณ์สงบลง จ้าวหย่งที่ยืนนิ่งอยู่นานก็ก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่ เขาไม่ได้หันมองรอยรักที่เด่นชัดบนร่างนาง แต่สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้เตียงไม้
นั่นคือม้วนกระดาษเก่าๆ ที่นางแอบเก็บไว้...
จ้าวหย่งก้มลงหยิบมันขึ้นมา คลี่ออกดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ดวงตาของจักรพรรดิจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันเมื่อสิ่งที่อยู่ในมือนั้นไม่ใช่จดหมายลับหรือแผนการกบฏอย่างที่เขาหวาดระแวง แต่เป็นภาพวาดของเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้า... เหมือนเขาราวกับถอดแบบออกมาทุกกระเบียดนิ้ว!
"เจ้าบอกข้ามาสิ ฟางเซียน..." จ้าวหย่งเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางชูกระดาษนั้นขึ้น "เด็กคนนี้... คือใครกันแน่?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำตาและกองเพลิงไปกับมิคายามวิกาลนะคะ
องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 4
หยดเลือดบนผ้าแพรขาว
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!