องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 3

กลิ่นอายที่ต้องห้าม

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตหวงห้ามของตำหนักเย็น หาได้ทำให้สตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้ผุพังสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย หลินฟางเซียนยังคงจดจ้องเงาสะท้อนของตนเองในอ่างน้ำทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า รอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวจากมุมปากถึงคาง คือเครื่องประดับราคาแพงที่อดีตสวามีผู้สูงส่งประทานให้อย่างไม่ไยดีเมื่อยามนางอุ้มท้องทารกผู้ไร้เดียงสาไปขดกายร้องขอความเมตตา ประตูบานไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ลมหนาวปลายฤดูโชยกลิ่นอายความตายเข้ามาปะทะจมูก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคย—กลิ่นอายของเหล็กกล้าและหยาดเหงื่อจากบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจนางให้แหลกคราบพื้นดิน... มิใช่สิ เสียงฝีเท้านี้หนักแน่นและเงียบงันเกินกว่าจะเป็นองค์จักรพรรดิผู้หยิ่งทะนง เงาสูงตระหง่านทาบทับร่างระหงของนางลงมา เฉินเหวินหลางยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลัง สายตาคมปลาบดั่งคมดาบที่ซ่อนฝักกวาดมองแผ่นหลังบอบบางที่สั่นเทาน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่มันคือแรงกระเพื่อมแห่งความแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นอีกครา "ใต้เท้าเหวิน... ท่านกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในที่อัปמงคลเช่นนี้" น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออดอ้อนบัดนี้แหบพร่าและเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็ง "องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ตรวจค้นตำหนักทุกตารางนิ้ว ข้าแค่... ทำตามหน้าที่" เหวินหลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ภายนอกเขาคือองครักษ์ผู้ไร้หัวใจ ภักดีต่อบัลลังก์มังกรอย่างไร้ข้อกังขา ทว่านัยน์ตาคู่คมที่จดจ้องลาดไหล่เปลือยเปล่าภายใต้ชุดคลุมเนื้อบางเบากลับร้อนรุ่มจนน่ากลัว ฟางเซียนค่อยๆ หมุนกายกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีชาด นางมิได้ถอยหนี กลับก้าวเข้าไปประชิดร่างหนาขององครักษ์หนุ่มทีละน้อย ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักค่อยๆ วางลงบนแผงอกกว้างที่มีเกราะอ่อนห่อหุ้ม สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวรากลองศึกภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น "หน้าที่งั้นหรือ..." ฟางเซียนหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่ง "หน้าที่ที่ทำให้ท่านต้องทนมองข้าถูกซ้อมทรมานเมื่อสามปีก่อนโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหรือไร?" เหวินหลางสะท้านเฮือก กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งขึง ภาพวันวานย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขาจำได้แม่นยำ วันที่สตรีในอ้อมกาลของฮ่องเต้ถูกลากออกไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี วันที่เขาต้องก้มหน้าคุกเข่ารับคำสั่งให้ปิดปากเงียบ ทั้งที่ในอกข้างซ้ายแทบระเบิดเป็นจุลเพราะความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอ่ย "เจ้า... ไม่ควรพูดถึงเรื่องนั้น" เหวินหลางเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังตื่นตัวขึ้นจากสัมผัสเย้ายวน "ทำไมล่ะ? หรือว่าใต้เท้าผู้ยิ่งใหญ่เกิดสำนึกผิดขึ้นมาจริงๆ ช่างน่าขันสิ้นดี" ฟางเซียนแค่นหัวเราะ ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ นางขยับกายเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวบุรุษ "แต่ข้าไม่ได้ต้องการความสงสารจากท่าน... เหวินหลาง ข้าต้องการ 'ข้อแลกเปลี่ยน'" องครักษ์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าหมายความว่าอย่างไร" "ฮ่องเต้เริ่มสงสัยในตัวข้าแล้ว พระองค์ส่งท่านมาเพื่อหาหลักฐานประจักษ์ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่เพื่อทำลายล้างบัลลังก์ของพระองค์ใช่หรือไม่?" ฟางเซียนกระซิบชิดริมหูแกร่ง กลิ่นกายหอมหวานประหลาดของนางกำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะของยอดฝีมือผู้เยือกเย็นให้พังทลายลงทีละน้อย "ถ้าท่านปกป้องข้า... ถ้าท่านช่วยดึงข้าออกไปจากนรกขุมนี้ ข้าจะยอมให้ท่านได้ครอบครองสิ่งที่ท่านปรารถนามาตลอด" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ เหวินหลางเบิกตากว้าง ความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของดวงวิญญาณ ความปรารถนาอันต้องห้ามที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจลบเลือน—สตรีผู้สูงศักดิ์ที่เขาได้แต่แอบมองมาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังยื่นข้อเสนอที่อันตรายที่สุดให้แก่เขาด้วยความสมัครใจ "เจ้าบ้าไปแล้วหรือฟางเซียน..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่า เต็มไปด้วยความลังเลและแรงปรารถนาที่พวยพุ่งทะลักจุดเดือด "นั่นเท่ากับทรยศแผ่นดิน... และพาเจ้าไปสู่ความตาย" "ความตายหรือ? ข้าตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว!" ฟางเซียนตวาดกลับเสียงกร้าว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น ก่อนที่นางจะดึงมือเขาขึ้นมาทาบทับลงบนอกซ้ายของตนเอง "ถ้าท่านกลัวนัก ก็ไสหัวไปซะ! ไปทูลฮ่องเต้เสียว่าข้ายังอยู่ แล้วปล่อยให้ข้าถูกฆ่าตายไปต่อหน้าท่านอีกครั้งสิ!" ความนุ่มหยุ่นภายใต้ฝ่ามือและแรงสะท้อนจากหัวใจดวงน้อยที่เต้นเร่า ทำให้เกราะป้องกันสุดท้ายขององครักษ์ไร้ใจพังครืนลงในเสี้ยววินาที เหวินหลางคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าที่อดโซมาเนิ่นนาน ความอดกลั้นทั้งหมดที่สั่งสมมาหลายปีมลายหายสิ้น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคิ้วคากของนางแล้วกระชากเข้ามาประชิดแนบแน่นจนร่างทั้งสองแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ริมฝีปากหนาร้อนระอุพุ่งเข้าประกบกลีบปากอิ่มสีชาดอย่างไร้ซึ่งความปรานี "อื้อ..." เสียงประท้วงของฟางเซียนถูกกลืนหายไปในลำคอทันที สัมผัสแรกดุดัน รุนแรง และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน เหวินหลางขบเม้มริมฝีปากบางเฉียบของนางด้วยความกระหาย ไล้เลียความหวานล้ำที่เขาเคยได้แต่ฝันถึงในยามค่ำคืนอันเหน็บหนาว ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางสั่นสะท้าน ขาเรียวอ่อนยวบจนต้องใช้มือโอบรอบลำคอแกร่งไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว มือหนาอีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดคลุม หลุดรุดปมเชือกออกด้วยความชำนาญ ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกขาวเผชิญหน้ากับอากาศหนาวเหน็บเบื้องนอก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยฝ่ามืออุ่นจัดที่บีบเคล้นสะโพกผายและลาดไหล่ด้วยความหลงใหล ความเงียบงันของตำหนักเย็นถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงครางแผ่วเบาอย่างสุขสม ฟางเซียนจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เคยเป็นศัตรู บัดนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นเอกในการแก้แค้น อารมณ์พิศวาสอันเร่าร้อนโหมกระหน่ำราวกับเปลวไฟที่เผาผลาญสติสัมปชัญญะ สองร่างกอดเกี่ยวพันพัวกันอย่างไร้ยางอายท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งบาปหนา ในยามที่ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ห้วงอารมณ์แห่งความสุขสมพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ปลุกเร้าความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกความรู้สึกให้มอดไหม้ ฟางเซียนซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเหวินหลาง หยาดน้ำตาแห่งชัยชนะไหลรินอาบแก้ม นางใช้เรือนร่างและหยาดเหงื่อนี้เอง เพื่อตีตรابจององครักษ์ผู้เก่งกาจที่สุดให้มาสยบแทบเท้า และใช้เขาเป็นอาวุธสังหารฮ่องเต้ผู้ทรยศในกาลข้างหน้า ทว่า... ในขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มสงบลงและความเร่าร้อนกำลังจางหาย เสียงฝีเท้าฝีเกือกม้าและแสงคบเพลิงสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างตำหนักเย็น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งสองเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "ใต้เท้าเหวิน! ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยพระองค์เอง! ทรงมีรับสั่งให้เปิดประตูตำหนักเดี๋ยวนี้!" เหวินหลางผุดลุกขึ้นจากเตียงไม้เก่าด้วยความตกใจ ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อหันไปเห็นเงาร่างของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับกุญแจทองคำในมือที่ไขเปิดออกอย่างช้าๆ! ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%