องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 15

ทางเลือกของคนบาป

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายอันเย็นเยียบของอำนาจและคราบน้ำตาที่แห้งกรังอยู่บนพวงแก้มของอดีตพระชายา “เจ้ากล้าดียังไงถึงยื่นข้อเสนอเช่นนี้... ฝ่าบาท” หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักบูรพาที่มืดสลัว แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมราตรีที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก นางไม่ได้หันกลับไปมองบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน แม้จะรู้ดีว่าเงาร่างสูงสง่าที่ทาบทับลงมาบนแผ่นหลังของนางนั้นเต็มไปด้วยความเวทนาและสำนึกผิดที่สายเกินแก้ จักรพรรดิ์จ้าวหย่งทรงก้าวเข้ามาใกล้ ชายฉลองพระองค์ปักลายมังกรทองสั่นสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจที่หนักหน่วง พระเนตรคมกลาบมองแผ่นหลังระหงที่เคยอยู่ในอ้อมกอดแต่พระองค์กลับผลักไสอย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้ ฟางเซียนในชุดแพรไหมสีแดงเพลิงขับเน้นผิวเนื้อผุดผ่อง นางไม่ได้อ่อนแอและรอคอยความเมตตาจากใครอีกต่อไปแล้ว อำนาจสูงสุดในวังหลังกำลังรอให้นางก้าวขึ้นไปครอบครอง เพียงแค่นางเอ่ยปากรับข้อเสนออภิเษกกลับคืนสู่ตำแหน่งฮองเฮา ตำแหน่งที่เคยถูกกระชากลงมาเหยียบย่ำก็จะกลับมาเป็นของนางอย่างไร้ข้อกังขา “ข้าแค่อยากคืนสิ่งที่ควรเป็นของเจ้า... ฟางเซียน” สุรเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน เต็มไปด้วยความร้าวราน “บัลลังก์ฮองเฮา อำนาจที่ผู้ใดก็ไม่อาจแตะต้อง เจ้าอยากได้สิ่งใด ข้าจะประทานให้ทั้งหมด ขอเพียงแค่...” “เพียงแค่ข้าหันกลับไปสวมหน้ากากสตรีผู้ภักดีของพระองค์อีกครั้งอย่างนั้นหรือเพคะ?” ฟางเซียนหัวנסเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มที่มุมปากช่างเยียบเย็นเสียจนจ้าวหย่งรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มกรีดแทงลงบนขั้วหัวใจ “ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือว่า มือคู่นี้... และหัวใจดวงนี้ของหม่อมฉัน มันตายไปตั้งแต่วันที่พระองค์สั่งประหารตระกูลหลินแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือของบุรุษผู้หนึ่ง เฉินเหวินหลางก้าวเข้ามาในความมืด ร่างกายสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิทชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามดึก ดาบประจำกายสะท้อนแสงจันทร์วาววับ ดวงตาคมกราบดุดันคู่นั้นไม่ได้มององค์ฮ่องเต้แม้แต่น้อย หากแต่จดจ้องไปยังฟางเซียนเพียงผู้เดียว ความห่วงหาอาทรและความบ้าคลั่งที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อปกป้องนางถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย “ท่านเข้ามาทำไม... เหวินหลาง” ฟางเซียนกระซิบถาม หัวใจที่ด้านชามาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสบตากับบุรุษผู้ยอมทรยศต่อกฎสวรรค์เพื่อแลกกับการได้อยู่เคียงข้างนางในเงาอืด “ข้าทนยืนดูท่านเอาชีวิตเข้าแลกกับความแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุดไม่ได้” เหวินหลางเอ่ยเสียงแหบพร่า ก้าวเข้าไปประชิดร่างบางโดยไม่เกรงกลัวสายตาของพระพักตร์ฮ่องเต้ มือหนาเอื้อมออกไปแตะปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาของนางอย่างแผ่วเบา “หากเจ้าเลือกบัลลังก์นั้น... เจ้าจะต้องก้าวเดินบนกองเลือดของคนไร้หัวใจไปตลอดกาล เจ้าจะมีความสุขจริงๆ หรือ ฟางเซียน?” สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือขององครักษ์หนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในอก ท่ามกลางความกดดันของอำนาจสูงสุดและหัวใจที่เรียกร้อง ฟางเซียนต้องเลือกระหว่างอำนาจที่นางไขว่คว้าเพื่อเหยียบย่ำผู้คนที่เคยทำร้ายนาง กับหัวใจที่ยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจเพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือมัจจุราช จ้าวหย่งทอดพระเนตรภาพนั้นด้วยความริษยาและปวดร้าว ทรงก้าวเข้ามาหมายจะกระชากตัวนางกลับมา “ฟางเซียน! เจ้ากล้าไว้หน้าบุรุษชั้นต่ำผู้นี้มากกว่าเราอย่างนั้นหรือ!” ทว่าฟางเซียนกลับสะบัดชายแขนเสื้อออก นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น นางหันมามองหน้าเฉินหลาง สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวของลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้ชิด กลิ่นอายบุรุษอันดิบเถื่อนและมั่นคงทำให้สติของนางหลุดลอย ในค่ำคืนที่ราตรีมืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งบาปหนา ประตูห้องบรรทมชั้นในปิดสนิทลงด้วยแรงเหวี่ยงของเฉินหลาง ร่างบางถูกดันแนบชิดกับบานประตูไม้แกะสลักอย่างแรงโดยปราศจากความเกรงกลัวต่อบาปสวรรค์ใดๆ อีกต่อไป “เจ้าเลือกเองนะ... ฟางเซียน” เสียงกระซิบแหบพร่าขององครักษ์หนุ่มชิดริมฝีปาก ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหามาเนิ่นนาน ทำให้ฟางเซียนแทบละลายคาอ้อมแขน มือเรียวที่เคยถือยศศักดิ์บัดนี้จิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืด อาภรณ์แพรไหมสีแดงเพลิงถูกกระชากทึ้งด้วยเรียวแรงอันดิบเถื่อนของบุรุษผู้ยอมเป็นคนบาป สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสรีระเว้าโค้งอันงดงามทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมละลายหายไปในเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อน เสียงครางหวานเล็ดลอดริมฝีปากเมื่อความแนบชิดอย่างไร้รอยต่อเกิดขึ้นท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่ ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความผิดบาปที่หอมหวานและรุนแรงเกินกว่าจะห้ามใจ ทว่า... ในขณะที่บทรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูด้านนอกกลับดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงขันทีสนิทที่ตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนก “ทูลพระชายา! มี... มีรายงานด่วนจากตำหนักนอกพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เด็กน้อย... เด็กน้อยที่ท่านซ่อนไว้ที่หมู่บ้านชานเมือง บัดนี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และ... และมีสิ่งนี้ถูกทิ้งไว้ที่หน้าประตู!” ฟางเซียนชะงักกุนงัน ลมหายใจสะดุดกΎก ร่างกายที่กำลังเคลิบเคลิ้มเย็นเฉียบลงในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อได้ยินคำว่า "เด็กน้อย" เฉินหลางผละออกจากริมฝีปากนาง ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที บนพื้นหน้าประตูตำหนักในขณะนั้น มีจดหมายผนึกตราประทับเลือด พร้อมกับหยกประจำตัวเด็กชายวัยสามขวบที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากองครักษ์หนุ่มและอดีตพระชายาอย่างไร้ที่ติ... วางอยู่ท่ามกลางกองเลือดสดๆ ของสัตว์ที่ถูกตัดหัวประจาน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - มิคายามวิกาล
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%