กลิ่นหอมของกำยานราคาแพงที่ลอยอบอวลอยู่ในตำหนักทรงอักษรกลับกลายเป็นกลิ่นสาบสางในความรู้สึกของหลินฟางเซียน มือเรียวบางที่ถูกกอบกุมโดยฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านของฮ่องเต้จ้าวหย่งสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความเกรงกลัว แต่เป็นเพราะความขยะแขยงที่กัดกินลึกลงไปในกระดูก
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก ฟางเซียน... แต่แววตาของเจ้ายังคงเป็นของข้าเสมอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันเหลียวแลนาง บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามฉุดรั้ง จ้าวหย่งเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังร้อนรนด้วยความปรารถนาที่สายเกินไป เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาวผ่อง
ฟางเซียนไม่ได้ขัดขืน ไม่ใช่เพราะจำนน แต่เพราะนางกำลังสนุกกับเกมที่เธอกลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า "ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่า 'ของ' สิ่งนี้... พระองค์เป็นคนโยนทิ้งลงถังขยะด้วยพระองค์เอง"
จ้าวหย่งชะงัก รสสัมผัสที่เขากำลังจะแตะแต้มลงบนกลีบปากนางค้างเติ่ง เขารู้สึกเหมือนถูกกระบี่นับพันเล่มกรีดแทงทั่วร่าง แต่ความรู้สึกผิดกลับยิ่งกระตุ้นความกระหาย เขากดจูบลงไปหนักหน่วง รุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำราวกับคนขาดน้ำที่โหยหาหยาดฝน เขาต้องการจะลบเลือนร่องรอยของคนอื่น... หรือเพื่อตอกย้ำว่าเขายังมีสิทธิ์ครอบครองร่างนี้
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น หัวใจของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่ในเงามืดหลังม่านปักลายมังกรกลับร้าวรานจนแทบแตกสลาย
เฉินเหวินหลางกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน องครักษ์ผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งกำลังถูกไฟแค้นและไฟหึงหวงแผดเผาจนแทบคลั่ง สายตาคมกริบของเขามองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่พรรณนาไม่ถูก เขาเห็นฟางเซียน... ผู้หญิงที่เขาสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต กำลังถูกอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำนางจนจมดินโอบกอดและมอบสัมผัสที่ควรจะเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
ฟางเซียนนั่นเองที่เป็นฝ่ายโต้ตอบ นางไม่ได้ผลักไส แต่นางกลับใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามแนวสันกรามของฮ่องเต้ด้วยท่วงท่าที่ยั่วยวนจนแทบขาดใจ หากแต่แววตาของนางที่ชำเลืองมองมายังทิศทางที่เหวินหลางซ่อนตัวอยู่กลับว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนน่ากลัว
"อื้อ..." เสียงครางแผ่วเบาในลำคอของฟางเซียนดังขึ้นเมื่อจ้าวหย่งขบเม้มริมฝีปากล่างของนางจนเจ็บแปลบ มือหนาของจักรพรรดิหนุ่มเริ่มซุกซนล่วงล้ำเข้าไปในสาบเสื้อ รวบสัมผัสความนุ่มหยุ่นของทรวงอกผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบา ฟางเซียนหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายนางกลายเป็นสมรภูมิแห่งความแค้น นางยอมให้เขาสัมผัส ยอมให้เขารุกล้ำ เพียงเพื่อจะเห็นว่าคนอีกคนที่เฝ้ามองอยู่นั้นจะทนได้นานเพียงใด
เหวินหลางแทบหยุดหายใจ เขารู้ดีว่าฟางเซียนกำลังทำอะไร นางกำลังปั่นหัวจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจด้วยความงามที่แฝงไปด้วยพิษร้าย แต่ความเจ็บปวดที่เห็นหญิงอันเป็นที่รักตกอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นกลับทำให้สติของเขาขาดผึง
ทันใดนั้นเอง จ้าวหย่งก็หยุดชะงัก เขาผละออกจากฟางเซียนเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในห้องโถง "ใครอยู่ตรงนั้น!"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด เหวินหลางตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนไว้ไม่อยู่ เขาคุกเข่าลงต่อหน้าบัลลังก์ เสียงของเขานิ่งสนิทดุจผืนน้ำยามไร้ลม
"กระหม่อม... เข้ามาถวายรายงานเรื่องเวรยามพ่ะย่ะค่ะ"
ฟางเซียนที่นั่งอยู่บนตักของฮ่องเต้ไม่ได้ขยับเขยื้อน นางเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้เหวินหลางรู้สึกเหมือนถูกกรีดหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูจ้าวหย่งด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะให้คนในห้องได้ยินชัดเจน
"ดูเหมือนองครักษ์ของฝ่าบาทจะชอบแอบมองเรื่องส่วนตัวของคนอื่นนะเพคะ... หรือว่าเขาเองก็อยากจะเป็นคนทำหน้าที่ 'ปรนนิบัติ' ข้าแทนพระองค์?"
จ้าวหย่งหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมปลาบจับจ้องไปที่องครักษ์คนสนิทด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ถ้าเช่นนั้น... ในเมื่อเจ้าอยากเห็นนัก ข้าจะให้เจ้าอยู่ดูจนจบ เหวินหลาง... เจ้าจงถอดเสื้อผ้าของพระชายาออกให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
เหวินหลางตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความอัปยศพุ่งขึ้นสู่สมองจนมือที่กุมกระบี่สั่นระริก ฟางเซียนค่อยๆ ผละจากอกจักรพรรดิ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ตนแอบรักสุดหัวใจ ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายผ่านแผงอกแกร่งขององครักษ์หนุ่มก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงวิญญาณ
"ทำตามที่เขาสั่งสิ... องครักษ์ของข้า หรือเจ้าไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัสตัวข้าในฐานะของเล่นของผู้อื่น?"
ฟางเซียนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่เหน็บไว้ในแขนเสื้อออกมาแล้ววางลงบนมือที่สั่นเทาของเหวินหลางอย่างแผ่วเบา เป็นจดหมายที่นางแอบซ่อนไว้และต้องการให้เขาเห็นเพียงคนเดียว
เหวินหลางคลี่จดหมายออกอย่างทุลักทุเล ทันทีที่สายตาอ่านข้อความจบ เลือดในกายของเขาก็เย็นวาบจนแทบเป็นน้ำแข็ง ข้อความในนั้นไม่ใช่แผนการแก้แค้น แต่เป็นรายละเอียดความลับที่เขาตามหามาตลอดชีวิต... ผลตรวจสายเลือดที่ระบุชัดเจนว่าเด็กน้อยที่นางอ้างว่าเสียชีวิตไปแล้ว แท้จริงแล้วยังมีชีวิตอยู่ และผู้ที่ชิงตัวเด็กไปในคืนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'บิดา' ของเด็กเองที่เหวินหลางกำลังก้มหัวให้อยู่ในขณะนี้!
มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและรอคอยตอนต่อไปนะคะ
องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด•ตอนที่ 14
จูบที่เปื้อนน้ำตา
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องครักษ์ไร้ใจกับคุณหนูผู้ถูกลืมในวังวนกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!