"แรงกดดันระดับนี้... เกินกว่าที่กระดูกโครงกระดูกแรงงานเกรด C จะรับไหวสามเท่าตัว ถ้าแกยังฝืนใช้มานาเดินวงจรแบบเดิม ดึงกระดูกซี่โครงมาทำเป็นแนวป้องกัน ผักเคลอบมานาในแปลงที่สามของฉันได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีจริงๆ แน่ ลีโอ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความระอาเล็กน้อยดังขึ้นเหนือหัว ในขณะที่แผ่นหลังของผมแนบติดอยู่กับพื้นดินเย็นเฉียบ กลิ่นอินทรีย์วัตถุผสมกับกลิ่นฉุนของมานาบริสุทธิ์ที่รั่วไหลขึ้นมาจากใต้พิภพเตะจมูกอย่างรุนแรง หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของระบบยังคงกะพริบเตือนสีแดงฉานเป็นระยะ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "เขตแดนต้องห้าม" ระดับความยาก SSS]
[คำเตือน: มานาปริมาณมหาศาลกำลังไหลทะลักผ่านรอยแยกมิติใต้พื้นดินของฟาร์ม]
[เป้าหมาย: สิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกผนึกไว้ กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนานนับพันปี...]
ผมกัดฟันกรอด ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือข้างหนึ่งยันพื้นดินฟาร์มที่สั่นสะเทือนระรัวราวกับแผ่นดินไหว ระบบการเกษตรอัจฉริยะที่ผมภาคภูมิใจนักหนากำลังส่งเสียงเตือน error รัวจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ แผงควบคุมแปลงผักวิเศษขึ้นสถานะสีแดงเถือกทุกแปลง รากของมะเขือเทศเวทมนตร์และหัวหอมมานาต่างพากันห่อตัวหนีลงใต้ดินเพื่อหลบภัยคุกคาม
นี่ไม่ใช่ปัญหาการจัดการฟาร์มแบบที่เคยเจอมา การอัปเกรดเลเวลหรือใช้โครงกระดูกรดน้ำต้นไม้มันช่วยอะไรไม่ได้เลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "ตัวตน" ระดับตำนานที่ถูกผนึกอยู่ใต้ดินลึกนับพันเมตร
"อาจารย์... ผมว่าเราไม่ได้แค่มีปัญหาเรื่องศัตรูบุกรุกแปลงผักแล้วล่ะครับ" ผมเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดคลุมสีเข้มที่ยืนกอดอกพิงโครงสร้างโรงเรือนเพาะชำอย่างใจเย็น เส้นผมสีเงินยวงของเธอพลิ้วไหวไปตามกระแสมานาที่ปั่นป่วนรอบตัว
ไอรีนถอนหายใจยาวนาน เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผม ปลายรองเท้าบูทหนังขัดมันหยุดลงตรงหน้าเศษซากโครงกระดูกเวทมนตร์ที่เพิ่งแหลกสลายคามือผมเมื่อครู่นี้ สายตาคมกริบภายใต้ร่มเงาฮู้ดมองสำรวจร่องรอยการไหลเวียนของมานาที่ผมเพิ่งปล่อยออกไปอย่างพิจารณา
"นายพยายามใช้ตรรกะแบบโปรแกรมเมอร์มาเขียนโค้ดเวทมนตร์อีกแล้วสินะ ลีโอ" ไอรีนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุเชิงสั่งสอน "เวทมนตร์สายเนโครแมนเซอร์ไม่ใช่การสั่งการฐานข้อมูลด้วยคำสั่ง SQL ที่ทุกอย่างต้องเป็นจริงหรือเท็จ แต่มมันคือการเจรจาต่อรองกับความตายและธรรมชาติรอบตัว นายคิดว่าการสร้างแนวป้องกันด้วยกระดูกแข็งๆ จะหยุดแรงสั่นสะเทือนจากจิตวิญญาณโบราณได้หรือไง?"
"ก็... มันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในระบบที่ผมรู้จักนี่ครับ" ผมตอบเสียงอ่อย พลางปัดเศษดินตามตัว "อีกอย่าง โครงกระดูกพวกนั้นต้นทุนต่ำ ซ่อมแซมน้อย และไม่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงประกันภัยด้วย"
ไอรีนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีอัมพันของเธอทอประกายวาบขึ้นวับหนึ่ง "ข้ออ้างเยอะจริงนะ นายหัวขโมยแปลงผัก... ถ้าอย่างนั้น วันนี้ฉันจะสอนบทเรียนบทใหม่ให้ นายจงจำไว้ให้ดีว่า เวทมนตร์ธาตุขั้นสูงที่แท้จริงเขาควบคุมกันอย่างไร ไม่ใช่แค่การร่ายตามตำราโง่ๆ ที่นายไปก๊อปปี้มาจากกิลด์นักผจญภัย"
พูดจบ ไอรีนก็สะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว รัศมีการแผ่ขยายของมานาพุ่งทะยานขึ้นจนผมต้องหรี่ตาลงด้วยความแสบผิว แรงกดดันมหาศาลที่กดทับฟาร์มอยู่เมื่อครู่ราวกับถูกฝ่ามือยักษ์ปัดเป่าให้เบาบางลงชั่วขณะ เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่พื้นดินโดยตรง
*ครืน...*
เสียงคำรามจากใต้พิภพเงียบเสียงลงไปครู่หนึ่ง ราวกับสิ่งมีชีวิตโบราณใต้ดินกำลังชะงักเพื่อประเมินพลังงานแปลกปลอมที่ทรงอำนาจยิ่งกว่า
"ลีโอ หลับตาลง แล้วสัมผัสกระแสมานาที่ไหลผ่านรากพืชของนาย..." เสียงของไอรีนกระซิบแผ่วเบาข้างหู แต่มันกลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในจิตสำนึกของผม "อย่าฝืนต้านทานแรงสั่นสะเทือน จงไหลไปกับมัน ปรับแต่งโครงสร้างมานาของนายให้สอดคล้องกับความถี่ของแผ่นดิน เหมือนกับการรีแฟคเตอร์โค้ดระบบใหญ่ที่นายเคยทำนั่นแหละ... แค่เปลี่ยนจากบรรทัดโค้ด เป็นวงจรเวทมนตร์ธาตุปฐพีผสานเนโครแมนซี่"
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลงตามคำแนะนำของเธอ ตัดสินใจทิ้งสัญชาตญาณการป้องกันตัวแบบเดิมๆ แล้วเปิดโหมดวิเคราะห์ขั้นสูงในหัว
ในความมืดมิดของจิตใจ ผมมองเห็นเส้นสายพลังงานสีฟ้าและสีดำที่พันMกันยุ่งเหยิงใต้แปลงเกษตร มานาปริมาณมหศาลจากใต้ดินกำลังพยายามดันตัวขึ้นมาผ่านรอยแยก หากปล่อยไว้แบบนี้ ฟาร์มทั้งหมดของผมคงพังพินาศไม่เหลือซาก และแปลงสมุนไพรหายากที่เพิ่งปลูกคงกลายเป็นจุล
*ติ๊ง!*
[ระบบทำการประเมินสถานการณ์ใหม่...]
[ผู้เล่นได้รับคำแนะนำจาก "ไอรีน" (สถานะ: ผู้ฝึกสอนระดับสูง)]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษชั่วคราว: "การประสานมานาธาตุขั้นสูง" (Advanced Elemental Mana Sync)]
รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาน้อยๆ เมื่อสมองของผมประมวลผลรูปแบบโครงสร้างเวทมนตร์ใหม่เสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที
"เข้าใจแล้วครับอาจารย์..." ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีฟ้าเข้มทอประกายอยู่ในดวงตา "ถ้ามันอยากตื่นนัก... เราก็แค่ช่วยจัดระเบียบห้องนอนให้มันใหม่ก็เท่านั้นเอง!"
มือทั้งสองข้างของผมทาบลงบนพื้นดิน พร้อมกับที่ไอรีนปลดปล่อยมานาธาตุลมและไฟผสมผสานกันอย่างลงตัวเพื่อสร้าง "โดมกรองพลังงาน" รอบพื้นที่ฟาร์ม แสงสว่างเจิดจ้าพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับเสาแสงแห่งศาสตราจารย์เวทมนตร์
กระดูกนับร้อยชิ้นที่ฝังอยู่ใต้ดินตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ของฟาร์มไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโล่ป้องกันอีกต่อไป แต่พวกมันทำหน้าที่เป็น "เซ็นเซอร์และตัวนำกระแสไฟฟ้ามานา" ขนาดยักษ์ ถ่ายเทแรงกระแทกจากใต้พิภพให้กระจายออกไปเป็นวงกว้างอย่างไร้แรงต้านทาน
แรงสั่นสะเทือนค่อยๆ สงบลง ความกดดันระดับ SSS ลดระดับความอันตรายลงอย่างฮวบฮาบ หน้าจอระบบขึ้นสถานะสีเขียวทีละแปลงอย่างน่าอัศจรรย์
ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะหันไปยิ้มกริ่มให้อาจารย์สาวที่ยืนกอดอกมองความสำเร็จตรงหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ
"ฝีมือใช้ได้นี่... นายหัวขโมย" ไอรีนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหาดูได้ยากที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น "ถือว่าสอบผ่านสำหรับบทเรียนแรก... แต่นั่นเป็นแค่การเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ลีโอ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของไอรีนเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวาบ
*กริ๊ก...*
เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากใต้พื้นดินลึกว่าเดิม จุดที่ลึกที่สุด เกินกว่าที่เรดาร์ระบบของผมจะเคยสแกนถึง รอยแยกมิติสีม่วงเข้มขยายตัวออกกว้างกว่าเดิมนับสิบเท่า และพร้อมกันนั้น เสียงกระซิบแหบพร่าจากกาลเวลาอันยาวนานนับพันปีก็ดังสะท้อนเข้ามาในหัวของพวกเราทั้งคู่โดยตรง
*...มนุษย์... เจ้ากล้าดียังไง... มาเหยียบย่ำ... หลุมศพของข้า...*
พื้นดินใต้เท้าของผมและไอรีนยุบตัวลงไปทันทีอย่างไร้สัญญาณเตือน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" นะครับ
ท่านจอมมารฝึกหัดกับฟาร์มโครงกระดูกสุดป่วน•ตอนที่ 13
บทเรียนลับจากอาจารย์ไอรีน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านจอมมารฝึกหัดกับฟาร์มโครงกระดูกสุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!