ท่านจอมมารฝึกหัดกับฟาร์มโครงกระดูกสุดป่วน•ตอนที่ 28

ชัยชนะและความสงบสุขที่หวนคืน

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ยังลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบเขตชายป่า ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของปุ๋ยหมักสูตรชีวภาพและกลิ่นดินชื้นยามหลังฝนตกอย่างรวดเร็ว ระบบนิเวศน์จำลองที่ผมสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์สายเนโครแมนเซอร์ผสมผสานกับหลักการเกษตรกรรมยั่งยืน เริ่มทำงานอย่างเที่ยงตรง เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีวิเศษที่หว่านไว้เมื่อสามวันก่อน บัดนี้แทงยอดสีเขียวมรกตเรืองแสงอ่อน ๆ ออกมาทักทายแสงอาทิตย์ยามบ่าย เป็นภาพที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับซากกองทัพปีศาจระดับสูงที่เพิ่งถูกแปรสภาพไปเป็นปุ๋ยไนโตรเจนชั้นดีสำหรับแปลงผักสวนครัว "เจ้าเล่นแร่แปรธาตุซากอสูรระดับแม่ทัพให้กลายเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์... ข้าว่าเจ้าเป็นเนโครแมนเซอร์คนแรกในประวัติศาสตร์ทวีปนี้ที่ทำให้สภาเวทมนตร์ต้องปวดหัวจนผมร่วงหมดหัวแน่ ๆ ครับ... เอ๊ย หมายถึง ข้าคิดว่าอย่างนั้นนะ" ไอรีน อาจารย์สาวลึกลับผู้ทรงพลัง กอดอกพิงโครงไม้ไผ่ของเรือนเพาะชำ สายตาของเธอมองสำรวจแปลงแครอทสีทองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอัตราเร่งจากมานาส่วนเกินในดิน เธอยังคงสวมชุดคลุมนักเวทสีนิลตัวเก่ง แม้คราบเขม่าจากการต่อสู้ปกป้องอาณาจักรเมื่อคืนก่อนจะถูกชำระล้างจนหมดสิ้นแล้ว แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าในแววตาของเธอยังคงสะท้อนความจริงที่ว่า เราเพิ่งผ่านพ้นมหาสงครามที่เกือบทำให้แผนที่ของอาณาจักรนี้ต้องถูกวาดใหม่มาหมาด ๆ ผมวางจอบในมือลง ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อบนหน้าผาก พลางถอนหายใจเบา ๆ เชิงโล่งอก "อย่าเรียกว่าแปรธาตุเลยครับอาจารย์ ผมแค่ใช้หลักการหมุนเวียนพลังงานตามธรรมชาติ ซากปีศาจพวกนั้นอุดมไปด้วยมานาเข้มข้นและธาตุอาหารชั้นดี ถ้าปล่อยให้เน่าเปื่อยไปเฉย ๆ ก็เสียของแย่สิครับ สู้นำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ แถมยังช่วยลดขยะเวทมนตร์ในสิ่งแวดล้อมด้วยนะะครับ" ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ตามแบบฉบับอดีตโปรแกรมเมอร์ที่มองทุกอย่างเป็นระบบและทรัพยากรที่ต้องบริหารจัดการให้คุ้มค่าที่สุด สงครามจบลงแล้ว... ข่าวการล่มสลายของกองทัพอสูรเงาโดย "กองกำลังโครงกระดูกเกษตรกร" แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อเสียงของฟาร์มชายป่าแห่งนี้ไม่ได้ถูกเล่าขานในฐานะป้อมปราการทางทหารอันน่าเกรงขาม แต่กลายเป็น "ตำนานบทใหม่" ที่แม้แต่องค์ราชาและสภาขุนนางยังต้องส่งราชสาส์นมาขอบคุณเป็นการส่วนตัว พร้อมกับคำร้องขอเจรจาทางการค้าเพื่อนำเข้าพืชผลวิเศษที่ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตและรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง แต่ความวุ่นวายในฐานะวีรบุรุษไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่ากับการคำนวณรอบการเก็บเกี่ยวผลผลิตในสัปดาห์นี้ [ระบบแจ้งเตือนอัปเดตสถานะฟาร์ม]: - พื้นที่เพาะปลูก: ขยายเพิ่มขึ้น 300% - ความภักดีของกองทัพโครงกระดูก (แรงงานเกษตร): 100% (ไร้ซึ่งปัญหาการประท้วงหยุดงานหรือเรียกร้องค่าแรง) - ค่าชื่อเสียงระดับอาณาจักร: "นักบุญแห่งแปลงเกษตร" (สถานะ: เป็นที่เคารพรักของประชาชนและสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์ในรัศมี 50 โยชน์) "ลีโอ เจ้าไม่คิดจะเดินทางเข้าเมืองไปรับเหรียญตรากล้าหาญจากมือพระองค์หน่อยหรือ?" ไอรีนเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจาง ๆ ของสมุนไพรป่าลอยมาแตะจมูก เธอจ้องมองใบหน้าของผมด้วยแววตาที่อ่านยาก "ขุนนางหลายคนส่งทูตมาคอยหน้าเขตอาคมของเจ้าตั้งแต่เช้าแล้วนะ ปล่อยให้พวกเขารอนานเกินไป ระวังจะโดนหาว่าหยิ่งยโสนะครับ" "ให้พวกเขารอไปก่อนครับอาจารย์ ตอนนี้ปัญหารusติน้ำในระบบชลประทานแปลงมะเขือเทศสำคัญกว่าเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ตั้งเยอะ ถ้าผมละเลยระบบระบายน้ำตอนนี้ ผลผลิตล็อตใหญ่ที่จะส่งออกสัปดาห์หน้าอาจจะเสียหายได้นะครับ" ผมตอบอย่างใจเย็น พร้อมกับหยิบกระดาษบันทึกตารางงานขึ้นมาตรวจสอบความเรียบร้อย ไอรีนส่ายหัวเบา ๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเอือมระอา "เจ้าเนี่ยนะ... คนอื่นเขาแย่งชิงอำนาจกันแทบตายเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียง แต่มึง... เอ๊ย แต่เจ้ากลับสนใจแค่เรื่องวัชพืชกับระบบน้ำหยดเนี่ยนะ" บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสงบสุขที่หวนคืน เสียงลมพัดผ่านยอดไม้และการเคลื่อนไหวอย่างขยันขันแข็งของโครงกระดูกพลั่วทองคำที่กำลังพรวนดินอยู่ไกล ๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าความเหนื่อยยากตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคุ้มค่าแล้ว อาณาจักรรอดพ้นจากหายนะ ผู้คนปลอดภัย และฟาร์มของผมก็กำลังเติบโตอย่างงดงามตามแผนงานที่วางไว้ ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันไปหยิบเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่เพื่อเริ่มกระบวนการเพาะปลูกรอบถัดไปนั้นเอง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบเนโครแมนเซอร์ที่เงียบงันไปตั้งแต่คืนวันสงครามดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จหรือรายงานผลผลิตแบบเดิม หน้าต่างสีแดงฉานที่มีรอยแตกราวดั่งกระจกถูกทุบ ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า พร้อมกับข้อความตัวอักษรที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของผมแข็งค้างไปทันที [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต: ตรวจพบรอยแยกมิติปริศนาใต้ดินลึก 500 เมตรใต้แปลงเกษตรโซน C] [เงื่อนไขถูกกระตุ้น: มานาส่วนเกินจากการเติบโตของพืชผลวิเศษ ได้ปลุก "บางสิ่ง" ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาลให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล] [คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะลืมตาตื่น ไม่ใช่ปีศาจ... แต่มันคือ "ผู้สร้าง" ระบบเนโครแมนเซอร์ดั้งเดิมที่สูญหายไปเมื่อหมื่นปีก่อน] ลมหายใจของผมสะดุดกึกลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระดับต่ำที่ค่อย ๆ แผ่ขยายขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ลึกลงไปใต้รากของต้นมะเขือเทศที่ผมเพิ่งรดน้ำไปเมื่อครู่... กำลังมีบางอย่างที่มีพลังมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้ กำลังลืมตาขึ้นมามองโลกใบนี้อีกครั้ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับฟาร์มโครงกระดูกนี้มาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านจอมมารฝึกหัดกับฟาร์มโครงกระดูกสุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%