"หน้าจอขึ้นว่า 'ไม่พบข้อมูล' เป็นรอบที่สิบแล้วครับคุณกวินทร์... ระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนบุคคล หรือแม้แต่เครือข่ายธุรกิจนำเข้าส่งออกระดับประเทศ ไม่มีชื่อของ 'อาคเนย์' ปรากฏอยู่เลยแม้แต่บรรทัดเดียว ราวกับว่าผู้ชายคนนี้... เป็นแค่ผีที่ไร้ตัวตนในทางกฎหมาย"
เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทดังลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือราคาแพง กวินทร์ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและความมั่นอกมั่นใจ บัดนี้กลับฉายแววหวาดระแวงและสับสนอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานหินอ่อนในห้องพักส่วนตัวซ้ำๆ เป็นจังหวะรัวเร็oบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของเขา
มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
อาคเนย์... ผู้ชายที่เขาเคยเหยียบย่ำ ถ่มน้ำลายใส่หน้า และแย่งชิงทุกอย่างมาแม้กระทั่งความรู้สึกของรินรดาในอดีต จะกลายเป็นบุคคลที่ตรวจสอบประวัติไม่ได้เลยได้อย่างไร? ในเมื่อไม่กี่วันก่อน ไอ้นაกจนตรอกคนนั้นเพิ่งจะรูดบัตรเครดิตลึกลับซื้อเพชรเม็ดโตมูลค่าแปดหลักต่อหน้าเขาได้อย่างหน้าตาเฉย!
"ไร้สาระ!" กวินทร์ตวาดลอดไรฟันด้วยความโมโหจนหน้าดำหน้าแดง "คนเราจะไม่มีตัวตนในระบบทะเบียนราษฎร์ได้ยังไงวะ! ไปเช็กทะเบียนรถ เช็กประวัติการเสียภาษี หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดรอบโรงแรมที่มันพักเดี๋ยวนี้! ฉันต้องการรู้ว่าไอ้สวะนั่นมันไปเอาเงินมาจากไหน หรือมันไปซุกหัวนอนอยู่ที่รูไหนกันแน่!"
"ผมตรวจสอบทุกทางแล้วจริงๆ ครับคุณกวินทร์... แม้กระทั่งเลขทะเบียนรถหรูคันที่มันนั่งมาวันนั้น พอกรอกเข้าระบบของกรมการขนส่งทางบก หน้าจอก็ขึ้นเตือนว่าเป็น 'ความลับระดับสูงสุด' ที่แม้แต่ตำรวจระดับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยังไม่มีสิทธิ์เปิดดู... ตอนนี้พวกเรากำลังเล่นกับใครอยู่ก็ไม่รู้ครับ"
กวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้หนังราคาแพงไถลถอยหลังไปชนผนังห้องเสียงดังลั่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนสมองแทบระเบิด ความหยิ่งทะนงในฐานะทายาทตระกูลธุรกิจชื่อดังกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความไร้ข้อมูล เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นเสียจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องรับรองแขกวีไอพีอันหรูหรา อาคเนย์กำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์แดงวินเทจราคาแพงลิบลิ่วอย่างใจเย็น แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยและเยือกเย็น รินรดานั่งเคียงข้าง เธอสวมชุดราตรีสั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างสง่างาม มือเรียวบางรินไวน์ลงในแก้วให้ชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ดูเหมือนว่าเพื่อนรักของคุณ จะพยายามขุดคุ้ยประวัติของฉันจนหัวหมุนแล้วนะคะ อาคเนย์" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความสะใจที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
อาคเนย์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบ เขาเหลือบสายตาคมกริบมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา
"ปล่อยให้มันพยายามต่อไปเถอะครับริน... คนที่เคยชินกับการมองคนอื่นจากที่สูงมาตลอดชีวิต พอวันหนึ่งต้องตระหนักว่าตัวเองกำลังแหงนมองเหยื่อที่เคยเหยียบย่ำจากก้นเหว ความหวาดกลัวจะกัดกินหัวใจมันทีละน้อย" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมและเด็ดขาดที่ทำเอาคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ในวันที่อาคเนย์ถูกใส่ร้ายจนต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตของบริษัท กวินทร์คือคนที่หัวเราะเยาะเย้ยและเป็นคนผลักเขาลงไปในหลุมโคลนที่ลึกที่สุด กวินทร์แย่งชิงทุกอย่าง ทั้งตำแหน่งงาน คนรัก และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น โดยทิ้งเขาไว้เบื้องหลังท่ามกลางความหน็บหนาวและความอยุติธรรม
แต่วันนี้... เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว
ระบบบริหารจัดการทรัพย์สินระดับโลกที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่เพียงแต่มอบความมั่งคั่งมหาศาลที่ต่อให้ใช้สิบชาติก็ไม่หมด แต่มันยังมาพร้อมกับอำนาจในการลบตัวตน ซื้อความเงียบ และทำลายล้างศัตรูให้หายไปจากแผนที่โลกได้อย่างง่ายดายราวกับการดีดนิ้ว
"คุณคิดจะทำขั้นต่อไปยังไงคะ?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ผสมผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของเธอทำให้ใจของชายหนุ่มสงบลง ทว่าแววตาของเธอกลับมีความตื่นเต้นเร้าใจสะท้อนออกมา "ตอนนี้หุ้นของบริษัทตระกูลกวินทร์กำลังสั่นคลอนจากการถอนทุนสนับสนุนกะทันหันของเรา พวกมันเริ่มออกอาการลนลานกันหมดแล้ว"
อาคเนย์หันมาสบตากับหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ รอยยิ้มที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้ง เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น ฝ่ามือที่อบอุ่นและมั่นคงคือเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่าพายุลูกใหญ่แค่ไหนจะโหมกระหน่ำ เขาก็จะปกป้องผู้หญิงคนนี้ด้วยชีวิต
"ยังหรอกครับริน... การทำให้คนระยำตายทั้งเป็นทันที มันง่ายเกินไป" อาคเนย์กระซิบเสียงต่ำ พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย "เราต้องค่อยๆ บีบให้มันจนมุมทีละนิด ทำให้มันเห็นความฝันที่มันสร้างมาทั้งชีวิตค่อยๆ พังทลายลงต่อหน้าต่อตาโดยที่มันทำอะไรไม่ได้เลย... และคืนนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกอย่างอย่างแท้จริง"
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของอาคเนย์สั่นครืนขึ้นมาขัดจังหวะ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากเลขานุการส่วนตัวของกวินทร์—คนที่เคยเหยียดหยามเขาว่าไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
อาคเนย์มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิดลำโพงโหมดสาธารณะ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"ฮัลโหล... ว่าไงครับคุณเพื่อนรัก โทรมาหาคนจนๆ อย่างผม มีธุระอะไรงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ทว่าทรงพลังจนปลายสายถึงกับสะอึก
ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความตื่นตระหนกเล็ดลอดออกมาอย่างชัดเจน ก่อนที่เสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของกวินทร์จะตะโกนแทรกขึ้นมา
"แก... แกเป็นใครกันแน่, อาคเนย์?! แกไปทำอะไรกับบัญชีบริษัทของฉัน ทำไมตอนนี้ธนาคารทุกแห่งถึงพากันปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อให้ฉัน! แกใช้วิธีสกปรกอะไรวะ!"
อาคเนย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูนุ่มนวลแต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง
"วิธีสกปรกงั้นเหรอครับ?" อาคเนย์เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี "ผมก็แค่อยากจะลองทำในสิ่งที่นายเคยทำกับผมเมื่อสามปีก่อน... แค่เปลี่ยนจาก 'คนจนตรอก' มาเป็น 'คนที่กำลังจะล้มละลาย' ดูบ้างเท่านั้นเอง... รู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ กับรสชาติของการถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่ทางเดิน?"
"แก... ไอ้สารเลว! อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้นะเว้ย! ฉันจะไปฟ้องตำรวจ ไปแฉพฤติกรรมแกให้หมด—"
"เชิญตามสบายเลยครับ" อาคเนย์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบขาดราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "แต่อย่าลืมนะว่า ตำรวจคนไหน หรืออัยการคนไหน ที่นายกำลังจะไปร้องเรียน... ตอนนี้พวกเขากกำลังรอคำสั่งจากผมอยู่เหมือนกัน"
ฉับพลันนั้น เสียงตึงตังและเสียงข้าวของตกแตกกระจายจากปลายสายก็ดังลั่นห้อง ตามด้วยเสียงหอบหายใจด้วยความสิ้นหวังของกวินทร์ที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว อาคเนย์ไม่ได้สนใจเสียงโหยหวนนั้นแม้แต่น้อย เขากำลังจะกดวางสาย ทว่าจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบสมาร์ทโฟนของเขาก็เด้งขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
หน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักวีไอพี ภาพที่ปรากฏทำให้รินรดาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนอาคเนย์กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลราคาแพงระยับ—ประธานกรรมการบริหารธนาคารแห่งชาติ ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายเศรษฐกิจของประเทศ กำลังยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้าประตูห้องของเขา โดยมีบอดี้การ์ดนับสิบคนยืนก้มหัวให้อย่างนอบน้อม
และทันทีที่ประธานธนาคารคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดด้วยใบหน้าที่ซีดเผือกไร้สีเลือด เขาก็พูดประโยคที่ทำให้เกมในคืนนี้พลิกผันไปตลอดกาลผ่านทางอินเตอร์คอมหน้าห้องทันที—
"ท่านประธานอาคเนย์ครับ! ทางเราตรวจสอบพบความผิดปกติครั้งใหญ่... และมี 'บุคคลปริศนา' อีกคนกำลังถือครองอำนาจบัญชีลับระดับสูงสุดที่สามารถลบล้างทุกคำสั่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในสามวินาที... และตอนนี้... บุคคลปริศนากำลังยืนรอพบท่านอยู่ที่ชั้นล่างแล้วครับ!"
— ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 12
ปมความลับเริ่มเปิดเผย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!