คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 13

หุ้นของบริษัทตระกูลกวินทร์

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงดุจเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังให้กับความเย่อหยิ่งของใครบางคน หน้าจอคอมพิวเตอร์สี่จอเรียงรายตรงหน้าสะท้อนกราฟสีเขียวและแดงที่กำลังพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งในตลาดหลักทรัพย์ สัญลักษณ์รหัสหุ้นของ "บริษัท กวินทร์โฮลดิ้ง จำกัด" กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหวขนาดแปดริกเตอร์ "ท่านประธานคะ... ฝ่ายบริหารของตระกูลกวินทร์เริ่มติดต่อเข้ามาทางห้องค้าหุ้นแล้วค่ะ พวกเขาถามหาตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กว้านซื้อหุ้นสามัญเข้ามาเกินกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง" เสียงรายงานจากเลขาธิการสาวข้างกายดังขึ้นด้วยความระคนตกใจ แม้เธอจะผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชนเพียงใด แต่การใช้เงินสดหลายหมื่นล้านบาทเข้าฮุบกิจการยักษ์ใหญ่แบบสายฟ้าฟาดเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต อาคเนย์เพียงแค่ปรายตามองหน้าจอเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนค่ะ ริน... คนพวกนั้นใช้เวลาเหยียบย่ำคนอื่นมานานเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่กรรมติดจรวดจะทำงานเสียที" อาคเนย์หันไปสบตากับรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจและคู่คิดที่อยู่เคียงข้างเขามาในวันที่อับจนที่สุด ในยามที่เขามีเพียงตัวเปล่าและรอยแผลเป็นจากความดูถูกเหยียดหยาม รินรดาก็ยังคงกุมมือเขาไว้ไม่ปล่อย วันนี้... ในวันที่เขาถือครองอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อทั้งตึกระฟ้าแห่งนี้ได้ทั้งหลัง แววตาของเธอก็ยังคงมีเพียงความรักและความเข้าใจเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน รินรดาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา มือเรียวบางเอื้อมไปจัดเนคไทให้อาคเนย์อย่างเบามือ "รินเชื่อมั่นในตัวคุณเสมอค่ะ อาคเนย์... เพียงแต่กวินทร์คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่ เขาเป็นคนประเภทที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังฮุบ,บริษัทของเขา คือผู้ชายคนที่เขาเคยหัวเราะเยาะในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อปีก่อน" "ให้มันรู้ไปค่ะว่ากระดูกชิ้นโตชิ้นนี้ จะแข็งพอให้หมาป่าอย่างมันเคี้ยวจนฟันหักหรือเปล่า" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวไร้ความปรานี ตัดภาพมาที่ห้องประชุมใหญ่ของตระกูลกวินทร์ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์ทายาทหนุ่มผู้เคยสุขสบายและเย่อหยิ่ง กำลังยืนค้ำโต๊ะประชุมด้วยใบซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ มือทั้งสองข้างที่เกาะขอบโต๊ะสั่นระริก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นตัวเลขความมั่งคั่งที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังหลุดลอยหายไปต่อหน้าต่อตา "มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ! ใครมันบังกล้ากว้านซื้อหุ้นของเราในปริมาณมหาศาลขนาดนี้ ตรวจสอบรึยังว่าเป็นนอมินีของบริษัทไหน!" กวินทร์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลั่นห้องประชุมจนคณะกรรมการบริหารสะดุ้งเฮือก "ทะ... ท่านครับ" ผู้จัดการฝ่ายการเงินละล่ำละลักตอบด้วยเสียงสั่นเครือ "เราตรวจสอบเส้นทางการเงินและชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่แล้วครับ... ปรากฏว่าไม่ใช่บริษัทคู่แข่งที่ไหนเลย แต่เป็น... เป็นกองทุนส่วนบุคคลที่จดทะเบียนในชื่อของบริษัทในเครือ 'อาคเนย์กรุ๊ป' ครับ!" ชื่อนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของกวินทร์ ร่างสูงโปร่งเซถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้จนล้มคว่ำ ใบหน้าที่เคยหยิ่งทะนงบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด อาคเนย์เนี่ยนะ? ไอ้คนยากจนที่เขาเคยสาดกาแฟใส่หน้าเมื่อปีก่อน! ไอ้คนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นได้แค่ฝุ่นใต้เท้า! จะกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมบริษัทของเขาในวันนี้ได้อย่างไร! "เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" กวินทร์คำรามออกมาอย่างคนเสียสติ สติสัมปชัญญะขาดผึ่ง "ไอ้บ้านั่นมันแค่ยาจก! มันเอาเงินจากไหนมาเป็นหมื่นล้าน! โทรเรียกตำรวจสิ! ฟ้องร้องมัน! มันต้องใช้วิธีสกปรกแน่ๆ!" "ไม่มีประโยชน์หรอกครับคุณกวินทร์..." เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่ทรงพลังดังขึ้นจากประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษปรากฏ ก่อนที่กวินทร์จะทันได้ตั้งตัว ร่างของอาคเนย์ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ ด้านข้างมีรินรดายืนเคียงคู่ด้วยรัศมีแห่งความสง่างามที่เจิดจ้าจนทุกคนในห้องต้องหลบสายตา อาคเนย์กวาดสายตามองอดีตเพื่อนสนิทที่เคยหักหลังเขาอย่างสมเพช ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงิน ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น แล้วโยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ากวินทร์ เสียงโลหะกระทบพื้นผิวดัง "กริ๊ง" ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน "จำบัตรใบนี้ได้ไหมกวินทร์... วันนั้นนายบอกว่าคนอย่างฉันชาตินี้ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินผ่านหน้าธนาคาร แต่วันนี้... ฉันใช้บัตรใบนี้ซื้อบริษัทของนายทั้งบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ" กวินทร์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือทั้งสองสั่นเทาคว้าขากางเกงของอาคเนย์ไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "อาคเนย์... เพื่อนรัก... นายช่วยกรุณาฉันหน่อยเถอะ ฉันขอร้อง... ฮึก... ยกหุ้นคืนให้ฉันเถอะนะ ฉันยอมทุกอย่างแล้ว!" อาคเนย์ก้มมองดูอดีตเพื่อนรักที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเย็นยะเยือกจนกวินทร์ขนหัวลุกชัน "คำว่าเพื่อน... นายเป็นคนทำลายมันด้วยมือของนายเองตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ... และตอนนี้ เกมการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!" ทว่า ในวินาทีที่อาคเนย์กำลังจะสะบัดตัวเดินหนีเพื่อประกาศชัยชนะขั้นเด็ดขาด เสียงปรบมือดัง "แปะ... แปะ... แปะ..." ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิง ผู้หญิงปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก... ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%