"แกคิดว่าเงินหมื่นล้านจะซื้อ ลมหายใจของยัยนี่คืนมาได้รึไง อาคเนย์!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกวินทร์ดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดังร้างริมท่าเรือ กลิ่นอับชื้นของน้ำทะเลและคราบสนิมคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ตรงกลางห้อง รินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของอาคเนย์ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เธอส่ายหัวเบาๆ ส่งสัญญาณให้อาคเนย์ที่ไม่รู้ว่ากำลังยืนอยู่ ณ จุดไหน ให้ถอยไป อย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนสารเลวอย่างกวินทร์
เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับของอาคเนย์ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมกริบทอประกายความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ต่อให้เป็นภูเขาทั้งลูกก็พร้อมจะถูกแหลกสลายเป็นจุล ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงความเย็นยะเยือกของมัจจุราชที่พร้อมจะคร่าทุกชีวิตที่บังAอาจล้ำเส้น
"กวินทร์... นายมันโง่เง่าตั้งแต่เด็กจนโต" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทะลุความมืดจากมุมหนึ่งของโกดังออกมา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากเงาสลัว รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตาย "นายคิดว่าการจับผู้หญิงคนนี้เป็นตัวประกัน จะทำให้ฉันจนมุมงั้นเหรอ?"
กวินทร์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นความนิ่งสงบผิดมนุษย์ของเพื่อนสนิทที่ตนเคยเหยียบย่ำ แต่มันก็รีบยกปืนสั้นขึ้นจ่อขมับของรินรดาด้วยมือที่สั่นเทา "หุบปาก! แกมันก็แค่ไอ้หน้าตัวเมียที่เกาะผู้หญิงกิน! ถ้าไม่อยากให้ยัยนี่สมองกระจายคามือฉัน ก็คุกเข่าลงแล้วกราบรองเท้าฉันซะสิ!"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอพยายามเปล่งเสียงผ่านผ้าที่ถูกมัดปากออกมาช้าๆ "อื้อ... อื้อ..." (แต่อย่าไปทำ... อาคเนย์ อย่า...)
อาคเนย์มองรินรดาด้วยสายตาที่เจ็บปวดลึกซึ้ง หัวใจของเขาถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เคียงบ่าเคียงไหล่เขายามกัดก้อนเกลือกิน เป็นคนที่จับมือเขาในวันที่ไม่มีแม้แต่บาทเดียว เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวที่เขาเทิดทูนไว้เหนือชีวิต การที่เธอต้องมาเจ็บตัวเพราะความแค้นบิดเบี้ยวของไอ้สารเลวคนนี้ คือความผิดบาปที่กวินทร์ไม่มีวันได้รับการอภัย
"ฉันให้โอกาสแกอีกครั้ง... ปล่อยเธอซะ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
"ฝันไปเถอะ!" กวินทร์แผดเสียงสติแตก นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกปืน "แกมันก็แค่... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่กวินทร์จะลั่นไก แสงไฟสปอตไลท์นับสเภอร์ดวงก็สาดส่องลงมาจากหลังคาโกดังพร้อมกันจนสว่างจ้าแสบตา เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไม่ต่ำกว่าห้าลำกดใบพัดกระหน่ำจนหลังคาเหล็กสั่นสะเทือน ประตูโกดังถูกพังทลายลงด้วยรถหุ้มเกราะไร้คนขับ ทีมบอดี้การ์ดมืออาชีพในชุดสูทดำนับร้อยชีวิตกรูกันเข้ามาปิดล้อมทุกทางเข้าออกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้น เสียงกระซิบพร่าเลือนของอาคเนย์ดังขึ้นข้างหูมันในเสี้ยววินาทีที่เดินเข้ามาประชิดตัว
"นายคิดว่าคนที่มีเงินซื้อได้ทั้งเกาะส่วนตัว จะไม่มีปัญญาคุมพื้นที่ตรงนี้รึไง... กวินทร์?"
อาคเนย์ย่อตัวลงแกُมัดให้รินรดาอย่างทะนุถนอม ร่างบางโผเข้ากอดซบลงที่อกแกร่งทันที น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินอาบแก้ม อาคเนย์กอดเธอไว้แน่น มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างปลอบประโลม ก่อนจะช้อนสายตากลับมามองกวินทร์ที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอาคเนย์ก็สั่นครืนขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่กลับปรากฏข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
"ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของคุณพังพินาศใน 3 นาทีนี้... จงส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้เราซะ... อาคเนย์"
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 27
รินรดาถูกลักพาตัว
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!