"โฉان10ไร่บนถนนสุขุมวิทสายหลัก รวมถึงตึกคอมเพล็กซ์สูงสามสิบแปดชั้นนั่น... คุณอาคเนย์ต้องการให้โอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อใครคะ?"
เสียงหวานใสของเลขาธิการสำนักงานกฎหมายระดับประเทศดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าภายในห้องประชุมวีไอพีของโรงแรมหรู กวินทร์ที่กำลังยกกาแฟขึ้นจبارริมฝีปากถึงกับสำลัก สำลักจนกาแฟสีเข้มพุ่งกระเซ็นเปรอะเสื้อสูทราคาแพง ใบหน้าของอดีตเพื่อนสนิทบิดเบี้ยวด้วยความตกใจปนความระแวง เขามองหน้าอาคเนย์สลับกับเอกสารกองมหึมาตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับเห็นผี
"แก... แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้อาคเนย์! ตึกคอมเพล็กซ์นั่นมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามพันล้านนะเว้ย! แค่คนตกงานที่เคยมาขอยืมเงินฉันกินข้าวเมื่อปีก่อน ไม่มีทางที่จะ..."
กวินทร์แผดเสียงลั่นด้วยความสติหลุด ความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อเห็นตราประทับของกลุ่มทุนระดับโลกปรากฏหราอยู่บนเอกสารสิทธิ์ทุกฉบับ
อาคเนย์ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ เป็นจังหวะ เขายังไม่แม้แต่จะชายตามองกวินทร์ผู้กำลังดิ้นรนด้วยความอับreอน สายตาของชายหนุ่มทอดมองไปยังรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจที่นั่งเงียบๆ เคียงข้างมาตลอด หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นและภักดีมาให้
รินรดายื่นมือเรียวไปกุมมือหนาของอาคเนย์ไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านทำให้หัวใจของชายหนุ่มพองโต ความเหนื่อยยากทั้งหมดที่เคยผ่านมาตลอดชีวิตมืดมน ถูกชำระล้างด้วยรอยยิ้มนี้จนหมดสิ้น
"เงินน่ะเหรอคะ?" อาคเนย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาจนกวินทร์สันหลังวาบ "ก็แค่เศษเงินทอนจากการที่ฉันตัดสินใจซื้อ 'ระบบอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก' เพื่อมากำจัดพวกเศษสวะที่ชอบเหยียบย่ำคนอื่นไงล่ะกวินทร์"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวนำใบมีดมาเชือดเฉือนกลางใจ กวินทร์หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว รินรดาปรายตามองอดีตเพื่อนสนิทที่ครั้งหนึ่งเคยดูถูกเหยียดหยามเธอและอาคเนย์ด้วยสายตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสมเพชเวทนา มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ชนะที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
"จัดการตามที่ฉันสั่งได้เลยครับ... อ้อ ไม่สิ จัดการตามที่ดิฉันสั่งได้เลยค่ะคุณทนาย" อาคเนย์จงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อตอกย้ำอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"รับทราบค่ะท่านอาคเนย์" ทนายสาวโค้งตัวรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะวางปากกาหมึกซึมทองคำลงบนโต๊ะ
ทว่า... ในวินาทีที่การโอนกรรมสิทธิ์ตึกระฟ้าใจกลางเมืองย่านธุรกิจกำลังจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ บานประตูห้องประชุมวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างท้วมของเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเดิมของตึกเหล่านั้นก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่ก พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นเทา
"ทะ... ท่านอาคเนย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เศรษฐีรุ่นใหญ่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าอาคเนย์ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "ระบบฐานข้อมูลการถือครองที่ดินทั่วประเทศ... จู่ๆ ก็ถูกรีเซ็ตสิทธิ์การเป็นเจ้าของทั้งหมด! ตอนนี้... ตอนนี้ทุกตึก ทุกพื้นที่การค้า และทุกตารางนิ้วในเมืองหลวง กำลังถูกโอนเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอส่วนตัวของคุณอาคเนย์เพียงคนเดียวแบบเรียลไทม์แล้วครับ!"
รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง อาคเนย์เพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือความคาดหมาย
และก่อนที่ใครจะได้ทันเปล่งเสียงอุทานออกมาสักคำ หน้าจอโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนทุกเครื่องในห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่ดังระรัวก้องกังวานไปทั่วบริเวณ—
*[ระบบแจ้งเตือน: ยืนยันการซื้อกิจการตึกระฟ้าทั้งหมด 48 แห่งในเขตธุรกิจใจกลางเมืองสำเร็จ ยอดหักเงินรวมทั้งสิ้น... 120,000,000,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นล้านบาทถ้วน)]*
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 26
ระบบอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!