“ฉันให้เวลาพวกแกอีกแค่สามนาทีเท่านั้น... ถ้ายังหาทางบีบให้มันกราบเท้าฉันไม่ได้ เตรียมตัวรับจดหมายไล่ออกจากตระกูลได้เลย!”
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมือง กวินทร์ยืนค้ำโต๊ะด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตอย่างไร้ความปรานี เขากำลังดื่มด่ำกับชัยชนะจอมปลอมที่คิดว่าตนเองเป็นผู้กุมอำนาจเหนือทุกสิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าเงื้อมมือแห่งความพินาศกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัวในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท รินรดานั่งตัวตรงด้วยความสง่างาม แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจะปรากฏบนดวงหน้าสวยหวานจากการถูกกักตัวและกดดันหลายชั่วโมง แต่ดวงตาคู่สวยกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอมองหน้าอดีตเพื่อนสนิทของสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปถึงดวงตา
“กวินทร์... นายคิดว่าอำนาจเงินจอมปลอมที่นายขโมยมาจากตระกูลใหญ่ จะซื้อศักดิ์ศรีของพวกเราได้จริงๆ งั้นเหรอคะ?” เสียงหวานใสก้องกังวานราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดานั่งไขว่ห้างอย่างไม่สะทกสะท้าน “คนที่นั่งรอความหายนะอยู่ตอนนี้... ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่กำลังจะเป็นนายต่างหาก”
“หุบปากนังนี่!” กวินทร์ตบโต๊ะซ้ำด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “สามีไส้แห้งของเธอหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว! ป่านนี้มันคงกราบกรานขอทานข้างถนนอยู่มั้ง จะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วยเธอจำนนซะ!”
เพล้ง!
ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังห้องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิดอัดอากาศที่ทรงพลัง ไร้ซึ่งเสียงเตือนล่วงหน้า ร่างเงาสีดำสนิทนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงราวกับภูตผีจากขุมนรก ทีมปฏิบัติการพิเศษระดับพระกาฬในชุดยุทธวิธีเต็มรูปแบบ พร้อมอาวุธครบมือ เข้าควบคุมสถานการณ์ภายในพริบตาเดียว บอดี้การ์ดของกวินทร์ที่ยืนล้อมอยู่รอบห้องยังไม่ทันได้ชักปืนด้วยซ้ำ ก็ถูกกดตัวลงนอนราบกับพื้นเย็นเฉียบอย่างไร้ทางสู้
ความโกลาหลเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวจะเข้าปกคลุม
ร่างสูงโปรดของอาคเนย์ก้าวข้ามเศษกระจกที่เกลื่อนพื้นเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคมกวาดมองสภาพภรรยาอันเป็นที่รัก ก่อนจะหยุดนิ่งที่กวินทร์ซึ่งหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
“ใครนะ... ที่บอกว่าฉันหนีหัวซุกหัวซุน?”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังราวดั่งอสุนีบาตที่ฟาดลงกลางใจของกวินทร์ อาคเนย์เดินตรงเข้าไปหารินรดาด้วยท่าทีสุขุม เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนุ่มนวลเพื่อปลดพันธนาการเชือกที่ข้อมือบาง สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งและอ่อนโยน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมระดับสูงสุดเมื่อหันกลับมามองศัตรู
“อา... อาคเนย์! แก... แกเข้ามาได้อย่างไร? ที่นี่มันเขตหวงห้าม!” กวินทร์ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อกวาดสายตาไปเห็นหน้าต่างกระจกด้านนอกที่บัดนี้มีเฮลิคอปเตอร์ทหารนับสามลำลอยลำนิ่งสงบอยู่กลางอากาศ พร้อมพลซุ่มยิงที่เล็งปากกระบอกปืนตรงมายังหน้าต่างห้องนี้พอดี
“เขตหวงห้ามงั้นเหรอ?” อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่ซ่านออร่าของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมคนทั้งเมือง เขาหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทฝังเพชรแท้ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ “สำหรับคนอื่นอาจจะใช่... แต่สำหรับเจ้าของตึกนี้อย่างฉัน มันก็แค่ห้องรับแขกส่วนตัวห้องหนึ่งเท่านั้นแหละ”
“เป็นไปไม่ได้! แกเป็นแค่ไอ้จนตรอก! แกเอาเงินที่ไหนมาเช่ากองกำลังทหารพวกนี้! แกโกงใช่ไหม!” กวินทร์กรีดร้องสติหลุด เขารับความจริงตรงหน้าไม่ได้ ภาพลวงตาที่ว่าเขาเหนือกว่าพังทลายลงในพริบตา
อาคเนย์ไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น เขาเพียงแค่โบกมือให้หัวหน้าทีมปฏิบัติการพิเศษก้าวเข้ามาข้างหน้า พร้อมกับแท็บเล็ตหน้าจอที่แสดงข้อมูลทางการเงินทั้งหมดของบริษัทกวินทร์ ซึ่งกำลังถูกระบบ AI อัจฉริยะกว้านซื้อหุ้นและอายัดบัญชีธนาคารทีละบัญชีด้วยความเร็วระดับสายฟ้าฟาด
“บัญชีที่หนึ่ง... ถูกอายัดแล้วครับนาย”
“บัญชีที่สอง... หุ้นทั้งหมดถูกโอนเข้าพอร์ตของมาสเตอร์อาคเนย์เรียบร้อยแล้วครับ”
“บัญชีสุดท้าย... ยอดเงินติดลบสิบล้านบาท กำลังดำเนินการล้มละลายทันทีครับ”
เสียงรายงานสถานการณ์ดังขึ้นเป็นระยะราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย กวินทร์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือทั้งสองข้างสั่นเทาพยายามคว้าขาของอาคเนย์ แต่กลับถูกรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบกดลงบนหลังมืออย่างไม่ไยดี
“ปล่อยฉัน... ได้โปรด... อาคเนย์ นายจะฆ่าฉันเหรอ?” กวินทร์ปล่อยโฮออกมาอย่างน่าเวทนา ความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น
“ฆ่าแกมันสกปรกมือฉันเปล่าๆ” อาคเนย์ก้มมองศัตรูด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองเศษขยะ “แต่ความแค้นที่แกทำกับเมียฉัน... ฉันจะทำให้แกได้ลิ้มรสความรู้สึกของการเป็นขอทานข้างถนน ที่แม้แต่เศษขนมปังก็ยังไม่มีปัญญาแย่งหมาป่ากิน!”
รินรดาลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี มือเรียวบางสอดประสานเข้ากับฝ่ามืออุ่นของอาคเนย์อย่างมั่น
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะค่ะคุณ” รินรดากระซิบเสียงหวานข้างหูสามี “ที่นี่อากาศไม่ค่อยดีเลยค่ะ มีแต่กลิ่นอับของคนใกล้ตาย”
อาคเนย์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขากุมมือภรรยาเตรียมหันหลังเดินออกจากห้องนรกแห่งนี้ ทิ้งให้กวินทร์กรีดร้องคร่ำครวญอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอำนาจจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นมา ทว่า... ก่อนที่ประตูเฮลิคอปเตอร์ด้านนอกจะปิดลง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอาคเนย์ก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีในระบบ แต่กลับมีข้อความสั้นๆ เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทันทีที่เขาปัดรับสาย
*“สวัสดีท่านประธาน... ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณส่งให้ผมเมื่อคืนนี้ ผมชอบมากเลยนะ หวังว่าคุณจะชอบเซอร์ไพรส์ที่ผมกำลังจะมอบให้ภรรยาของคุณในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้เช่นกัน”*
ดวงตาคมกริบของอาคเนย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักกึกทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่พอดิบพอดีกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกระฟ้า!
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 28
โกรธแค้นระดับล้างบาง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!