คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 7

เพื่อนสารเลวเริ่มระแวง

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"แกไปเอาเงินสิบล้านนี่มาจากไหน อาคเนย์!" เสียงกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงในร้านอาหารกึ่งผับหรูใจกลางเมืองดังสนั่นจนกลบเสียงเพลงแจ๊สเบาสบาย กวินทร์หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยมาตลอดหลายปีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกและโทสะที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาคู่เรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างใจเย็น เขายกกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดพันธุ์เกรดพรีเมียมลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ขณะที่สายตาสีเข้มคมกริบมองทะลุผ่านความร้อนรุ่มของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง "เงินสิบล้านที่นายใช้เคลียร์หนี้พนันให้ไอ้ทศเมื่อวาน... หรือเงินที่นายเพิ่งเอาไปวางมัดจำซูเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition คันนั้น นายคิดว่าฉันตาบอดหรือไง ถึงไม่รู้ว่าคนตกงานอย่างแกมันควรจะมีปัญญาแค่ไหน!" กวินทร์กัดฟันกรอด โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ เสียงกระซิบของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความริษยาที่พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เมล่อนโซดารู้ดีค่ะว่า ความลับไม่มีในโลก ยิ่งเป็นความลับของคนที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน การก้าวขึ้นมาเหยียบหัวพวกอวดดีในพริบตา ย่อมสร้างความระส่ำระสายให้จิตใจที่เปราะบางของคนอย่างกวินทร์ได้เป็นอย่างดี อาคเนย์วางแก้วลงกระทบจานรองเสียงดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอกลบเสียงรอบข้าง รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นเพียงนิด เย็นเยียบจนกวินทร์ต้องเผลอถอยหลัง "แล้วทำไมฉันต้องบอกนายล่ะ กวินทร์" น้ำเสียงนุ่มทุบทว่าบาดลึก "ในเมื่อตอนที่ฉันล้ม นายเป็นคนแรกไม่ใช่เหรอที่เหยียบซ้ำ พร้อมกับหัวเยาะเย้ยว่าฉันมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ไร้ค่าคนหนึ่ง" คำพูดนั้นแทงใจดำฉับพลัน กวินทร์หน้าซีดเผือดลงถนัดตา ความทรงจำเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว ภาพที่เขาเคยโยนธนบัตรปึกหนึ่งลงบนพื้นต่อหน้าอาคเนย์แล้วสั่งให้ก้มลงเก็บ ภาพที่เขาประกาศกร้าวว่าชาตินี้อดีตเพื่อนสนิทคนนี้ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้... แต่วันนี้ อาคเนย์กลับยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสูทตัดเย็บพิเศษราคาหลักแสน นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูที่เรือนเดียวซื้อรถEco Car ได้ทั้งคัน และที่สำคัญที่สุด... สายตาที่มองมาไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "แก... แกไปปล้นใครมา หรือว่าแกไปขายตัวให้เศรษฐีแก่ๆ ที่ไหนวะ!" กวินทร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามหาข้ออ้างโง่ๆ มาปลอบประโลมความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ "ใช่! แกต้องไปทำเรื่องผิดกฎหมายมาแน่ๆ เงินเป็นล้านๆ แบบนั้น คนอย่างแกไม่มีปัญญาหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงหรอก!" รินรดาที่นั่งเงียบมาตลอดเคียงข้างอาคเนย์ ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย็นชา เธอปรายตามองกวินทร์ด้วยความเวทนาปนสมเพช ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง "ระวังปากหน่อยนะคะคุณกวินทร์ การที่คนบางคนไม่มีปัญญาหาเงินได้ด้วยสมองและสองมือ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นเขาจะโง่เขลาเหมือนคุณนี่คะ" "เธอ! นังผู้หญิงหน้าเงิน!" กวินทร์หันไปแว้ใส่รินรดาด้วยความโมโห "ตอนที่ไอ้เลวนี่มันถังแตก เธอทำเป็นตีจาก แล้วจู่ๆ ก็กลับมาซบมันตอนมีเงิน หรือว่าพวกแกสองคนร่วมมือกันต้มตุ๋นใครอยู่!" เปรี้ยง! อาคเนย์ตบโต๊ะเบาๆ แต่แรงพอทำให้กวินทร์สะดุ้งสุดตัว สายตาคมกริบที่ส่งตรงมาทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีเงียบกริบลงทันที ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนกวินทร์รู้สึกหายใจไม่ออก "พูดจาให้มันระวังหน่อย กวินทร์" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ "รินรดาคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันในวันที่พวกแกทุกคนทิ้งฉันไป ส่วนเรื่องเงิน... นายอยากรู้จริงๆ เหรอว่าฉันไปเอามาจากไหน?" กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซกเต็มกรอบหน้า แม้จะปากaดีแต่ลึกๆ แล้วสัญชาตญาณดิบกำลังร้องเตือนว่าเขากำลังเล่นกับไฟกองโตที่พร้อมจะเผาตัวเองให้เป็นจุล "อะ... แกจะบอกความจริงงั้นเหรอ" กวินทร์เสียงสั่น อาคเนย์หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวเคาะหน้าจอเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะดันสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไปตรงหน้ากวินทร์ หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารสีดำสนิท ซึ่งเป็นบัญชีพิเศษที่ไม่จำกัดวงเงินและมีเพียงมหาเศรษฐีระดับท็อปเทนของประเทศเท่านั้นที่ครอบครอง ตัวเลขศูนย์ยาวเหยียดนับสิบหลักปรากฏเด่นหลา... มากพอที่จะซื้อตึกทั้งแถบนี้ได้สบายๆ กวินทร์ตาค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ริมฝีปากอ้าค้างอย่างไร้เสียง เขาจ้องมองตัวเลขนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอาคเนย์ ร่างกายสั่นเทาด้วยความช็อกขั้นขีดสุด มันไม่ใช่แค่สิบล้าน... แต่มันคือความมั่งคั่งที่เกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเขาจะจินตนาการถึงได้ในชาตินี้! "เป็นไง... ตัวเลขพอน่าสนใจไหมเพื่อนรัก" อาคเนย์เอ่ยเสียงกระซิบพร่า ขณะโน้มตัวเข้าไปใกล้ "และข่าวดีก็คือ... ฉันเพิ่งซื้อหุ้นใหญ่ร้อยละห้าสิบของบริษัทที่นายกำลังทำงานอยู่เมื่อเช้านี้เอง" เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกะโหลก กวินทร์หน้าถอดสีจนเขียวคล้ำ ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับเก้าอี้ ดวง เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะนั่นหมายความว่า... อาคเนย์กลายเป็นเจ้านายผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายอนาคตการทำงานของเขาในพริบตา! "แก... แกทำแบบนี้ไม่ได้..." กวินทร์ละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ คุกเข่าลงครึ่งๆ กลางๆ อย่างคนหมดสภาพ ทว่า ในวินาทีที่ความพินาศกำลังคืบคลานเข้าหาอดีตเพื่อนสนิทผู้หยิ่งผยอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอาคเนย์ก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากกวินทร์ที่กำลังสติแตก ปลายสายส่งเสียงรายงานด้วยความนอบน้อม *“เรียนท่านประธานครับ... ฮอลิคอปเตอร์ส่วนตัวของท่านลงจอดบนดาดฟ้าตึกเรียบร้อยแล้วครับ ต้องการให้รับท่านเดินทางไปประชุมด่วนที่เกาะส่วนตัวเลยไหมครับ?”* อาคเนย์เหลือบมองหน้ากวินทร์ที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทรงอำนาจ "เตรียมตัวให้พร้อม... ฉันกำลังขึ้นไป" ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%