“แกคิดว่าเศษกระดาษใบเสร็จลดราคาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเอามาแลกสิทธิ์นั่งโซนวีไอพีของงานกาล่าการกุศลคืนนี้ได้งั้นเหรอ รินรดา?”
เสียงหัวเราะเยาะหยันของกวินทร์ดังแว่วขึ้น ท่ามกลางความหรูหราอลังการของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงมากระทบชุดราตรีเรียบง่ายที่รินรดาสวมใส่ หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อะไร ใบหน้าหวานซึ้งยังคงนิ่งสงบ แม้ในมือจะกำกระเป๋าถือราคาถูกไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกวาดสายตามองอดีตเพื่อนสนิทของอาคเนย์ผู้กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้า
รอบกายของกวินทร์รายล้อมไปด้วยเหล่าไฮโซและเซเลบชื่อดังที่พร้อมจะหัวเราะตามทุกคำพูดเพื่อประจบประแจงชายหนุ่มผู้กุมอำนาจบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในเวลานี้
“ปล่อยเธอเถอะกวินทร์ คนระดับนี้คงไม่รู้หรอกค่ะว่างานระดับนี้เขาคัดกรองคนยังไง ถึงได้กล้าพาผู้ชายตกงานใส่สูทมือสองมาเดินเฉิดฉายในงานที่แม้แต่ค่าไวน์ยังแพงกว่าเงินเดือนทั้งปีของพวกเขารวมกันเสียอีก” เสียงแหลมสูงของหญิงสาวข้างกายกวินทร์เอ่ยสมทบ พร้อมกับสายตาดูถูกดูแคลนที่มองตรงไปยังอาคเนย์ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างรินรดา
อาคเนย์ยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นกวาดมองบรรยากาศรอบตัวช้าๆ ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กวินทร์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
“แกยังหน้าด้านมางานนี้อีกเหรอ อาคเนย์?” กวินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ พร้อมกับกระตุกยิ้มเยาะ “คิดว่าเคยเป็นเพื่อนฉันแล้วจะเกาะกระแสเข้ามาหาช่องทางธุรกิจในนี้ได้งั้นสิ? บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่า ต่อให้แกคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษเงินจากฉันตอนนี้ ฉันก็ไม่มีทางโยนให้หรอก… อ้อ หรือว่าที่มาวันนี้ เพราะอยากให้ผู้หญิงของแกมาคอยปรนนิบัติแขกในงานแลกกับเงินค่าใช้จ่ายเดือนนี้ล่ะ?”
คำพูดดูถูกเหียดหยามหลุดออกมาจากปากของคนที่เคยเรียกตัวเองว่าเพื่อนสนิท รินรดารasผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ แต่ทว่า… มือหนาอุ่นจัดของอาคเนย์กลับเอื้อมมาแตะลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ พร้อมกับแรงบีบกระชับที่ส่งผ่านความมั่น
อาคเนย์ก้าวออกมายืนบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองกวินทร์นิ่ง นานจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มเยียบเย็นลงอย่างประหลาด
“ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะกวินทร์” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนคู่สนทนาชะงัก “นายคิดว่าความสำเร็จที่นายกำลังยืนอยู่บนยอดพีระมิดตอนนี้ มันมาจากความสามารถของนายจริงๆ งั้นเหรอ?”
“ฮึ! จะมาจากไหนก็ช่าง แต่มันก็มากกว่าหัวสุนัขอย่างแกก็แล้วกัน!” กวินทร์แค่นAเสียงหัวเราะในลำคอ “ทำเป็นพูดดีไป ถ้าเก่งจริง ลองเอาเงินสดสักสิบล้านมาฟาดหน้าฉันดูสิฟะ! เอาเลย! ถ้าแกมีปัญญา ฉันจะยอมคุกเข่ากราบตีนแกตรงนี้เลยเอ้า!”
สิ้นคำท้าทาย เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ จากรอบข้าง บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันหยุดมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ บ้างก็อมยิ้มรอสมน้ำหน้า บ้างก็รอดูความน่าสมเพชของชายหนุ่มยากจนที่บังอาจมาต่อปากต่อคำกับเศรษฐีหนุ่มไฟแรง
อาคเนย์ไม่ตอบโต้อะไรด้วยวาจา เขาเพียงแต่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในอย่างใจเย็น ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวกับกำลังหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือ มากกว่าการเตรียมควักเงินจำนวนมหาศาลออกมาสู้
ชายหนุ่มหยิบสมุดเช็คเล่มเล็กปกหนังสีดำสนิทออกมา มันไม่ใช่เช็คธรรมดา แต่เป็นเช็คพิเศษที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลกสำหรับลูกค้าระดับ Ultra-High-Net-Worth สลักลายน้ำทองคำแท้ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับจนคนตาไวบางคนในงานถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
อาคเนย์เปิดสมุดเช็คออก ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษแผ่นเรียบอย่างมั่นคง รวดเร็ว และเด็ดขาด
*แกร๊ก...*
เสียงปลอกปากกาถูกสวมกลับเข้าที่อย่างแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมรอบบริเวณ
เขายื่นแผ่นกระดาษสีขาวขอบทองนั้นออกไปตรงหน้ากวินทร์ นิ้วเรียวยาวหนีบเช็คแผ่นนั้นไว้แล้วตบเบาๆ ลงบนแก้มด้านขวาของกวินทร์อย่างนิ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้หน้าของอีกฝ่ายหันไปตามแรง
“สิบล้านเหรอ?” อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “นายมันใจแคบเกินกว่าจะจินตนาการออกจริงๆ กวินทร์… ฉันให้ร้อยล้านก็ยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับค่าปิดปากสุนัขอย่างนาย”
กวินทร์หน้าชาดลุก ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เขายื่นมือสั่นเทาไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดู ดวงตาเบิกโพลงกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อกวาดสายตาไปยังตัวเลขศูนย์หลายตัวที่เรียงรายอยู่ด้านหลัง พร้อมกับลายเซ็นและตราประทับรับรองวงเงินสดจากธนาคารระดับโลกที่ไม่มีวันเด้งอย่างแน่นอน!
“มะ… เป็นไปไม่ได้! เช็คบ้าอะไรเนี่ย! แกเอาเงินมาจากไหนวะอาคเนย์! แกมันไอ้คนตกงาน!” กวินทร์แผดเสียงลั่นด้วยความสติหลุด ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อสายตา
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ความอึดอัดคับแค้นใจที่สะสมมานานนับเดือนมลายหายไปในพริบตา เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบของเธออย่างภาคภูมิใจ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินวนอยู่เหนือยอดตึกของโรงแรมก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น แรงลมจากใบพัดตีผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้ามาจนผ้าม่านปลิวไสว พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องตรงลงมายังลานจอดดาดฟ้าด้านบน ซึ่งเชื่อมต่อกับประตูวีไอพีของห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้พอดี
ร่างของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาด้านใน พร้อมกับผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโค้งคำนับอาคเนย์จนแทบชิดติดพื้น พร้อมกับกล่าวถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนในงานต้องช็อกตาค้างจนแทบหยุดหายใจ
“เรียน… ท่านประธานใหญ่กลุ่มทุนเอเชียแปซิฟิก ทุกอย่างพร้อมสำหรับการเข้าซื้อกิจการเครือโรงแรมทั้งหมดในคืนนี้แล้วครับ!”
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 19
เช็คเปล่าฟาดหน้า
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!