คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 3

รูดบัตรสีดำให้โลกจำ

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นกระเบื้องแกรนิตโตของห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองดัง *คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความมั่นใจขั้นสุด ปรางทิพย์ พนักงานขายมือหนึ่งของบูติกแบรนด์เนมระดับโลก ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามที่เธอพยายามซ่อนไว้ไม่ให้มิด "ขอโทษนะคะคุณ... เสื้อผ้าโซนนี้ สำหรับลูกค้าระดับ VIP เท่านั้นค่ะ เกรงว่า... ถ้าคุณจะแค่เข้ามาเดินตากแอร์หลบแดดเฉยๆ พนักงานรักษาความปลอดภัยทางโน้นคงต้องเชิญตัวออกนะคะ" น้ำเสียงของเธอดัดให้หวานหยด แต่เจือด้วยความจิกกัดอย่างชัดเจน สายตากวาดมองอาคเนย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีพื้นเรียบง่ายกับกางเกงสียีนส์ธรรมดาที่ดูอย่างไรก็เป็นแค่ชนชั้นแรงงานที่พลัดหลงเข้ามาในดินแดนของคนมีเงิน อาคเนย์ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบกวาดสายตามองบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่า ก่อนจะมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความโกรธเกรี้ยว... มีเพียงความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ย้อนกลับไปไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้ รินรดาเพิ่งจะวางแท็บเล็ตลงบนตักด้วยมือที่สั่นเทา หลังจากเห็นชื่อของตัวเองขึ้นเป็นประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของกลุ่มบริษัทในเครืออาณาจักรหมื่นล้าน รอยยิ้มที่เธอมอบให้อาคเนย์ในตอนนั้นไม่ใช่แค่ความตกใจ แต่เป็นความอิ่มเอมใจที่รู้ว่าผู้ชายที่เธอยอมลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด ไม่ได้เป็นแค่ "เด็กหนุ่มตกอับ" อีกต่อไปแล้ว และเพื่อเป็นการฉลองก้าวแรกของการเอาคืนพวกที่เคยเหยียบย่ำ... อาคเนย์จึงก้าวเข้ามาที่นี่ ห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวกันกับที่อดีตแฟนสาวของเขาอย่าง "พิมพ์ชนก" ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และเป็นคนที่เคยหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาในวันที่เขาไม่มีแม้แต่เงินกินข้าว "ฉันไม่ได้มาเดินตากแอร์หรอกครับ..." อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทรงพลังจนปรางทิพย์ต้องขมวดคิ้ว "แต่ผมตั้งใจมาซื้อ... ทุกอย่างในร้านนี้ต่างหาก" สิ้นคำพูดนั้น เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ปรางทิพย์รีบหันไปโค้งคำนับแทบไม่ทันเมื่อเห็นร่างระหงของพิมพ์ชนกเดินนองหน้ามาพร้อมกับกวินทร์ อดีตเพื่อนสนทรผู้ทรยศของอาคเนย์ ที่วันนี้ควงคู่กันมาอย่างระ้าระรื่น "โอ้โห อาคเนย์! นึกว่าใครที่ไหน..." พิมพ์ชนกย.คิ้วสูง กวาดตามองอดีตแฟนหนุ่มด้วยสายตาสมเพชเวทนา มือเรียวยาวกอดแขนกวินทร์แน่นราวกับจะประกาศความเหนือกว่า "นี่เธอเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย? ฝันกลางวันอยู่หรือไง? ร้านนี้สูทตัวเดียวราคาเท่าเงินเดือนทั้งปีของเธอด้วยซ้ำ อย่ามาทำ‑อวดรวยแถวนี้เลย น่าสมเพชวะ!" กวินทร์หัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองอาคเนย์ด้วยความเหยียดหยามไม่แพ้กัน "ปล่อยมันเถอะชนก คนชั้นต่ำมันก็ทำได้แค่เพ้อฝันแหละวะ... ว่าแต่แกเถอะอาคเนย์ หรือว่าแอบยักยอกเงินที่ไหนมา ถึงกล้าเดินเข้ามาในห้างนี้ได้? ระวังนะ... ยามลากออกไปประจาน จะหาว่าฉันไม่เตือน" บรรยากาศรอบตัวเริ่มมีลูกค้ารายอื่นหันมามองด้วยความสนใจ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น ปรางทิพย์ฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นว่ามีผู้จัดการฝ่ายใหญ่อย่างพิมพ์ชนกหนุนหลัง เธอยิ่งได้ใจเชิดหน้าชูตาขึ้น "รบกวนคุณลูกค้า... เชิญออกไปจากร้านเถอะค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะต้องเรียก รปภ. มาเชิญออกไปจริงๆ" ปรางทิพย์ผายมือไล่อย่างไม่ไว้หน้า อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตากลัว เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที จากความนิ่งEายกลายเป็นความกดดันมหาศาลที่ทำให้คนรอบข้างถึงกับหายใจติดขัด ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงทำให้พิมพ์ชนกชะงักไปวูบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว "ไล่ผมเหรอ?" อาคเนย์เอ่ยเสียงต่ำ ชายหนุ่มควักกระเป๋าเสื้อ เลื่อนหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะไทเทเนียมแท้ ขอบบัตรสะท้อนแสงไฟระยิบระยับไร้รอยขีดข่วน ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียว ทันทีที่บัตรใบนั้นปรากฏแก่สายตา กวินทร์ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ส่วนพิมพ์ชนกหน้าซีดเผือดลงในทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ในฐานะที่ทำงานในแวดวงคนมีเงิน เธอย่อมรู้ดีว่าบัตรโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินใบนี้มีไว้สำหรับใคร... มันคือบัตร Centurion Card ของจริง! บัตรที่ออกให้เฉพาะมหาเศรษฐีระดับท็อปของโลกเท่านั้น! "พนักงาน... เช็คสินค้าทั้งหมดในร้านนี้ใส่ถุงให้หมด" อาคเนย์วางบัตรดำลงบนกระจกเคาน์เตอร์ด้วยปลายนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดรากับประกาศิต "แล้วรูดวงเงินทั้งหมดให้เกลี้ยง... เอาให้มันจบในสลิปเดียว" *ติ๊ง!* เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นพร้อมกับไฟสีเขียวที่สว่างวาบขยี้ตา ท่ามกลางความเงียบกริบของทุกคนในร้านที่หยุดหายใจ ปรางทิพย์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือที่ยื่นไปรับบัตรสั่นระริกราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต พิมพ์ชนกหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนกวินทร์ได้แต่อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ในวินาทีที่สลิปกระดาษยาวยืดพุ่งออกมาพร้อมเสียงพิมพ์อัตโนมัติ อาคเนย์ก็เอื้อมมือไปหยิบบัตรดำใบนั้นกลับมาเก็บใส่กระเป๋าช้าๆ เขาก้มลงกระซิบข้างหูของพิมพ์ชนกที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน "จำไว้นะ... ผู้หญิงที่นายทิ้งวันนั้น วันนี้เธอกลายเป็นเจ้าของห้างนี้ไปเรียบร้อยแล้วล่ะ" พิมพ์ชนกสะอื้นเฮือก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความช็อกและหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่กวินทร์หน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของอาคเนย์ก็แผדเสียงสั่นเตือนขึ้นมาเบาๆ ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดู ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนตัว พร้อมกับภาพวิดีโอคอลสายตรงจากรินรดาที่กดโทรเข้ามาพอดี และเมื่ออาคเนย์กดรับสาย ภาพบนหน้าจอไม่ได้แสดงแค่ใบหน้าสวยหวานของภรรยาที่รักเท่านั้น แต่ด้านหลังของเธอ กลับปรากฏร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝัน... ศัตรูตัวฉกาจที่ควรจะล้มละลายไปแล้วกำลังยืนยิ้มเยาะส่งตรงมาจากห้องประชุมใหญ่ของตระกูล! "คุณอาคเนย์คะ..." เสียงปลายสายของรินรดาดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดปนตื่นตระหนก "ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะไม่ได้จบแค่การช็อปปิ้งซะแล้วล่ะค่ะ" (ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%