เสียงเคาะประตูกระจกใสกรอบทองของห้องวีไอพี เลานจ์ ในค่ำคืนนี้ดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างผอมสูงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของกวินทร์ เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องด้วยรอยเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง ขณะที่รินรดาซึ่งสวมชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้มเรียบหรู นั่งไขว่ห้างนิ่งสนิทอยู่บนโซฟาหนังแท้โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลผู้มาเยือนใหม่
"คิดไม่ถึงจริงๆ นะครับว่าคนตกอับอย่างพวกคุณ จะยังมีปัญญาหาบัตรเชิญเข้ามาร่วมงานประมูลการกุศลและการลงทุนแห่งปีของตระกูลดังได้... หรือแอบไปปลอมแปลงบัตรเชิญมากันแน่ ถึงได้กล้าอาจหาญมานั่งอยู่ในโซนวีไอพีแบบนี้" กวินทร์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลนและเยาะเย้ยถากถางตามสันดานดิบที่เคยชิน
อาคเนย์ที่กำลังยกแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงขึ้นจิบรสชาติช้าๆ วางแก้วลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล เขาเงยหน้าขึ้นสบตากวินทร์ด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝน
"บัตรเชิญใบนี้ จะเป็นของจริงหรือของปลอม อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า คุณน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของคุณเองนะกวินทร์" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนชายหนุ่มผู้มาเยือนถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของกวินทร์กระตุกวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาîตอกลับด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเดิม
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะอาคเนย์ หวังว่าตอนที่เคาะราคาประมูลชิ้นแรกเริ่มขึ้น นายจะมีปัญญาแม้แต่จะยกป้ายสู้ราคากับเขานะ เพราะของทุกชิ้นในงานคืนนี้... ฉันตั้งใจจะกวาดเรียบเพื่อเอาไปประเคนให้คุณหญิงท่านอื่นดูเล่นแก้เบื่อเสียหน่อย เงินในบัญชีของนายตอนนี้ คงเหลือแค่เศษเหรียญพอซื้อน้ำเปล่ากินประทังชีวิตสินะ" กวินทร์แค่นเสียงหัวเราะอย่างสะใจ ปรายตามองรินรดาด้วยสายตาแทะโลม "ส่วนเธอนี่... ตาถึงจริงๆ ที่เลือกเกาะไอ้คนไม่มีอนาคต ถ้าเปลี่ยนใจมาซบตักฉันตั้งแต่แรก ป่านนี้คงไม่ต้องมานั่งหน้าซีดรอรับความอับอายขายหน้าในงานระดับประเทศแบบนี้หรอกนะรินรดา"
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อุณหภูมิในห้องวีไอพีลดฮวบลงทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างอาคเนย์อย่างสง่างาม มือเรียวบางเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทให้ชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาสองคนเท่านั้น
"คนที่ควรจะกังวลเรื่องเงินในบัญชี น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะกวินทร์ ระวังว่าความอวดดีในคืนนี้ จะทำให้คุณต้องเดินออกจากโรงแรมด้วยมือเปล่าและหนี้สินท่วมหัวจนไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน" เสียงหวานเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีที่แฝงไปด้วยคมมีด กวินทร์หน้าชาดลด้วยความโกรธ กัดฟันกรอดจนสันกรามปูดโปนด้วยความเจ็บใจ ก่อนสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปเพื่อมุ่งหน้าสู่ห้องโถงประมูลหลักที่ประโคมแสงไฟระยิบระยับ
ภายในห้องโถงใหญ่โตโอ่อ่า เสียงบรรเลงไวโอลินสดเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยของบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และเซเลบริตี้แถวหน้าของประเทศที่แต่งกายด้วยเครื่องเพชรระยิบระยับแสบตา อาคเนย์และรินรดาก้าวเดินเคียงคู่กันเข้ามาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่หันมาจับจ้อง รินรดายืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างภาคภูมิใจ สายตาของเธอสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อาคเนย์กวาดสายตาคมกริบมองไปยังเวทีประมูลเบื้องหน้า ที่ซึ่งคอลเลกชันอัญมณีโบราณและสิทธิ์การพัฒนาที่ดินแปลงทองคำกำลังถูกนำขึ้นจัดแสดง
"ยินดีต้อนรับท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่การประมูลการกุศลประจำปี..." เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าใจ ก่อนจะเริ่มต้นเคาะไม้ประมูลชิ้นแรก ชิ้นงานศิลปะล้ำค่าระดับโลกที่มีราคาตั้งต้นสูงถึงสิบล้านบาท
กวินทร์ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดยกป้ายขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเหนือกว่า "สิบห้าล้านบาท!" เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ผู้ชม กวินทร์หันกลับมามองทางด้านหลัง ส่งยิ้มเยาะเย้ยให้อาคเนย์ราวกับจะประกาศศักดาว่าอำนาจเงินในค่ำคืนนี้อยู่ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว พิธีกรประกาศย้ำ "สิบห้าล้านบาทครั้งที่หนึ่ง... สิบห้าล้านบาทครั้งที่สอง..."
"ยี่สิบห้าล้านบาท"
เสียงทุ้มนุ่มแต่ก้องกังวานดังขึ้นจากโซนด้านหลัง อาคเนย์ยกป้ายหมายเลขประจำตัวขึ้นช้าๆ สายตาประสานกับพิธีกรบนเวทีอย่างไร้ความลังเล กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับมามองด้วยความตกตะลึง ปนความฉุนเฉียว รีบยกป้ายของตนเองขึ้นสู้ทันที "สามสิบไร่... ไม่สิ สามสิบล้านบาท!"
"ห้าสีย... อ้อ ห้าสิบล้านบาทครับ" อาคเนย์เอ่ยแก้ตัวเลขด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับกำลังพูดถึงราคาผักในตลาดสด รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทีสุขุมแต่เฉียบขาดของคนรัก
การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว ทุกครั้งที่กวินทร์พยายามเคาะราคาเพื่อแย่งชิงกรรมสิทธิ์ อาคเนย์มักจะเพิ่มตัวเลขขึ้นเป็นเท่าตัวอย่างไร้ความปรานี จนกระทั่งเดินทางมาถึงไฮไลท์สำคัญของค่ำคืนนี้... สิทธิ์การครอบครองโครงการอสังหาริมทรัพย์ใจกลางย่านธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่กวินทร์หมายปองและระดมทุนมาทั้งชีวิตเพื่อแย่งชิงมันมา
"ราคาเริ่มต้นสามพันล้านบาทครับ!" พิธีกรประกาศด้วยเสียงสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้น
กวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกป้ายสูงเหนือหัวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความฮึกเหิม "สี่พันล้านบาท! ผมให้สี่พันล้านบาท! ไม่มีใครหน้าไหนในที่นี้กล้าสู้ราคานี้อีกแล้ว!" เขาตะโกนก้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หันไปมองอาคเนย์ด้วยสายตาท้าทายขั้นสุด ราวกับต้องการเหยียบย่ำให้อีกฝ่ายจมดินไปต่อหน้าธารกำนัล
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วห้องโถงชั่วขณะ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอคอยการตัดสินใจของชายหนุ่มลึกลับผู้สร้างความฮือฮาตลอดทั้งคืน
อาคเนย์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังก้องกังวานในความเงียบ เขาปัดเสื้อสูทให้เรียบเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะ พร้อมกับหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่ไม่มีรหัสบอกวงเงินยื่นส่งให้เจ้าหน้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ
"ห้าพันล้านบาทครับ... และผมขอเหมาซื้อทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดในแค็ตตาล็อกคืนนี้ รูดทีเดียวจบเลยนะครับ"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันทีราวกับคลื่นสึนามิ บรรดาเศรษฐีและนักธุรกิจต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด กวินทร์หน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในพริบตา เมื่อหน้าจอ LED ขนาดใหญ่บนเวทีแสดงผลการอนุมัติยอดเงินมหาศาลผ่านบัตรเครดิตดำไร้วงเงินของอาคเนย์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับเสียงเครื่องรูดบัตรที่ดังขึ้นยืนยันความสำเร็จอย่างชัดเจนก้องกังวานไปทั่วทั้งฮอลล์!
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 9
เศรษฐีหน้าใหม่ในงานประมูล
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!