คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 24

ซื้อทั้งแก๊งเพื่อจบเรื่อง

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงปรบมือเยาะเย้ยของกวินทร์ดังสะท้อนก้องห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ภายในโรงแรมระดับห้าดาวค่ำคืนนี้ เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นของกลุ่มนักธุรกิจและมาเฟียท้องถิ่นที่รวมหัวกันบีบคั้นอาคเนย์จนมุม ร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยืนนิ่งสงบ ทว่าแววตาที่ทอดมองไปยังอดีตเพื่อนสนิทกลับว่างเปล่าราวน้ำแข็งขั้วโลก ด้านข้างของอาคเนย์มีรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ คอยกุมมือเขาไว้อย่างมั่นคง ไหล่บางเชิดขึ้นอย่างสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ เจือจางในแววตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย "ไงล่ะ อาคเนย์? แกคิดว่าเงินไม่กี่ร้อยล้านจะช่วยให้แกซื้อความรอดจากที่นี่ได้หรือไง?" กวินทร์แค่นหัวเราะเสียงดัง ลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะประชุมด้วยท่าทางลำพองใจ แก๊งมาเฟียและกลุ่มทุนสีเทาเบื้องหลังที่คอยชักใยอยู่เงียบๆ ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง พวกมันคือผู้ทรงอิทธิพลที่คิดว่าอำนาจมืดและเงินใต้โต๊ะสามารถซื้อได้ทุกอย่างในเมืองนี้ อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองคู่สนทนา เขาเพียงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสชาติฝาดลึกอย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งนั่งไขว่ห้างสูบซิการ์ราคาแพงด้วยท่าทางกร่างระเบิด "นายใหญ่เฉิน... ดูท่าทางคุณคงลงทุนกับโปรเจกต์ล้างบางบริษัทผมไปไม่น้อยสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกฉับพลัน เฉินพ่นควันซิการ์สีเทาออกมาอย่างไม่แยแส ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "เด็กน้อย... แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน? หนี้สินของแกที่กองอยู่ตรงหน้า มันถูกซื้อต่อโดยเครือข่ายของฉันหมดแล้ว ต่อให้แกมีปีกก็บินไม่พ้นเงื้อมมือฉันหรอก เตรียมตัวเซ็นใบหย่าและคุกเข่าขอร้องพวกเราซะดีๆ!" รินรดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาคู่หวานวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับพวกไร้ยางอายเหล่านี้ แต่อาคเนย์กลับยกมือขึ้นปราบเบาๆ เขาสบตาภรรยาอันเป็นที่รักด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่ากระหายเลือดด้วยรอยยิ้มพิฆาตที่แท้จริง "คุณเฉินพูดถูกครับ... หนี้สินทั้งหมดถูกซื้อต่อไปแล้วจริงๆ" อาคเนย์ป้องปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะล้วงมือหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมา แล้ววางลงกลางโต๊ะกระจกใส "แต่ดูเหมือนว่า... คนที่กว้านซื้อกิจการเบื้องหน้าและเบื้องหลังทั้งหมดของแก๊งคุณ รวมถึงหุ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่คุณกวินทร์ภาคภูมิใจนักหนา จะไม่ใช่ชื่อของคุณเฉินหรอกนะครับ" กวินทร์ชะงัก สีหน้าเยาะเย้ยเมื่อครู่แข็งค้างในทันที ขณะที่เฉินขมวดคิ้วแน่นด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก หน้าจอโทรศัพท์ถูกส่งต่อไปยังเลขา, หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่บนผนังห้องถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติ เอกสารทางกฎหมายฉบับแล้วฉบับเลื่อนผ่านสายตาทุกคนในห้องอย่างรวดเร็ว ตัวเลขมูลค่ามหาศาลระดับหมื่นล้านถูกโอนถ่ายเข้าสู่บัญชีกลางของกลุ่มทุนมาเฟียอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่การขู่กว้านซื้อธรรมดา แต่เป็นการ "ซื้อขาด" แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชนิดที่ว่าสามารถไล่ตะردพวกมันออกจากตึกนี้ได้ภายในสามวินาที "สะ... เป็นไปไม่ได้! นายเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนี้! หุ้นของฉัน... บริษัทของฉันถูกซื้อไปหมดแล้วได้ยังไง?!" กวินทร์หวีดร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือดราวกระดาษไร้สีเลือด เขาลุกขึ้นพยายามคว้าเอกสารบนจอ แต่กลับล้มคะมำไม่เป็นท่าด้วยความตื่นตระหนก อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ เขาก้าวเข้าไปหากวินทร์ช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นผิวหินอ่อนดังสะท้อนก้อง ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายของพวกมันเอง "เพื่อนรัก... นายเคยถามฉันไม่ใช่เหรอว่า คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉัน จะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้กับพวกมีอำนาจ?" อาคเนย์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูกวินทร์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "คำตอบก็คือ... ฉันไม่ได้สู้ด้วยอำนาจปลอมๆ แบบที่นายภูมิใจ แต่ฉันใช้เงินซื้อหัวนาย และทุกอย่างที่นายรัก... มาไว้ใต้ฝ่าเท้ายังไงล่ะ" กวินทร์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงมองหน้าอดีตเพื่อนสนิทที่บัดนี้กลายเป็น "เจ้าชีวิต" ผู้กุมชะตากรรมของพวกมันทั้งหมดไว้ในกำมือ ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง เสียงปรบมือปริศนาดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังประตูทางเข้า ร่างชะฉูดชะอาดของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงผู้เลอโฉม ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและอันตรายก้าวออกมา พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่ถือกระเป๋าเอกสารโลหะเดินล้อมกรอบเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง อาคเนย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รินรดากระชับมือสามีแน่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่คาดไม่ถึง หญิงสาวปริศนากวาดสายตามองซากความพินาศตรงหน้า ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้อาคเนย์ต้องขมวดคิ้ว "น่าประทับใจจริงๆ ค่ะคุณอาคเนย์... แต่คุณลืมไปหรือเปล่าคะ ว่ายังมี 'หนี้ก้อนสุดท้าย' ที่คุณยังไม่ได้จ่ายให้ฉัน... เจ้าของที่แท้จริงของเกาะแห่งนี้" ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%