"ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าแกยังหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายไม่ได้ วันนี้ศาลาริมน้ำร้านนี้ก็คือที่นอนใหม่ของแกกับแม่ป่วยๆ ของแก!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยแรงกระชากที่ทำให้ร่างระหงของรินรดาเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ป้ายพนักงานต้อนรับสีทองหม่นๆ บนอกเสื้อของเธอเอียงกระเท่เร่ สภาพของหญิงสาวในยามนี้ช่างน่าเวทนา รอยเปื้อนคราบซอสสีแดงฉานบนเสื้อเชิร์ตสีขาวเกิดจากฝีมือของลูกค้าไฮโซจอมกร่างที่จงใจแกล้งทำน้ำซุปหกใส่เพื่อหาเรื่องกดขี่ข่มเหง
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ แต่เธอก็เลือกที่จะกลืนมันลงคอ ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมนี้เด็ดขาด
"ดิฉันขอโทษแล้วนะคะคุณผู้หญิง... แต่น้ำซุปถ้วยนั้นคุณผู้หญิงเป็นคนปัดมันหล่นเองนะคะ ไม่ใช่ความผิดของดิฉัน..." รินรดาเค้นเสียงตอบกลับด้วยความสั่นเครือ พยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
"อีเด็กบ้านนอก! เถียงเหรอวะ!" ผู้จัดการร้านร่างท้วมก้าวเข้ามาตบะแตก เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหวานๆ ของรินรดาให้หายแค้นต่อหน้าลูกค้าหลายสิบชีวิตที่กำลังยืนมุงดูด้วยความสะใจและสมเพช
ในวินาทีที่ฝ่ามือหยาบกร้านกำลังจะเหวี่ยงกระทบแก้มเนียน ทันใดนั้นเอง—
*ปัง!*
เสียงถีบประตูไม้สักบานใหญ่ของร้านอาหารหรูริมแม่น้ำดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนบานประตูเกือบหลุดจากวงกบ ทุกสายตาในร้านต่างสะดุ้งเฮือกหันขวับไปมองผู้มาเยือนใหม่เป็นตาเดียว
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปสีเทาเข้ม ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มบอดี้ชายฉกรรจ์สี่คนที่เดินตามหลังมาด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงหลายองศา ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองผู้คนในร้านด้วยความเย็นชาดุจยมทูตที่พร้อมจะปลิดชีพทุกคนได้ในพริบตา
อาคเนย์...
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองชายหนุ่มที่เธอเคยเห็นในสภาพมอมแมมไร้เรี่ยวแรง นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงป้ายรถเมล์เมื่อหลายปีก่อน ในเวลานี้เขากลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอด้วยภาพลักษณ์ของมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
"กล้าดียังไง..." ผู้จัดการร้านอ้าปากค้าง หน้าถอดสีเมื่อเห็นท่าทีไม่ธรรมดาของแขกผู้มาใหม่ "ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล... พวกแกเป็นใครวะ!"
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตามองผู้จัดการร้านจอมกร่างผู้นั้น ฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าหนังราคาแพงก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง
เขาก้าวตรงเข้าไปหารินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ อาคเนย์ถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนออกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะนำมาคลุมไหล่บางที่เปื้อนคราบซอสให้เธออย่างอ่อนโยน สัมผัสที่อบอุ่นและสายตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและอาทร ทำให้เขื่อนน้ำตาที่รินรดาพยายามกั้นไว้มาตลอดพังทลายลงในทันที
"ผมบอกคุณแล้วไง... ว่าสักวันหนึ่ง ผมจะปกป้องคุณเอง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaข้างหูเธอ อบอุ่นจนหัวใจดวงน้อยๆ สั่นไหว
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม "คุณ... อาคเนย์...?"
"ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นแล้วครับ" อาคเนย์หันกลับไปช้าๆ สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมมีดกรีดแทงไปที่ผู้จัดการร้านและลูกค้าไฮโซจอมหาเรื่องทันที "ใครที่มันกล้าทำร้ายคนที่เคยแบ่งข้าวให้ผมกินในวันที่ผมตกต่ำที่สุด... วันนี้มันต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า!"
สิ้นคำพูดนั้น อาคเนย์ก็ส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว บอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสี่คนก็พุ่งเข้าจัดการล็อกตัวผู้จัดการร้านและลูกค้าผู้หญิงคนนั้นกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโวยวายดังระเบ็งเซ็งแซ่ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดมือยุ่ง เพราะโลโก้บนปกสูทของบอดี้การ์ดกลุ่มนั้นคือสัญลักษณ์ของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
อาคเนย์หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมากดโทรออกด้วยท่าทางสบายๆ แต่คำสั่งที่หลุดจากริมฝีปากของเขากลับทำให้ทุกคนในร้านหน้าซีดเผือด
"กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของร้านนี้... แล้วไล่ไอ้ขยะพวกนี้ออกไปให้หมดภายในสามนาทีนี้"
ผู้จัดการร้านหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เข่าทรุดฮวบลงกับพื้นเมื่อรู้ว่าตนเองไปหาเรื่องกับใครเข้า อดีตหนุ่มยาจกที่เขาเคยเหยียดหยาม ตอนนี้คือนักลงทุนกระเป๋าหนักที่สามารถซื้อร้านอาหารหรูแห่งนี้ได้ด้วยเงินสดเพียงปลายนิ้วสัมผัส!
อาคเนย์หันกลับมาหารินรดา เขาระบายยิ้มอบอุ่นที่มอบให้เธอเพียงคนเดียว ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าหญิงสาว
"ไปกันเถอะครับ ริน... ถึงเวลาที่เราจะไปกินอาหารดีๆ ในที่ที่คู่ควรกับคุณแล้ว"
รินรดามองมือคู่นั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอวางมือสั่นเทาลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างไว้วางใจ ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากร้าน ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคย
"โอ๊ะๆๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สุนัขจนตรอกที่เกาะผู้หญิงกินนี่เอง... ทำเป็นเก่งใหญ่โตเชียวนะ อาคเนย์!"
ร่างของกวินทร์ อดีตเพื่อนสนิทผู้เคยหักหลังและเหยียบย่ำเขา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้า ในมือถือบัตรเครดิตสีดำสนิทวงเงินไม่จำกัดที่เขาเพิ่งไปอวดอ้างกับสาวๆ มาหมาดๆ กวินทร์จ้องมองอาคเนย์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์เช่นเดิม โดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเขาเองในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"บังเอิญจริงๆ ที่เจอแกที่นี่... คิดเหรอวะว่ามีเงินซื้อร้านนี้แล้วจะยิ่งใหญ่กว่าฉันได้? แกมันก็แค่คนตลบตะลองที่วันๆ เอาแต่เกาะผู้หญิงกินเหมือนเดิมนั่นแหละ!" กวินทร์หัวเราะลั่นร้าน ยื่นหน้าเข้ามาหาอาคเนย์ด้วยความท้าทาย
อาคเนย์หยุดเดิน เขาสบตากวินทร์นิ่งสนิท มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้รินรด้ารู้ทันทีว่า... ปีศาจที่แท้จริงกำลังตื่นขึ้นแล้ว
"เกาะผู้หญิงกินอย่างนั้นเหรอ..." อาคเนย์ทวนคำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะควักกระเป๋าเงินหนังจระเข้แท้ราคาแปดหลักออกมา แล้วโยนการ์ดสีดำสนิทฝังเพชรแท้ลวดลายเฉพาะตัวลงแทบเท้าของกวินทร์อย่างไร้ค่า
"งั้นก็ช่วยบอกฉันที... ว่าไอ้การ์ดวงเงินไม่จำกัดของธนาคารกลางสวิสใบนี้ มันเป็นของฉัน... หรือเป็นของคนที่กำลังจะกลายเป็นขอทานข้างถนนในอีกสามนาทีข้างหน้ากันแน่, กวินทร์?"
(ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!)
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 5
รินรดาคือที่หนึ่ง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!