เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมไม้สักทองดังสนั่น หזดสติอารมณ์ของความอดทนที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน กวินทร์แค่นDหัวเราะในลำคอด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์บัดนี้เต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจ เขากวาดสายตามองหน้าอาคเนย์และรินรดาด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด
"เกมพลิกแล้วล่ะอาคเนย์... นายคิดจริงๆ เหรอว่าแค่เศษเงินก้นกระเป๋าไม่กี่ล้าน จะมาต่อกรกับกลุ่มทุนระดับหมื่นล้านอย่างพวกฉันได้?"
กวินทร์เหยียดยิ้มกว้าง ปลายเลิฟขยับเข้าใกล้ขอบโต๊ะ โน้มตัวลงมาด้วยท่าทางคุกคาม เอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ เอกสารฉบับนั้นคือบ่วงบาศที่กำลังรัดคออาคเนย์ให้ดิ้นไม่หลุด สัญญามูลค่าพันล้านที่ถูกบีบให้ต้องชำระภายในวันนี้ มิฉะนั้นอาณาจักรธุรกิจที่อาคเนย์สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ
บรรยากาศภายในห้องประชุมหรูหราอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศคำรามเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความหวาดหวั่นของเหล่าคณะกรรมการบริษัทที่นั่งตัวลีบอยู่ริมห้อง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาอาคเนย์ เพราะต่างก็คิดว่าครั้งนี้ 'อดีตเด็กกำพร้า' อย่างเขาคงไม่รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชทางธุรกิจอย่างกวินทร์แน่แล้ว
ทว่า... อาคเนย์กลับนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก ดวงตาสีนิลคู่นั้นลุ่มลึกและว่างเปล่าจนน่ากลัว เขารินชาเขียวร้อนกรุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น ราวกับว่ามหันตภัยมูลค่าพันล้านตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระ
รินรดาที่นั่งเคียงข้างส่งยิ้มบางๆ ให้เขา มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของอาคเนย์ไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านกันและกันทำให้เธอมั่นใจว่า ไม่ว่าพายุลูกใหญ่แค่ไหนจะโหมกระหน่ำ ผู้ชายคนนี้ก็สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้เสมอ เธอไม่เคยหวาดกลัวเลยสักนิด... เพราะเธอกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเคียงข้างเขาตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรติดตัวแล้ว
"นายมั่นใจมากเลยสินะ กวินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนกวินทร์ชะงักรอยยิ้ม อาคเนย์วางถ้วยชาลงบนจานรองช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบกริบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตเพื่อนสนิทที่หักหลังอย่างไม่เกรงกลัว
"ความมั่นใจไม่ได้ซื้อมาด้วยปากเปล่า อาคเนย์ แต่มันซื้อด้วยตัวเลขในบัญชีที่นายไม่มีวันเอื้อมถึง!" กวินทร์กระแทกเสียงใส่ด้วยความฉุนเฉียวที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยได้ถึงเพียงนี้ "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว โอนหุ้นทั้งหมดมาซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าบริษัทของนายจะเหลือแต่ชื่อ และแก... จะกลายเป็นแค่ขอทานข้างถนน!"
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของอาคเนย์ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันแฝงไว้ด้วยประกายสังหารที่เฉียบคมจนกวินทร์รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"กวินทร์ นายเคยได้ยินคำว่า 'ยิ่งสูง ยิ่งเจ็บ' ไหม?" อาคเนย์เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองคู่ปรับหัวจรดเท้า "นายคิดว่าตัวเองคุมเกมทั้งหมดไว้ในมือ แต่รู้ไหม... สิ่งที่นายกำลังถืออยู่ มันไม่ใช่ชัยชนะ แต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่นายจุดมันขึ้นมาเองต่างหาก"
"ปากดี! เลิกเพ้อเจ้อแล้วเซ็นสัญญาซะ!" กวินทร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น เอกสารเลื่อนไปตรงหน้าอาคเนย์ด้วยแรงอารมณ์
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารแผ่นนั้น เขายกมือขึ้นปัดมันราวกับเป็นเศษขยะรำคาญตา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งแล้วโยนมันลงกลางโต๊ะ
"อยากรู้ไหมล่ะว่าเงินหมื่นล้านของนาย มันมีค่าแค่ไหนในสายตาฉัน?"
กวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความฉงน เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงผลแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลก ยอดตัวเลขเงินฝากในบัญชีปรากฏขึ้นเด่นชัด... ศูนย์นับไม่ถ้วนที่เรียงรายกันยาวเหยียดจนดวงตาของกวินทร์เบิกกว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตาเดียว
"มะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไง! เงินจำนวนนี้มัน..." กวินทร์ครางออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ สติสตางค์หลุดกระเจิงเมื่อเห็นตัวเลขที่มากกว่าบริษัทของตนเองถึงสิบเท่า
ก่อนที่กวินทร์จะได้ตั้งสติจากความช็อกสะท้านโลกันตร์ เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มกึกก้องมาจากท้องฟ้ายามบ่าย แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกห้องประชุมจนผ้าม่านปลิวไสว ทุกคนในห้องต่างหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความแตกตื่น
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนดาดฟ้าลานจอดของอาคารอย่างสง่างาม ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้าร์ดในชุดสูทสากลนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามาคุกเข่าทำความเคารพอาคเนย์พร้อมเพรียงกัน
ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าอาคเนย์ พร้อมกับยื่นเอกสารแฟ้มสีทองอร่ามให้ด้วยความนอบน้อมสูงสุด
"ท่านประธานครับ... การกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทกวินทร์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ ตอนนี้ทุกทรัพย์สินของตระกูลกวินทร์ ตกเป็นของท่านอย่างถูกกฎหมายแล้วครับ"
ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เมล่อนโซดา" ด้วยนะคะ!
คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน•ตอนที่ 34
ท้าดวลธุรกิจ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าหาว่าผมใจร้าย เมื่อเมียกำมะลอคือเศรษฐีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!