เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 15

เกมกระดานความสัมพันธ์

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศ หากแต่เกิดจากแรงกระแทกมหาศาลที่ตีตรวนหัวใจของอคินให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึก ตัวเลข 99.99 เปอร์เซ็นต์เด่นหราอยู่เบื้องสายตา ย้ำเตือนความจริงที่เขาโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด บัดนี้กลับแดงก่ำอย่างไร้การควบคุม ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยผู้มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขาไม่ผิดเพี้ยน วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ "คุณ... คุณเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของฉันได้อย่างไรคะ" เสียงหวานเย็นที่เจือไปด้วยความตกใจระคนหวาดระแวงดังขึ้น รินรดายืนอยู่ตรงกรอบประตู มือเรียวบางกำแฟ้มเอกสารอีกชุดแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเมื่อเห็นอดีตสามีถือเอกสารลับสุดยอดที่เธอตั้งใจซ่อนไว้มิดชิดที่สุด อคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับด้วยกลไกอันหนักอึ้ง เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มสมเพชตัวเองในความโง่เง่า "ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน" เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "เด็กคนนั้น... ลินิน เป็นลูกของเราใช่ไหม ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมนัก ทำไมถึงเลือกที่จะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะสลัดความตกใจทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับแย่งกระดาษแผ่นนั้นออกจากมือของเขาอย่างไม่ไยดี "คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องคำว่า 'เรา' ในตอนนี้ค่ะ คุณอคิน" รินรดายกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวังและรอยแผลเป็นในอดีต "ในเมื่อวันที่ฉันพยายามจะบอกความจริง วันที่คุณเหยียบย่ำความรู้สึกของฉันและไล่ฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย คุณคงลืมไปแล้วกระมังคะว่าคุณพูดอะไรไว้บ้าง" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนแผลเก่า อคินรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความลนลาน มือหนาเอื้อมไปหมายจะคว้าข้อศอกเรียว แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส "ผมขอโทษ..." คำพูดนี้ช่างไร้ค่าในสายตาของเธอ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน ริน... ให้โอกาสผมได้ชดใช้เถอะนะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลทั้งคุณและลูก" "ดูแลหรือคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าฉันต้องการความดูแลจากคุณ ผู้ชายที่เคยบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ ตอนนี้กลับมาบอกว่าจะดูแล... น่าขันสิ้นดีค่ะ" "ผมพูดจริง ๆ นะริน!" อคินละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เขายอมคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ท่ามกลางความตกตะลึงของหญิงสาว "ผมยอมแลกทุกอย่างที่มี ยอมโอนทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้คุณ ยอมเซ็นสัญญาว่าจ้างหรือเงื่อนไขอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ขอแค่เพียง... ให้ผมได้อยู่ใกล้ชิดลูก ได้เห็นรอยยิ้มของเขาในฐานะพ่อคนหนึ่ง ผมยอมทำทุกอย่างจริง ๆ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของอคิน และแววตานิ่งสงบราวน้ำผิวนิ่งของรินรดา เธอมองอดีตสามีผู้ทรงอำนาจที่ยอมคุกเข่าแทบเท้า ความรู้สึกสะใจแวบเข้ามาในใจ แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความระแวงระวัง เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ซื้อได้ด้วยเงินหรือไงคะคุณอคิน" รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคม "ลูกคือดวงใจของฉัน ฉันเลี้ยงเขามาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ในวันที่เราไม่มีแม้แต่แผ่นหลังของคุณให้พึ่งพา แล้วจู่ ๆ คุณจะโผล่เข้ามาแล้วบอกว่าจะดูแลอย่างนั้นหรือ?" "ผมรู้ว่าคำพูดของผมมันลบความเจ็บปวดที่คุณผ่านมาไม่ได้..." อคินเงยหน้าสบตาเธอ แววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง "แต่โปรดเห็นแก่สายเลือดของเรา ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองเถอะนะริน ผมเสนอเงื่อนไขนี้... คุณจะให้ผมทำอะไรผมยอมทั้งนั้น" รินรดานิ่งเงียบไปนาน เธอนึกถึงใบจิ้มลิ้มของน้องลินิน ลูกสาวผู้เป็นดวงใจ เด็กน้อยมักจะถามหาพ่อเสมอในยามค่ำคืน แม้เธอจะพยายามทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ให้ดีที่สุด แต่เธอก็รู้ดีว่าลึก ๆ แล้วลูกย่อมต้องการความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อเช่นกัน การยื่นข้อเสนอของอคินในครั้งนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวในอดีต แต่มันก็อาจจะเป็นผลดีต่ออนาคตของแก้วตาดวงใจ ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ เสียงเคาะประตูก็เบาขึ้น พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังทะลุเข้ามา "คุณแม่คะ! ลินินทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ คุณแม่ให้หนูเข้าไปหาได้ไหมคะ" หัวใจของอคินกระตุกวูบ ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น เสียงที่เขาโหยหามาตลอดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและปิติยินดีปะปนกัน รินรดาชะงัก เธอปรายตามองอคินที่เวลานี้หน้าซีดเผือดด้วยความทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันไปเปิดประตูห้องให้ลูกสาวตัวน้อยก้าวเข้ามา "เข้ามาได้ค่ะคนดี" ร่างป้อมของเด็กหญิงในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาผู้เป็นแม่ แต่แล้วฝีเท้าเล็ก ๆ นั้นก็ต้องสะดุดหยุดกựก เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยหันไปสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าที่คุกเข่าอยู่บนพื้น อคินแทบหยุดหายใจเมื่อได้เห็นหน้าลูกสาวชัด ๆ เป็นครั้งแรก ใบหน้านั้นถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตา จมูก ริมฝีปาก... ทุกอย่างคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างแท้จริง มือหนาสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดออกมา "คุณแม่คะ..." น้องลินินเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปกระซิบถามรินรดาด้วยความไร้เดียงสา "คุณลุงคนนี้... เป็นใครหรือคะ ทำไมถึงมาคุกเข่าอยู่ตรงนี้ล่ะคะ" รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น เธอกำลังจะอ้าปากแก้ตัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของลูกสาว แต่อคินกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "สวัสดีครับ... คนเก่ง" อคินฝืนยิ้มทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว หัวใจบีบรัดจนเจ็บแปลบ "พ่อ... เอ่อ... ลุงเป็นเพื่อนของคุณแม่เองครับ" ดวงตากลมโตของเด็กหญิงกะพริบปริบ ๆ มองชายหนุ่มด้วยความฉงนสนเท่ห์ ก่อนที่รอยยิ้มบริสุทธิ์จะผุดขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม คำพูดต่อมาของเด็กน้อยทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเวลาหยุดเดิน "แต่ว่า... หน้าตาของคุณลุง เหมือนกับคุณพ่อในรูปถ่ายของลินินเลยนะคะ..." --- ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%