เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 14

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ความมืดในห้องทำงานชั้นบนไม่ได้ทำให้รินรดามองไม่เห็น ‘เงา’ ของผู้ชายที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ของอคินโชยปะทะจมูกทันทีที่เธอก้าวเข้ามาเพื่อหาเอกสารสำคัญ “คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะเปลี่ยนอดีตได้งั้นหรือคะ คุณอคิน?” น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจ ไม่แม้แต่จะหันไปสบตาเขาด้วยความเกรงกลัวเหมือนวันวาน สิ่งที่เธอแสดงออกมีเพียงความรำคาญใจที่เห็นเขายังคงทำตัวเป็นวิญญาณร้ายคอยหลอกหลอนชีวิตของเธอ อคินขยับตัวออกจากเงามืด แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเผยให้เห็นแววตาที่แดงก่ำและสั่นไหวของชายผู้ที่เคยถือดีว่าตนเองอยู่เหนือทุกสิ่ง เขาไม่ได้มาเพื่อใช้อำนาจกดขี่ แต่เขากำลังมาเพื่อคุกเข่าต่อหน้าความว่างเปล่าที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น “ริน... ผมไม่ได้มาเพื่อจะเปลี่ยนมัน” เขาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจติดขัด “ผมแค่... ผมแค่ไม่รู้วิธีที่จะอยู่กับความจริงที่ว่า ทุกวินาทีที่ผมหายใจ มันคือการสูญเสียคุณไปซ้ำๆ ในความทรงจำ” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่ตกตะกอนจนกลายเป็นความด้านชา เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองใบหน้าที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธออย่างพินิจพิจารณา “ความทรงจำของคุณน่ะ มันสายเกินไปที่จะเอามาแลกกับความรู้สึกที่ตายไปแล้วของฉันนะคะ คุณจำได้ไหมว่าตอนที่ฉันกราบขอร้องให้คุณเชื่อใจ... ตอนที่ฉันต้องการแค่คำว่าครอบครัว... คุณมอบอะไรให้ฉัน?” อคินก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่บีบคั้นทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้ง เขาเอื้อมมือหมายจะแตะต้องไหล่บาง แต่รินรดากลับถอยหลังหนีอย่างเฉียบขาด ราวกับสัมผัสของเขาคือมลทินที่เธอไม่ต้องการให้ติดตัว “ผมทำผิดไปหมดทุกอย่าง” เขาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “ความเห็นแก่ตัวของผม มันเหมือนคุกที่ขังเราสองคนไว้ จนผมมองไม่เห็นเลยว่า คนที่ผมควรจะปกป้องมากที่สุด คือคนที่ผมทำลายมากที่สุด... ริน ผมขอโทษ... ผมยอมแลกทุกอย่าง แม้แต่ชีวิต เพื่อให้คุณกลับมามองผมด้วยสายตาแบบเดิม” “สายตาแบบเดิมเหรอคะ?” รินรดายิ้มมุมปาก เผยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก “ฉันมองคุณด้วยสายตาแบบเดิมมาตลอดค่ะ... แต่เป็นสายตาของคนที่ไม่รู้จักคุณเลยต่างหาก วันนี้ฉันรู้จักคุณดีพอแล้ว และนั่นคือเหตุผลที่ฉันไม่มีวันกลับไปอยู่ในจุดที่ต้องเอาชีวิตไปฝากไว้กับคนอย่างคุณอีก” ความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะปะทุขึ้นในใจอคินกลับถูกแทนที่ด้วยความพ่ายแพ้ เขาพุ่งเข้าหาร่างบางในวินาทีนั้น ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง แต่ด้วยแรงปรารถนาที่อัดอั้นจนเกือบจะบ้าคลั่ง มือหนาคว้าเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว รั้งให้แนบชิดจนแผ่นหลังของเธอชนกับแผงอกกว้างที่กำลังหอบกระชั้น “ถ้างั้นก็จงเกลียดผมต่อไป!” เขาคำรามชิดใบหู “แต่ได้โปรด... อย่าไปอยู่ในอ้อมกอดของใครคนอื่นนอกจากผม!” รินรดาพยายามผลักไส ทว่าอคินกลับพลิกตัวเธอกดเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แข็งแกร่งและเด็ดขาด ปากหนาบดขยี้ลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างเรียกร้อง ไม่มีการปรานี ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงสัมผัสที่แฝงไปด้วยความหิวโหยและความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธ เขาจูบเธอ ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของเธอเข้าไปรวมกับลมหายใจของเขา รสจูบที่ร้อนผ่าวและหนักแน่นเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเว้าวอนที่สอดประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกทึ้งอย่างไม่สนใจสิ่งของบนโต๊ะที่หล่นกระจาย รินรดาหอบหายใจรัว แผ่นหลังเสียดสีกับพื้นผิวโต๊ะเย็นเยียบ ผสานกับความร้อนรุ่มที่อคินกำลังส่งผ่านเข้าสู่ร่างกายเธอ ทุกสัมผัสของเขาที่ลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดช่างเร่าร้อนและช่ำชอง เขาปลุกเร้าสัญชาตญาณที่เธอพยายามกดทับเอาไว้จนมอดไหม้ไปกับบทรักที่ไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากการครางเครือในลำคอและความสั่นสะเทือนของอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ในห้องที่มืดมิด มีเพียงเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงลมหายใจที่ประสานเป็นจังหวะรักที่ป่าเถื่อนและงดงาม อคินเคลื่อนไหวกายอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง ราวกับจะสลักชื่อของเขาลงไปในทุกอณูของร่างกายเธอ เพื่อให้เธอจดจำว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา ดวงตาของเธอว่างเปล่าแต่นิ่งสงบ ในขณะที่อคินซุกหน้าลงกับลำคอระหง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจหยดลงบนผิวเนียน “คุณทำลายฉันอีกครั้งแล้วนะคะ...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว โดยไม่มองหน้าเขา อคินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยังคงงดงามแม้อยู่ในสภาพยับเยิน เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ แต่สายตาเขากลับเหลือบไปเห็น ‘บางสิ่ง’ ที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเอกสารของรินรดาที่วางอยู่ใกล้ๆ มันคือซองสีน้ำตาลที่ถูกเปิดออก มีกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงลงมาครึ่งหนึ่งบนพื้นพรม อคินขมวดคิ้ว มือหนาเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นหัวข้อเอกสารที่ระบุชัดเจนว่าเป็น ‘ผลการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม (DNA Analysis Report)’ ที่ใต้ชื่อ ‘รินรดา’ มีชื่อเด็กหญิงตัวน้อยที่เขารู้จักดีในฐานะ ‘ลูกสาวของเพื่อนเธอ’ แต่ในช่องชื่อบิดาที่ควรจะว่างเปล่า กลับปรากฏชื่อที่ทำเอาโลกทั้งใบของอคินหมุนคว้าง... เขาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจขาดห้วงไปทันที เมื่อเห็นตัวเลขความน่าจะเป็นของสายเลือดที่ระบุไว้ว่า 99.99% ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านรอยร้าวในใจของรินรดากับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%