“คุณแม่คะ... ลินินหิวขนมพุดดิ้งที่แม่สัญญาไว้ว่าวันนี้จะซื้อให้ทาน ลืมไปแล้วเหรอคะ?”
เสียงใสราวกับกระดิ่งแก้วของเด็กน้อยวัยห้าขวบดังแทรกผ่านความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงาน รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของบุตรสาวก้าวเข้ามาในอาณาเขตที่เธอตั้งใจจะปิดตายจากอดีตสามี
อคินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักถอดใจหายวาบ ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ เขาไม่ได้หันไปมองรินรดา แต่สายตาของเขากลับตรึงแน่นอยู่กับใบหน้าของเด็กหญิงที่ยืนกระพริบตาแป๋วอยู่ตรงหน้า
คิ้วเรียวที่รับกับจมูกโด่งรั้น... และดวงตากลมโตคู่สวยที่แม้จะมีเค้าโครงของรินรดาอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือกลับเป็นพิมพ์เดียวกับเขา—พิมพ์เดียวกับที่เขามักจะเห็นในกระจกเงาทุกเช้าไม่มีผิดเพี้ยน
“ลินิน... แม่บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าให้รออยู่ที่ห้องรับแขก อย่าเดินเข้ามาในห้องทำงานแม่แบบนี้” รินรดารีบก้าวเข้าไปหาลูกสาว ร่างบางโอบกอดร่างเล็กไว้แนบอก พยายามเบี่ยงเบนสายตาของอคินให้คลาดเคลื่อนจากใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น
“แต่คุณลุงคนนี้... หน้าเหมือนคุณแม่จังเลยค่ะ แต่ทำไมทำหน้าดุจังคะ?”
คำถามซื่อๆ จากปากเล็กๆ ของเด็กน้อยเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงบนความรู้สึกของคนทั้งสอง อคินขยับตัวเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของเขาจางๆ ที่ลอยติดตัวเด็กน้อยมาทำให้เขารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง
“ลุง... ลุงไม่ได้ดุครับ” อคินพยายามปรับน้ำเสียงให้ทุ้มต่ำและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กหญิง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะยื่นออกไปหวังจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มนั้น แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษด้วยนะคะคุณอคิน ลูกสาวฉันขี้สงสัยไปหน่อย... ลินินคะ ไปรอแม่ที่รถดีกว่านะ เดี๋ยวแม่ตามไปค่ะ” รินรดาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ซ่อนความสั่นไหวเอาไว้มิดชิด เธอรีบจูงมือลูกสาวออกจากห้องไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อคินได้ทัดทาน
ทว่า ในจังหวะที่รินรดาหมุนตัวออกไปนั้น เอกสารปึกหนึ่งที่เธอกำลังจัดวางอยู่บนโต๊ะกลับถูกกระแสลมจากบานประตูที่เปิดค้างไว้พัดร่วงลงสู่พื้น และใบหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่บนสุดกลับหงายขึ้น...
มันคือใบรับรองการตรวจสุขภาพและแฟ้มประวัติการคลอดจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในต่างประเทศ
อคินที่ยังคงทรุดเข่าอยู่บนพื้น กวาดสายตามองเอกสารที่กระจัดกระจายด้วยสัญชาตญาณ เขาคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ระบุชื่อมารดา ‘รินรดา พิทักษ์โยธิน’ และชื่อบุตรสาวที่เกิดในเดือนที่เขายังจำได้แม่นว่าคือเดือนที่เขาตัดสินใจเซ็นใบหย่าให้เธอด้วยความเย่อหยิ่งทิฐิ
ลมหายใจของอคินติดขัดจนแทบหายใจไม่ออก โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนในวินาทีนั้น ข้อมูลในแฟ้มไม่ได้บอกเพียงแค่ประวัติการรักษา แต่มันคือหลักฐานของชีวิตที่เขาเคยทำลายทิ้งด้วยมือของตัวเอง
“ริน...” เขาพึมพำชื่ออดีตภรรยาแผ่วเบา น้ำตาที่กลั้นไว้มานานหลายปีคลอหน่วยในดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชา
ในขณะที่รินรดาเดินพาลูกสาวมาถึงหน้าโถงทางเดิน เธอรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก มือที่กุมมือเล็กของลูกสาวไว้เริ่มเย็นเฉียบ เธอหันกลับไปมองบานประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท และในวินาทีนั้นเอง... ประตูก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากคนข้างใน
อคินก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แววตาของเขาที่มองมายังเธอนั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับเต็มไปด้วยความแตกสลายและความจริงที่ถูกกระชากออกมาจนเปลือยเปล่า
“รินรดา... ผมขอถามคุณคำเดียว” อคินกล่าวด้วยเสียงที่แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน “เด็กคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของผมใช่ไหม?”
รินรดาหยุดเดิน เธอปล่อยมือจากลูกสาวแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายผู้เป็นอดีตสามี แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
“คุณคิดว่าคำตอบมันสำคัญสำหรับคนอย่างคุณด้วยหรือคะ อคิน?”
เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าในใจกลับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง อคินก้าวเข้ามาหาเธออย่างมั่นคง ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เขามีลงบนพื้น เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอท่ามกลางสายตาของแม่บ้านและคนในบ้านที่ยืนอึ้ง
“สำคัญสิ... มันสำคัญที่สุดในชีวิตผม” เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่นแม้เธอจะพยายามดึงออก “ผมรู้แล้วว่าผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ... ได้โปรดริน ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรด”
รินรดามองก้มลงมองมือของเขาที่กุมมือเธอไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากความสุข
“หน้าที่พ่อเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี... ในวันที่ฉันเกือบตายในห้องคลอดคนเดียว คุณอยู่ที่ไหนคะ?”
เธอกระชากมือออกแล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป ทว่าอคินกลับลุกขึ้นยืนแล้วคว้าข้อมือเธอไว้แน่น เขาดึงเธอเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี
“ผมไม่ได้จะมาเพื่อขอร้องเฉยๆ ริน” เขากระซิบเสียงต่ำที่ข้างหูเธอ “แต่ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... ต่อให้ต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายของผม ผมก็จะทวงคืนสิทธิ์นั้นกลับมาให้ได้”
รินรดาชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นที่น่ากลัวในน้ำเสียงนั้น เธอรีบคว้ามือลินินแล้วรีบก้าวเดินออกจากบ้านไปทันที ทิ้งให้คินยืนมองตามร่างของสองแม่ลูกด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟที่เขาเพิ่งจุดขึ้นใหม่
เขากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท
“จัดการเช็กตารางเที่ยวบินทั้งหมดของรินรดา... ไม่ว่าเธอจะหนีไปที่ไหนบนโลกใบนี้ ฉันจะตามเธอไปให้ถึงที่นั่น ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ฉันก็ต้องได้ตัวลูกเมียฉันกลับมา!”
สายปลายทางยังไม่ทันได้รับคำตอบ ประตูด้านหลังของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่รินรดาเคยบอกว่าเป็น 'คู่หมั้นใหม่' ที่จะมารับเธอไปในเย็นวันนี้ เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะวางมือบนไหล่ของรินรดาอย่างสนิทสนม
อคินที่ยืนมองภาพนั้นอยู่จากระเบียงชั้นบนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหึงหวงที่รุนแรงกว่าครั้งไหนในชีวิตกำลังแผดเผาจิตใจของเขาจนมอดไหม้... ศึกครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งครอบครัวของเขาไปเป็นครั้งที่สอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักอันแสนทรมานนี้ไปกับมิคายามวิกาลนะคะ
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 13
เมื่อความลับเปิดเผย
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!