เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 12

กลิ่นอายที่คุ้นเคย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเธอยังคงลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดของห้องทำงานส่วนตัว รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด พยายามดึงสติที่หลุดลอยให้กลับมาอยู่กับเอกสารตรงหน้า แต่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษนับร้อยบรรทัดกลับพร่าเลือน เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีาก่อนยังคงฉายชัดในโสตประสาท อคินยืนประชิดเธอมากเกินไป... ใกล้เสียจนความอบอุ่นจากแผงอกกว้างแผ่ซ่านทะลุกรอบเสื้อเชิ้ต เข้ามาทาบทับแผ่นหลังของเธอที่แนบติดกับขอบโต๊ะทำงาน "คุณริน... ตัวคุณสั่นนะคะ" เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูในตอนนั้น ยังคงสั่นคลอนหัวใจที่เธออุตส่าห์สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันได้อย่างน่าประหลาด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวที่พยายามทรยศความตั้งใจของตัวเอง เธอบอกตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าผู้ชายคนนี้คือ 'อดีต' คือคนที่เคยผลักไสเธอลงไปในขุมนรกแห่งความโดดเดี่ยว แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาแตะลงบนเส้นผมที่หลุดรุ่ยเพื่อทัดหูให้เธอ ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยหวานล้ำและเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาราวกับพายุ รินรดาสعดสะอื้นในอก เธอกวาดเอกสารบนโต๊ะรวบเข้าด้วยกันอย่างลวกๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่า... ประตูห้องทำงานกลับถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอคินที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "ผมบอกแล้วว่างานกองนั้น... ให้พักไว้ก่อน" เสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย แต่เจือไปด้วยความห่วงใยที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามัน 'จริงใจ' เสียจนน่ากลัว อคินก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน ปลายเท้าของเขากับเธอห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงคมกริบสีนิลคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าหวานที่พยายามปั้นสีหน้าเย็นชาใส่เขา "กรุณาให้เกียรติความเป็นส่วนตัวของฉันด้วยค่ะ คุณอคิน" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความอ่อนแอที่กำลังตีรวนในอก "เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะอื่น นอกจากเรื่องธุรกิจ" "ธุรกิจงั้นหรือครับ..." อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตที่เธอขีดไว้ ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงบนขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้มเนียน "ถ้าเป็นแค่เรื่องธุรกิจ ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงจนผมได้ยินมันล่ะครับ รินรดา" "คุณ...!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อมือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เพียงพอที่จะตรึงเธอไว้ไม่ให้ถอยหนี กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แสนคุ้นเคย—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ—โอบล้อมรอบตัวเธอ ดึงดูดให้เธอดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เธอพยายามหนีมาตลอดสามปี อคินไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว ปลายนิ้วเรียวยาวเปลี่ยนจากข้อมือ เลื่อนขึ้นมาไล้ตามโครงหน้าเรียวได้รูปอย่างแผ่วเบา ราวกับคนไขว่คว้าหาของล้ำค่าที่เคยทำ1หลุดมือ ดวงตาคมกริบฉายแววเว้าวอนและโหยหาอย่างปิดไม่มิด "ผมทรมานมามากพอแล้ว ริน... สามปีที่ไม่มีคุณ มันเหมือนคนตายทั้งเป็น ได้โปรด... มองตาผม แล้วบอกซิว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลย" สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รินรดารู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด เปลือกตาบางหลับลงชั่วขณะเพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาขอบตา หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธแค้น ความน้อยใจ และความโหยหา หลอมรวมกันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนคือความจริง เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ความเย็นชาทั้งหมดก็ถูกเผาลาญด้วยเพลิงพิศวาสที่ไม่อาจทานทน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยแววตาท้าทายที่ซ่อนความรัญจวนไว้ลึกๆ "อยากรู้มากนักใช่ไหมคะ... ว่าฉันรู้สึกอะไร?" สิ้นเสียงหวาน อคินก็เป็นฝ่ายประทับริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดทันที สัมผัสแรกนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ราวกับคนอดอยากที่โหยหาน้ำทิพย์มาเนิ่นนาน รินรดาสะفดกายเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่เรียวปากอิ่มกลับเผยอรับโดยอัตโนมัติเมื่อปลายนิ้วแกร่งของเขาช้อนท้ายทอยเธอให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รสจูบของอคินในยามนี้เปลี่ยนจากความเย่อหยิ่ง กลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ลิ้นอุ่นร้อนเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยละเลยไปอย่างน่าเสียดาย เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงบ ความใกล้ชิดที่บีบคั้นหัวใจทำให้กำแพงทิฐิพังทลายลงทีละน้อย มือบางที่เคยผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อคินครางต่ำในลำคออย่างพึงใจ ร่างสูงผละจากการนั่งบนโต๊ะเพื่อรวบร่างบางเข้ามาแนบชิดติดอก แผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับบานประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ ความเร่าร้อนทวีคูณขึ้นเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานเข้ารูป สัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคยทำให้สติของรินรดากระเจิดกระเจิง เธอแอ่นกายเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว ยอมจำนนต่อสัมผัสที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันตรายนี้อย่างเต็มใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยสัมผัสอุ่นจัดที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวของทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น รินรดาจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของอคินเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาพังทลายลงในค่ำคืนนี้ เหลือเพียงความต้องการดิบๆ ของคนสองคนที่เคยเป็นของกันและกัน อคินช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย โดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมผละออกจากกัน รินรดาเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้แน่น เรียวขาเกี่ยวรัดสะโพสอบอุ่นของเขาตามสัญชาตญาณ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพิศวาสและคราบน้ำตาแห่งอดีตที่กำลังถูกชำระล้างด้วยไฟรักอันร้อนแรง... ทว่า ในวินาทีที่อคินกำลังจะวางร่างบางลงบนโซฟาหนังนุ่มกลางห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน... ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง "คุณแม่ขา! ลินินทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ คุณแม่บอกว่าจะพาไปทานไอศกรีมไงคะ เปิดประตูให้ลินินหน่อยเร้ว!" โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้าง สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในฉับพลัน เธอดันแผงอกอคินสุดแรงด้วยความตกใจกลัว ขณะที่อคินเองก็ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตะลึงเมื่อหันไปมองบานประตูสลับกับใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว และก่อนที่รินรดาจะทันได้จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ลูกบิดประตูก็ดันถูกหมุนจากด้านนอก... พร้อมกับร่างเล็กๆ ของ 'น้องลินิน' ที่ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธออย่างง่ายดาย เพราะแม่บ้านลืมล็อกกลอนสำรอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่สั่นคลอนและลึกซึ้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%