กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมัทฉะและคุกกี้เนสดาร์กช็อกโกแลตลอยอบอวลอยู่บนโต๊ะรับแขกสีขาวสะอาดตา ทว่าบรรยากาศภายในห้องชุดหรูหรากลับเยียบเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว สายตาดุดันและเยชาจับจ้องร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่กำลังนั่งย่อตัวลงครึ่งหนึ่งบนพรมราคาแพง เพื่อพูดคุยกับเด็กหญิงวัยสี่ขวบอย่างออกรส
เสียงหัวเราะคิกคักของลินิน... ลูกสาวแก้วตาดวงใจของเธอ คือเสียงที่รินรดาพยายามปกป้องและแลกมาด้วยหยาดน้ำตาในอดีต แต่วันนี้ กลับกลายเป็นเสียงที่กรีดแทงหัวใจคนเป็นแม่อย่างเลือดเย็นที่สุด เมื่อคนที่สร้างแผลเป็นในอดีตกำลังหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับสายเลือดของเขาเอง
"คุณลุงขา... วันนี้คุณลุงเอาหนังสือนิทานเล่มที่หนูชอบมาด้วยไหมคะ"
เสียงใสแจ๋วของลินินเอ่ยถามอคินด้วยความคุ้นเคย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ ใบจิ้มลิ้มถอดแบบโครงหน้าอันคมคายของอคินมาอย่างไร้ที่ติ ราวกับกระจกเงาสะท้อนในวัยเด็ก
อคินส่งยิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่รินรดาไม่เคยได้รับเลยตลอดเวลาสามปีที่แต่งงานกันในฐานะภรรยา—เขาลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างทะนุถนอม "เอามาสครับ ลุงเตรียมมาให้หนูโดยเฉพาะเลย... แถมยังมีบราวนี่โฮมเมดสูตรพิเศษที่หนูชอบด้วยนะ"
"เย้! คุณลุงใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ!"
เด็กน้อยโผเข้ากอดคอแกร่งของอคินอย่างสนิทสนม โดยไม่รู้เลยว่าอ้อมกอดนั้นคืออดีตกรงขังที่แม่ของเธอเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง
"ลินิน... มาหาแม่ค่ะลูก"
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบเย็น แต่มันเฉียบขาดพอที่จะทำให้เด็กหญิงชะงัก ลินินหันมามองมารดาด้วยแววตาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของอคินแล้วเดินเตาะแตะมาหาผู้เป็นแม่
"คุณแม่คะ ทำไมทำหน้าดุจังคะ คุณลุงใจดีกับหนูนะ..." ลินินเงยหน้าขึ้นเอ่ยอย่างออดอ้อน พร้อมกับดึงชายเสื้อผ้าของรินรดาเบาๆ
รินรดาย่อตัวลงอุ้มลูกสาวแนบอก สายตาคมปลาบราวใบมีดโกนตวัดมองข้ามหัวลูกน้อยไปยังชายหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อคินสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความเวทนา และ... ความโหยหาที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ
"คุณควรกลับไปได้แล้วค่ะคุณอคิน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงด้วยความเฉชาชา "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรมาเหยียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า และฉันก็ไม่มีธุระอะไรที่จะต้องเสวนาพาทีกับคุณ"
อคินก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "ผมแค่แวะมาหาลูก... ผมมีสิทธิ์ในฐานะ..."
"สิทธิ์งั้นเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน "วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้คือภาระ... คุณสละสิทธิ์นั้นไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะ อย่ามาใช้คำว่า 'พ่อ' ให้มันแปดเปื้อนเลย"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนเนื้อสด อคินสะอึกไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มไหวระริกด้วยความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าทุกคำที่เธอพูดคือความจริง—ความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
"ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันอภัยให้ไม่ได้..." อคินก้าวเข้ามาประชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูก รินรดาผถอยหลังอัตโนมัติด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ว젤ตากลับไม่หลบเลี่ยงความจริงอันน่าอึดอัดนี้ "แต่ผมเปลี่ยนไปแล้ว... ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง ได้ทำหน้าที่พ่อและ... สามีที่ดีกว่าเดิม ได้โปรด"
"สามีงั้นเหรอคะ?" รินรดาแค่นยิ้มหยัน ดวงตาสประกายความเกลียดชังวับวาว "คำนี้มันน่าขยะแขยงเกินกว่าที่คุณจะเอ่ยมันออกมาด้วยซ้ำค่ะ... ลินิน ไปหยิบนิทานในห้องนอนแล้วรอแม่แป๊บเดียวนะคะลูก"
เธอหันไปบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเมื่ออยู่กับแก้วตาดวงใจ ลินินพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กหายเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูลงกลอนเบาๆ เหลือเพียงคนทั้งสองที่ยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบงันอันหนักอึ้ง
ทันทีที่ลับร่างเด็กหญิง อคินก็ไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้เธอตั้งตั้งตัว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"ปล่อยนะ! คุณอคิน! บ้าที่สุด..."
"ใช่ ผมมันบ้า!" อคินคำรามเสียงต่ำในลำคอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มเนียน ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม "ผมบ้าเพราะคิดถึงคุณ... บ้าเพราะอยากสัมผัสคุณ จนแทบจะคลั่งอยู่แล้ว!"
ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสประกบลงมาบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รินรดาดิ้นรนขัดขืน มือบางทุบตีลงบนอกแกร่งสุดแรงเกิด แต่มันไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวน้ำ อคินกดริมฝีปากแนบแน่น บดขยี้ความเย่อหยิ่งและกำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างดุดัน รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และแฝงด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ทำให้รุกและรับผสมปนเปกันไปหมด
ความคุ้นเคยในอดีต ร่างกายที่เคยผสานเป็นหนึ่งเดียว พลอยตื่นตัวขึ้นมาอย่างทรมาน แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่กายสาวกลับสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า อคินแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง ลากต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกมนเข้าหาแนบชิด จนรินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่ตื่นตัวอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
เธอพยายามกัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ แต่อคินหาได้สะท้านไม่ เขายิ่งเพิ่มน้ำหนักจูบให้ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้เริ่ม รินรดาอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนแกร่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสอันเร่าร้อนที่แสนคุ้นเคยนี้
สัมผัสที่ไม่ได้เจตนาจะทำร้าย แต่เป็นสัมผัสของคนที่กำลังจะขาดใจตายหากไม่ได้ครอบครองเธออีกครั้ง...
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวามราวกับสายน้ำเย็นที่สาดซัดลงกลางกองเพลิง
"คุณแม่คะ! ลินินหาหนังสือไม่เจอค่ะ..."
เสียงใสของลินินดังทะลุประตูห้องเข้ามา ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว รินรดารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอคินออกสุดแรง อคินเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยของความหงุดหงิดและลมหายใจหอบกระชั้นไม่แพ้กัน
รินรดายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความโกรธปนความอับอาย ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย "ไสหัวไปซะ... ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!"
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าภรรยาที่ยังคงมีร่องรอยความสุขสมหลงเหลืออยู่ เขาเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า แม้จะรู้ว่าเธอเกลียดตนเพียงใดก็ตาม
"ผมจะไป..." อคินเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะก้าวถอยหลังไปที่ประตู "แต่จำไว้รินรดา... ร่างกายของคุณตอบสนองผมเสมอ และไม่มีวันเปลี่ยน... เรายังไม่จบกันแค่นี้แน่"
ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เสียง ทิ้งให้รินรดายืนหอบหายใจรดความว่างเปล่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นปนความโกรธแค้น เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
ทว่า... ในวินาทีที่เธอเดินไปเปิดประตูห้องนอนเพื่อดึงลูกสาวเข้ามากอดปลอบประโลม สายตาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่หล่นอยู่ใกล้ชั้นวางรองเท้า หน้าปกซองมีตราประทับของ "สถาบันวิจัยพันธุศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์" พร้อมชื่อของอคินและลินินตัวโตหรา... ผลตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่สมบูรณ์แบบ 100% ร่วงหล่นอยู่ตรงนั้น โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่ามันถูกส่งมาถึงมือเขาตั้งแต่เมื่อไหร่!
***
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 11
บททดสอบของคนเป็นแม่
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!