เอกสารนับร้อยหน้าบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ อคินไม่ได้กระพริบตามาเป็นเวลานานจนดวงตาคู่คมขκผ่าวและเอ่อรื้นด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ ปลายนิ้วที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้กำลังไล่ก่านกระดาษรายงานการสืบสวนประวัติของรินรดาตลอดช่วงเวลาห้าปีที่เธอหายสาบสูญไปจากชีวิตของเขา
มันคือห้าปีแห่งนรกสำหรับเขา... แต่สำหรับเธอมันคือการสร้างอาณาจักรแห่งความเงียบงันขึ้นมาใหม่ พร้อมกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ถือสิทธิ์ครอบครองหัวใจของเขาไปอย่างไร้เงื่อนไข
"เด็กหญิงลินิน... อายุสี่ขวบเศษ เกิดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในต่างจังหวัด..."
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า หัวใจของอคินกระชากวูบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยำจนแหลกสี่ปีที่เขาใช้ชีวิตอย่างคนไร้จิตวิญญาณ จมปลักอยู่กับความผิดบาปและความเย็นชาที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือ รินรดาในอดีตผู้เคยอ่อนหวานและยอมก้มหัวให้เขาในทุกเรื่อง บัดนี้ได้กลายเป็นหญิงสาวผู้สง่างาม เยือกเย็น และเด็ดขาด เธอกล้าที่จะเดินสวนสนามกับความรู้สึกผิดของเขาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของอคินสะดุดกึก ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อของเด็กหญิงตัวน้อยในเอกสาร หากแต่เป็นภาพถ่ายใบสุดท้ายที่นักสืบเอกชนแนบมาด้วย
ในภาพนั้น... เด็กหญิงลินินกำลังหัวเราะร่าเริงอยู่บนสนามหญ้า ดวงตากลมโต จมูกรั้นได้รูป และรอยยิ้มที่มุมปาก... มันถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ลูก... ลูกของเราอย่างนั้นหรือริน..."
หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินลงอาบแก้มสากระคายของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล อคินทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ความรู้สึกผิดบาปตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ภาพจำในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี ภาพที่เธอร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่เขากลับตราหน้าว่าเธอกุเรื่องเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ รอยแผลเป็นในอดีตกรีดลึลงบนเนื้อเยื่อหัวใจที่ตายด้านให้กลับมาเจ็บปวดเจียนตายอีกครั้ง
เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อไถ่ถอนความผิดนี้
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักริมสวนกว้างขวาง รินรดากำลังนั่งอยู่บนพรมปูพื้นเนื้อนุ่ม เธอปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยคลอเคลียลาดไหล่ ขณะที่สองแขนเรียวเล็กกำลังโอบกอดร่างป้อมๆ ของน้องลินินเอาไว้แนบอก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแป้งเด็กผสมกับกลิ่นกายบริสุทธิ์ของลูกสาวคือยาวิเศษเพียงหนึ่งเดียวที่เยียวยารอยร้าวทั้งหมดในหัวใจของเธอ
"คุณแม่คะ ทำไมวันนี้คุณแม่ถึงดูเหนื่อยจังเลยคะ" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงลินินเอ่ยถามพลางใช้มือป้อมๆ เกลี่ยปอยผมที่ระแก้มของมารดาอย่างอ่อนโยน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเธอด้วยความห่วงใยเกินวัย ช่างเป็นแววตาที่ถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน จนรินรดาสใจหายวาบทุกครั้งที่ได้มองลึกเข้าไป
"คุณแม่ไม่ได้เหนื่อยค่ะคนเก่ง ของขวัญที่ดีที่สุดของคุณแม่คือการได้กอดลินินแบบนี้นี่แหละค่ะ" รินรดาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของลูกสาว สูดความอบอุ่นเข้าปอดลึกๆ เพื่อขับไล่ความหนาวยะเยือกที่เกาะกุมอยู่ในอก
เธอรู้ดีว่าอคินกำลังสืบเรื่องของเธอ... แววตาสั่นระริกและท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาในงานเลี้ยงธุรกิจเมื่อหลายวันก่อน เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเขาเริ่มระแคะระคายเรื่องของเด็กหญิงลินินแล้ว อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยชายตามองหัวใจใคร บัดนี้กำลังคลั่งไคล้และพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะดึงเธอกับลูกกลับไปอยู่ในกรงทองแห่งความเจ็บปวดนั้นอีกครั้ง
ไม่มีวัน... รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกไปจากอกอีกเด็ดขาด ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะเป็นพ่อแท้ๆ ของแกก็ตาม ความรักและความผูกพันที่เธอทุ่มเทเลี้ยงดูลินินมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา มันมีค่าเกินกว่าจะเอาไปแลกกับคำว่า 'สำนึกผิด' สายเกินกาลของเขา
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นทำลายความเงียบงันยามค่ำคืน รินรดาชะงักกอดกระชับร่างของลูกสาวแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความระแวดระวังของผู้หญิงที่เคยถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
"ลินินขึ้นไปเล่นบนห้องกับพี่เลี้ยงก่อนนะคะคนดี คุณแม่มีธุระต้องจัดการข้างล่างสักครู่ค่ะ" เธอก้มลงกระซิบข้างใบหูของลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
เด็กหญิงเอียงคอสงสัยแต่ก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย รินรดารอจนกระทั่งร่างเล็กเดินลับสายตาขึ้นบันไดไปแล้ว เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยฝีมือที่มั่นคง
บานประตูไม้สักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาภายใต้แสงไฟสลัวจากสวนหน้าบ้าน อคินยืนอยู่ตรงนั้น... เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอและความร้าวรานที่ไม่อาจปิด
เขากำลังมองมาที่เธอ... มองด้วยสายตาที่เจือความสำนึกผิด ความเวทนา และความรักที่ล้นทะลักจนน่ากลัว
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากหยักที่สั่นระริก อคินก้าวเท้าเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา "ผม... ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว"
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น รอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดแทงหัวใจของอคินให้ขาดวิ่นเป็นจุล เธอไม่ได้ถอยหลังหนี แต่กลับก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ดวงตาสีนิลคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
"ถ้าคุณมาเพื่อจะพูดเรื่องไร้สาระล่ะก็ เชิญกลับไปได้เลยค่ะคุณอคิน ดึกป่านนี้แล้ว บ้านของฉันไม่มีพื้นที่ต้อนรับคนแปลกหน้า"
"ริน ผมขอร้อง... ให้โอกาสผมได้เจอลินิน ได้โปรด... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อสักครั้งในชีวิต" อคินทรุกตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนาเอื้อมหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอแต่ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรินรดาถอยห่างอย่างรังเกียจ
"พ่อเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงวิญญาณ "คุณเพิ่งจำได้เหรอคะว่าคุณเคยมีลูก... ในวันที่คุณทำลายชีวิตฉันจนพังพินาศไปหมดแล้วเนี่ยนะ"
อคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กหญิงที่วิ่งลงมาจากบันไดก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คุณแม่คะ ลืมตุ๊กตา... เอ๊ะ?"
ร่างเล็กของน้องลินินหยุดชะงักที่หน้าประตูกลางบ้าน ดวงตากลมโตมองชายแปลกหน้าที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ามารดา สลับกับใบหน้าของอคินที่หันขวับไปมองด้วยหัวใจที่หยุดเต้น
แล้วเด็กหญิงลินินก็เอียงคอมองอคินด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินแทบสิ้นสติ
"คุณอาหน้าเหมือนลินินเลยค่ะ... คุณอาเป็นใครเหรอคะ ทำไมถึงร้องไห้ล่ะคะ?"
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 8
ตามหาความจริง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!