เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 9

รอยร้าวที่ยากจะประสาน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว ทว่ามันไม่อาจกลบความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออกได้เลย รินรดายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกใส แววตาคู่คมที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนแสงและมีแต่ความเวทนา บัดนี้กลับเรียաբเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอกำลังมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่หลังโต๊ะนั้น อคินผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับมีแววตาไหวระริกและเปี่ยมด้วยความร้าวรานยามที่เงาของเธอทาบทับลงมา "คุณเรียกดิฉันมาพบ เพื่อจะพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกอย่างนั้นหรือคะ... คุณอคิน" น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ และช่างห่างเหินเสียจนอคินรู้สึกราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงลงมากลางใจ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูง สัญชาตญาณนักล่าที่เคยมีบัดนี้พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมคุกเข่าทางจิตวิญญาณเพื่อให้ได้มาซึ่งการอภัย "ริน... ผมไม่ได้พูดเรื่องไร้สาระ" อคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ทว่ารินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างอย่างเด็ดขาด "ทุกคำที่ผมพูดออกมามันกลั่นมาจากความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจผมทุกค่ำคืน... ขอร้องล่ะ ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่พ่อและสามีที่สมบูรณ์แบบสักครั้งเถอะนะ" "โอกาส?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เยียบเย็นจนน่ากลัว "วันที่คุณผลักไสฉันกับลูกอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่นางบำเรอไร้ค่าในชีวิตคุณ คุณเคยคิดถึงโอกาสบ้างไหมคะ? ตอนนี้สายไปแล้วค่ะคุณอคิน ทุกอย่างที่เราเคยมีมันตายไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันแล้ว" "แต่เรายังมีอดีตร่วมกัน..." "อดีตที่มีแต่คราบน้ำตาและความเจ็บปวดแบบนั้น ฉันเลือกที่จะลืมมันค่ะ" รินรดาตัดบทด้วยแววตาแข็งกร้าว เธอเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว "อย่าพยายามรื้อฟื้นซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนทุบทำลายมันด้วยมือตัวเองเลยค่ะ มันน่าสมเพช... และที่สำคัญที่สุด ลูกของฉันไม่มีพ่ออย่างคุณ" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนเนื้อสดๆ อคินหน้าซีดเผือด ลมหายใจของเขาสั่นสะท้าน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรันฟันแทงอยู่ในอกจนเขาแทบยืนไม่อยู่ ชายหนุ่มเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้เพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไม่ให้เดินจากไป ทว่ารินรดากลับปัดออกอย่างไม่ใยดี แรงสัมผัสที่เย็นชาทำให้สติที่ควบคุมไว้แทบขาดผึ่ง ความอดทนที่ขีดสุด ความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความสำนึกผิด ปะทุขึ้นในแววตาคมกริบของอคิน ในเมื่อคำพูดดีๆ ไม่อาจฉุดรั้งเธอไว้ได้ ร่างสูงจึงตัดสินใจใช้วิธีสุดท้ายที่แม้จะป่าเถื่อนแต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เธอยอมรับฟัง อคินพุ่งเข้าไปประชิดตัวรินรดาก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะดันร่างอรชรแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องประท้วง ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกถ้อยคำต่อว่าต่อขาน จุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ แปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาและโหยหาอย่างล้ำลึก อคินบดเบียดเรียวปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรักความหลงใหลและคราบน้ำตาผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อขัดขืน แรงต้านทานนั้นช่างอ่อนแรงเมื่อเทียบกับพละกำลังของชายหนุ่มที่ระเบิดออกมาจากความอัดอั้นตันใจ "อื้อ... ปล่อยนะ..." เสียงหวานหลุดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน ความคุ้นเคยจากสัมผัสในอดีตค่อยๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความโหยหาที่เธอพยายามกดทับมันไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมาตลอดหลายปี มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานเข้ารูป ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนรินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น เสียงหอบหายใจและเสียงเฉื่อยฉะของอารมณ์ที่พุ่งพล่านประสานกันก้องห้องทำงานที่เงียบสงัด อคินผริมฝีปากออกช้าๆ ลากไล้จูบซับลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามาตลอดกาลเวลาอันยาวนาน "ริน... ผมรักคุณ... ผมขอโทษ..." เสียงกระซิบพร่าสั่นพร่าข้างใบหู พร้อมกับมือที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธออย่างชำนาญ ความเร่าร้อนของสัมผัสทำให้รินรดาลืมสิ้นทุกสิ่ง ความโกรธแค้นที่มีถูกหลอมละลายหายไปกับความวาบหวามที่เขามอบให้ ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันคุ้นเคยอย่างน่าละอาย มือเรียวที่เคยทุบตีเขาเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งพิศวาสกำลังแผดเผาทั้งคู่จนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายน้ำเย็นที่สาดซัดลงมาดับไฟรักอย่างไม่ทันตั้งตัว "คุณแม่คะ! น้องลินินหิวขนมแล้วค่ะ เปิดประตูให้ลินินหน่อยเร็ว!" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังทะลุบานประตูเข้ามา ทำให้อคินและรินรดาราวกับตื่นจากภวังค์ รินรดาสดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมาในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอผลักร่างหนาออกสุดแรงด้วยความละอายใจ รีบจัดเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่อย่างลนลาน อคินยืนนิ่งค้าง ลมหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความเสียดายและอารมณ์ค้างเติ่ง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไม่ใช่เสียงเคาะประตูนั้น... แต่เป็นภาพใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่แง้มประตูเข้ามาสอดส่องมองหาผู้เป็นแม่เมื่อครู่ ดวงตากลมโต จมูกรั้นได้รูป และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากกระจกเงา... มันคือใบหน้าเดียวกับเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%