“รองเท้าคู่นี้... ลินินไปเอามาจากไหนคะ”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุม เธอทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าลูกสาวตัวน้อย มือบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปสัมผัสหนังวัวเกรดพรีเมียมที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานจนขึ้นเงา รองเท้าคู่นี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่า ‘อดีต’ ที่เธอพยายามฝังกลบด้วยความเย็นชา กำลังหวนคืนมาในรูปแบบที่น่าหวาดหวั่นที่สุด
“คุณลุงคนใจดีให้ลินินมาค่ะ เขาบอกว่าเอาไว้ใส่เดินเล่นในสวน... แม่คะ ทำไมตาแม่แดงจัง?”
เด็กหญิงลินินเอียงคอถามด้วยความซื่อประสา ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมีความละม้ายคล้ายคลึงกับชายผู้เป็นเจ้าของรองเท้าอย่างน่าประหลาด ราวกับพิมพ์เขียวที่พระเจ้าจงใจวางไว้เพื่อทรมานหัวใจของรินรดา
ตึง!
เสียงประตูกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นถูกผลักออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของอคินก้าวเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับพายุที่ก่อตัว สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องที่รินรดาในทันที หากแต่เลื่อนไปหยุดอยู่ที่ ‘รองเท้า’ ในมือของหญิงสาว ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้าปกคลุมห้องจนน่าอึดอัด
“จะรีบไปไหนเหรอริน... จัดกระเป๋าเสร็จแล้วงั้นหรือ?”
อคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบแต่ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างกำยำขวางทางหนีเพียงหนึ่งเดียวเอาไว้ รินรดารีบลุกขึ้นยืน เธอคว้าข้อมือลินินมาไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณปกป้อง
“ฉันจะพาลูกกลับ ถ้าคุณยังมีสำนึกเหลืออยู่บ้าง ก็ขอให้ปล่อยเราไปซะ เรื่องระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วค่ะคุณอคิน”
“จบเหรอ?” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงความเกลียดชัง “ถ้ามันจบจริง... ทำไมรอยร้าวในใจของฉันถึงยังไม่หายไปไหนสักทีล่ะรินรดา?”
เขาขยับตัวเข้าประชิดจนรินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขา อคินกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ดูเปราะบางแต่แข็งกร้าว เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวที่คุ้นเคย กลิ่นที่เคยทำให้เขาสติหลุดทุกครั้งในยามค่ำคืน
“ปล่อยนะคะ!” เธอสะบัดหน้าหนี แต่เขากลับยิ่งรัดวงแขนแข็งแรงรอบเอวบางแน่นขึ้น จนร่างทั้งสองแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง
“ลินิน... ไปเล่นที่ห้องสมุดก่อนไปลูก” รินรดาหันไปบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับให้ปกติที่สุด เมื่อเห็นเด็กน้อยเดินลับตาไปแล้ว ความอดทนของเธอก็ขาดผึง “คุณต้องการอะไรอีก? เงิน? หรือความสะใจที่ได้เห็นฉันตกต่ำลงไปมากกว่านี้?”
อคินไม่ตอบ เขาก้มลงซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายที่โหยหามาตลอดสามปี แรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้พุ่งพล่านขึ้นมาดั่งลาวาที่ปะทุ มือของเขาเลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างใจร้อน
“ฉันไม่ต้องการเงิน... ฉันต้องการทุกอย่างที่เป็นของฉันคืน”
เขาประกาศกร้าว ก่อนจะช้อนตัวรินรดาขึ้นในอ้อมแขนแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน รินรดาดิ้นรนขัดขืน แต่ทว่าสัมผัสที่แผ่ซ่านจากฝ่ามืออุ่นร้อนของเขากลับทำให้ร่างกายที่พยายามต่อต้านเริ่มทรยศต่อความรู้สึก
“อคิน! หยุดนะ... คุณไม่มีสิทธิ์!”
“สิทธิ์งั้นหรือ?” อคินกระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามแนวสันหลังของเธออย่างจาบจ้วง “ถ้าการที่ฉันเป็นพ่อของเด็กคนนั้น... ยังไม่นับว่าเป็นสิทธิ์มากพอ... งั้นคืนนี้ ฉันจะทำให้เธอจำได้ว่าเธอเป็น ‘ภรรยา’ ของใคร!”
เขากดร่างเธอลงบนโซฟาหนังนุ่มนิ่ม แรงบดขยี้จากริมฝีปากที่ถาโถมเข้ามาไม่ได้เป็นเพียงความต้องการทางกาย แต่คือการลงทัณฑ์ที่แฝงไปด้วยความรัญจวน รสจูบที่ทั้งดุดันและโหยหาทำเอารินรดาหัวใจเต้นรัว สติสัมปชัญญะที่เคยยึดเหนี่ยวไว้ค่อยๆ พังทลายลงเมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของเธอออก
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ร่างกายสองร่างสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังระงมไปทั่วห้อง ทุกสัมผัสที่อคินมอบให้มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ และความรักที่เขาไม่เคยกล้าจะพูดออกไป มันคือการต่อสู้ด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่ม เสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมานั้นไม่ใช่ความยินยอม แต่เป็นความพ่ายแพ้ต่ออดีตที่หวนคืนมาทำร้ายจิตใจ
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด อคินกลับชะงักงัน เขาผละร่างออกเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่รินรดาทำหล่นไว้บนพื้นใต้โซฟา ในจังหวะที่เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้ามันมาซ่อน แต่เขากลับไวกว่า
นิ้วแกร่งหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูยับยู่ยี่ขึ้นมา บนหน้าซองระบุข้อความชัดเจนว่า ‘ผลตรวจพิสูจน์สายเลือด’... อคินหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อของ ‘ลินิน’ ปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดในช่องผู้ถูกตรวจสอบ!
เขานิ่งอึ้ง มือสั่นเทาขณะค่อยๆ ดึงเอกสารแผ่นนั้นออกมาอ่าน ความจริงที่ถูกปิดบังไว้กำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่า... รอยร้าวในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ แต่มันคือชีวิตทั้งชีวิตที่เขากำลังจะต้องสูญเสียไปหากความจริงปรากฏ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและรอยร้าวในใจของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ มิคายามวิกาล
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 17
รอยร้าวที่ขยายตัว
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!