เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 4

ชีวิตใหม่ในแดนไกล

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีผสมผสานกับความเงียบสงบของห้องทำงานส่วนตัว บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานครซูริก คือภาพสะท้อนของความสำเร็จที่รินรดาเพียรสร้างขึ้นด้วยสองมือตลอดห้าปีที่ผ่านมา นิ้วเรียวภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนกำลังจรดปากกาลงบนร่างแบบคอลเลกชันใหม่ ดวงตาคู่คมที่เคยมีแต่ร่องรอยของความช้ำชอก บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าเจือไว้ด้วยความอ่อนโยนล้ำลึกยามเมื่อตวัดสายตามองกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน ในนั้นคือภาพรอยยิ้มสดใสของเด็กหญิงวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครคนหนึ่ง... ใครคนพยายามที่เธอเลือกจะฝังกลบไว้ในอดีตอันแสนไกล "คุณแม่ขา ลินินวาดรูปเสร็จแล้วค่ะ!" เสียงใสแจ๋วราดรดลงบนหัวใจที่ด้านชาของรินรดาให้กลับมาพองโตขึ้นอีกครั้ง เจ้าของร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีฟ้าวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับกระดาษวาดเขียนที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส ลินิน... ดอกไม้ชิ้นสำคัญที่เบ่งบานขึ้นมากลางพายุฝน เป็นสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนเธอว่า ความเจ็บปวดทั้งหมดในอดีตไม่ได้สูญเปล่าอย่างน้อยที่สุด มันได้มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้กับเธอ รินรดาวางปากกาลงทันที หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอ้อมแขนเรียวโอบกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มนั้นไว้แนบ5อก สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นอายความสุขที่เธอกล้าฝันถึงในวันนี้ "ไหนให้คุณแม่ดูหน่อยสิคะคนเก่ง ว่าวันนี้ศิลปินตัวน้อยวาดรูปอะไรเอ่ย" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากนั้นงดงามและจริงใจที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีได้ ลินินชูภาพวาดขึ้นอวดอย่างภาคภูมิใจ ในภาพคือรูปครอบครัวที่มีผู้หญิงผมยาวและเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กุมมือกันเดินอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไร้เงาของผู้ชายที่เป็นต้นกำเนิดของสายเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเด็กหญิง "นี่คุณแม่ กับลินินค่ะ เราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะด้วยกันไงคะ... เอ๊ะ ทำไมคุณแม่ทำหน้าเศร้าล่ะคะ?" นิ้วป้อมๆ แตะลงที่ขอบตาของมารดาเบาๆ อย่างแสนรู้ ลินินเอียงคอถามด้วยความสงสัยบริสุทธิ์ "คุณแม่คิดถึงคุณปู่ที่เมืองไทยเหรอคะ?" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ชื่อของประเทศไทยและผู้มีพระคุณอย่างท่านอทิพยืยังคงทิ้งร่องรอยความอาลัยไว้ในใจเสมอ ท่านคือคนเดียวที่รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกแท้ๆ ในวันที่อคินเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ทว่า... การเดินทางกลับไปเยือนแผ่นดินเกิดคงไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเธอยังคงหวาดกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้น "เปล่าค่ะ คุณแม่แค่... ดีใจที่มีลินินอยู่ตรงนี้นะคะ" รินรดาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของลูกสาว เพื่อซ่อนประกายตาไหววับที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "ไม่ว่าโลกใบนี้จะกว้างใหญ่แค่ไหน หรือมีเรื่องราวอะไรรออยู่ข้างหน้า ขอแค่มีลูกอยู่ข้างๆ คุณแม่ก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นค่ะ" ความรัก ความผูกพัน และสายใยอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่ลูกคือน้ำทิพย์ชะลอแผลใจ รินรดาเรียนรู้แล้วว่าความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงาของใครคนอื่น เธอยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง กลายเป็นดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียง เป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลและสง่างามในสายตาคนรอบข้าง ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับคนที่พยายามหนีให้พ้นจากกรงขังแห่งอดีต เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนอบอุ่น รินรดากดรับสายด้วยมือข้างหนึ่งในขณะที่อีกข้างยังคงโอบกอดลินินไว้ "รินรดาพูดค่ะ" "(คุณรินรดาครับ... ทางเราได้รับอีเมลเรื่องการร่วมทุนจัดแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติที่กรุงเทพฯ แล้วนะครับ ทางผู้สนับสนุนหลักฝั่งไทยระบุเจาะจงมาว่า... ต้องการร่วมงานกับแบรนด์ของคุณเท่านั้น และพวกเขาพร้อมจะบินมาเซ็นสัญญาที่ซูริกด้วยตัวเองในสัปดาห์หน้าครับ)" เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มจากบริษัทพาร์ทเนอร์ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาค่อยๆ เลือนหายไป ความหนาบางของอากาศรอบตัวคล้ายจะลดฮวบลงฉับพลัน "ใครคะ... ใครคือผู้สนับสนุนหลักคนนั้น?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่เธอไม่ได้ใช้งานมานาน "(คุณอคิน... ประธานบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากประเทศไทยครับ เขาประกาศกร้าวว่า ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือแลกด้วยอะไรก็ตาม เขาก็จะตามหาคุณให้พบ... คุณรินรดาครับ สะดวกให้ทางเราปฏิเสธเลยไหมครับ?)" มือที่โอบกอดลูกสาวเผลอกำแน่นจนปลายเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความทรงจำสีเทาหม่นเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาฉายชัดในหัว สมุดทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกขาด คำพูดดูถูกเหยียดหยาม และหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพใบหน้าของเธอเอง... หญิงสาวผู้ไม่ใช่คนเดิมที่ก้มหัวให้ใครได้อีกต่อไป ในเมื่อเขาเลือกที่จะก้าวเข้ามาในโลกที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเลือดและน้ำตา งั้นก็ลองดูกันสักตั้ง ว่าระหว่าง "อดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง" กับ "อดีตภรรยาผู้เย็นชาและไร้หัวใจ" ใครกันที่จะต้องเป็นฝ่ายแหลกสลายคากรงเล็บแห่งเพลิงพิศวาสครั้งนี้! แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%