กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งค่าไว้ที่อุณหภูมิต่ำสุดปะทะเข้ากับผิวกายทันทีที่อคินก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่เคยอบอวลอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดห้าปีที่ผ่านมาได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่กดทับลงบนโสตประสาทจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"ริน... รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำของเขาเรียกหาความเงียบงัน ไม่มีเสียงขานรับ ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่เคยรีบเร่งออกมาต้อนรับเขาด้วยความเกรงใจและรักใคร่เสมอมา อคินกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่ยังคงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ที่เดิมทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าหัวใจของเขากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อพบว่ารูปถ่ายคู่ของเขาและเธอที่เคยประดับอยู่บนเตาผิงถูกถอดออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงรอยด่างจางๆ บนผนังไม้โอ๊คชั้นดี
เท้าหนาก้าวไปที่โต๊ะทำงานตัวเดิมที่เขามักจะวางแฟ้มงานไว้ให้เธอจัดการอยู่เสมอ แต่วันนี้... บนโต๊ะไม้ขัดเงาตัวนั้น กลับมีเพียงซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ราวกับจดหมายสั่งลาที่ไร้คำพรรณนา
มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบซองนั้นขึ้นมา ขอบกระดาษที่กรีดลึกลงบนนิ้วมือไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดเท่ากับสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน... ใบหย่าที่เขาเคยเป็นคนโยนมันใส่หน้าเธอด้วยความรำคาญใจในคืนที่เขาต้องการอิสระ
ลายเซ็นบรรจงสวยงามของ ‘รินรดา’ ตวัดอยู่บนเส้นประอย่างชัดเจนและเด็ดขาด ไม่มีรอยหยดน้ำตา ไม่มีรอยขีดฆ่า มันคือการจากลาที่ไร้การโต้แย้ง
อคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่ม สัมผัสถึงความเงียบที่กัดกินหัวใจราวกับฝูงมดคันไฟ เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า ‘บ้าน’ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงกรงขังความรำคาญ แท้จริงแล้วคือวิญญาณของชีวิต หากไม่มีรินรดา บ้านหลังนี้ก็เป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยมที่ไร้ลมหายใจ
เขานึกย้อนไปถึงสัมผัสสุดท้ายที่เขาเคยเมินเฉย... นึกถึงแววตาโศกเศร้าที่เขามองว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ ทว่าในยามนี้ ภาพเหล่านั้นกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดลงมาบนความรู้สึกของเขาซ้ำๆ
"ผมทำอะไรลงไป..." เสียงพึมพำของเขาขาดห้วง ความเสียใจที่พรั่งพรูออกมาไม่ใช่ความฟูมฟายที่น่าสมเพช แต่มันคือความเจ็บปวดของชายผู้ที่เพิ่งค้นพบว่าเขาได้ทำลายเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง
เขาลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนใหญ่ กลิ่นจางๆ ของสบู่เด็กลอยเตะจมูกขึ้นมาอย่างกะทันหัน อคินชะงักฝีเท้า ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของเธออย่างบ้าคลั่ง เสื้อผ้าทุกชุดยังอยู่ครบ ทว่าของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ กลับหายไปหมดสิ้น เขาสังเกตเห็นของเล่นตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่หล่นอยู่ใต้เตียง... มันเป็นของเล่นที่เขาเคยเหยียบทิ้งในคืนที่เขาเมามายและเผลอลงไม้ลงมือกับเธอเพราะความหงุดหงิด
ทว่า ในขณะที่เขากำลังก้มลงหยิบตุ๊กตาตัวนั้น สายตาเขาก็สะดุดเข้ากับกระดาษใบเล็กที่วางอยู่ใต้โต๊ะข้างเตียง มันเป็นภาพวาดสีเทียนลายเส้นเด็กอนุบาล เป็นรูปครอบครัวที่มีพ่อ แม่ และเด็กน้อยอีกหนึ่งคน
อคินหยิบภาพนั้นขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ลายเส้นที่เขาเห็นไม่ใช่รูปคนธรรมดา แต่มันคือตัวเขาเองในชุดสูทที่คุ้นตา กำลังอุ้มเด็กผู้หญิงที่มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขาไม่ผิดเพี้ยน
"นี่มัน... อะไรกัน..."
เสียงของเขาขาดหายไปเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก่อนที่เสียงกุญแจจะไขประตูเข้ามา เขาซ่อนรูปวาดนั้นไว้ในอกเสื้อด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขน
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเขา ร่างที่เคยดูอ่อนแอและยอมคนบัดนี้กลับยืนตัวตรง สายตาที่มองมายังเขานั้นเย็นชาจนเขารู้สึกหนาวสั่น เธอไม่ได้แสดงความประหลาดใจ หรือความโหยหา มีเพียงความเฉยเมยที่กรีดแทงใจเขาให้เลือดซิบ
"คุณมาทำไมที่นี่ อคิน?" เสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้เขาไม่อาจโต้แย้ง
"ริน... ผม..."
อคินอ้าปากค้าง ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่เหมือนกับเขาทุกประการมองตรงมาที่เขาด้วยความไร้เดียงสา
วินาทีนั้น อคินไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกและยินดีปนเปกันไป... เขารู้แล้วว่าเหตุผลที่แท้จริงที่เธอยอมจากไปอย่างเด็ดขาดนั้นคืออะไร และมันคือความจริงที่เขาไม่อาจปล่อยให้มันหลุดลอยไปได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 3
บ้านที่ว่างเปล่า
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!