ความเงียบงันในห้องรับรองวีไอพีราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลามาดากัสการ์และช็อกโกแลตเบลเยียมที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว กลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจในความรู้สึกของธันวา
ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองโลกด้วยความหยิ่งผยองและเยдяนมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเบิกกว้าง ร่างสูงใหญ่สะท้านสะเทือนราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางอกอย่างจัง ภาพร่างเล็กป้อมในชุดนักเรียนอนุบาลที่ซุกซ่อนใบหน้าอยู่ข้างลำตัวของรินลดา กำลังสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวคนแปลกหน้า แต่สิ่งดึงดูดสายตาและบีั้นทอนวิญญาณของเขาจนแทบแหลกสลาย... คือโครงหน้าเรียวเล็ก จมูกรั้นเชิดรั้น และไฝเม็ดจิ๋วใต้หางตาขวาข้างนั้น
มันคือพิมพ์เดียวกับเขา... ราวกับส่องกระจกเงาในวัยเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูยักษ์ สมองที่เคยประมวลผลธุรกิจนับพันล้านได้อย่างเฉียบคม กลับขาวโพลน ว่างเปล่า และสับสนอลหม่านจนหาทางออกไม่เจอ เขารู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบซ้ำลงที่กลางอก เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันโหดร้ายที่ตนเองเคยมองข้ามและเหยียบย่ำมันลงกับพื้นด้วยความโง่เขลาในอดีต
"นะ... น้องริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้สั่นเครือ แหบพร่า และหลุดรอดไร้ซึ่งรูปประโยค ธันวาเอื้อมมือหนาสั่นเทาออกไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ราวกับคนจมน้ำที่พยายามไขว่คว้าหาฟางเส้นสุดท้าย "เด็กคนนี้... แก... ลูกใคร..."
รินลดาป้องร่างเล็กของเด็กหญิงไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง ใบหน้าหวานเฉียบที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงจากก้นบึ้งของดวงตาคู่สวย เธอก้มลงมองเด็กน้อยด้วยแววตาอบอุ่นเปี่ยมล้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยสายตาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ถอยไปค่ะคุณธันวา อย่าเอาความสกปรกโสมมของคุณ มาแปดเปื้อนลูกสาวของดิฉัน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดบาดลึกราวกับคมดาบ กรีดลงบนหัวใจที่กำลังร้าวรานของธันวาจนเลือดซึม เขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอำนาจหรือเงินทองเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกตระหนักรู้ว่า... เขาได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง
"ริน... ฟังผมก่อน..." ธันวารวบรวมลมหายใจที่ขาดหอยขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "เด็กคนนี้... หน้าตาเขา... หรือว่า... รินท้องตอนที่เรา..."
"เพิ่งจะสังเกตเห็นอย่างนั้นหรือคะ?" รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาที่พ่นออกมา "น่าสมเพชเสียจริงนะคะ ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ชายที่ฉลาดหลักแหลมและมองคนทะลุปรุโปร่ง แต่กลับตาบอดและใจบอดสิ้นดี... ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของคุณไปบอกด้วยน้ำตา ในวันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณหันมามองฉันบ้างแม้สักนิด สิ่งที่คุณทำคืออะไรคะ? คุณผลักไสฉัน ขว้างปาเอกสารหย่าใส่หน้าฉัน และไล่ฉันออกจากบ้านราวกับหมูเหมือนหมา!"
ทุกถ้อยคำที่รินลดาพ่นออกมา เปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ระดมแทงซ้ำลงบนแผลสด ธันวารู้สึกหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวสลับหนาวเหน็บ ภาพความทรงจำในอดีตผุดพรายขึ้นมาทำร้ายจิตใจ ภาพที่เขายื่นใบหย่าให้เธออย่างไร้เยื่อใย ภาพที่เธอเดินจากไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่มีแม้แต่ร่มคันเดียว... เขาเป็นคนทำลายมันทั้งหมดด้วยมือของเขาเอง
"ตอนนั้น... ผมไม่รู้... ผมถูกความโกรธและความทิฐิครอบงำ..." ธันวาเค้นเสียงสั่นสะท้านออกมาอย่างน่าเวทนา เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้งอย่างลืมตัว มือหนาสั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่บางของอดีตภรรยา "ริน... ผมขอโทษ... ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ..."
*เพียะ!*
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วสากของธันวาอย่างเต็มแรงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้ใบหน้าคมคายสะบัดไปตามแรงเหวี่ยง รสชาติฝาดเค็มของเลือดซึมออกมาที่มุมปาก แต่ธันวาไม่มีแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด เขายังคงยืนนิ่งรับความเจ็บปวดนั้นด้วยความเต็มใจ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาได้รับมันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เขาเคยทำกับสองแม่ลูก
รินลดาสลัดมือที่สั่นน้อยๆ ของตนเองออก ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี แววตาที่มองเขาไม่มีความรัก ความโกรธแค้น หรือแม้แต่ความเกียรติชังหลงเหลืออยู่อีกต่อไป... มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายอย่างธันวา
"หน้าที่พ่อเหรอคะ?" รินลดาแค่นยิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าถูกเธอกะพริบไล่กลับลงไปอย่างเข้มแข็ง เธอไม่มีวันยอมอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สอง "สายไปแล้วค่ะคุณธันวา คนอย่างคุณไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยชื่อคำว่า 'พ่อ' กับลูกสาวของฉันด้วยซ้ำ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนที่ลูกไม่สบาย ตอนที่ฉันต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อเอาชีวิตรอด คุณอยู่ที่ไหน? คุณกำลังสนุกสนานกับความสำเร็จบนกองเงินกองทอง โดยไม่เคยสนใจเลยว่าเราจะตายหรืออยู่!"
"ริน..."
"จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะคะธันวา..." รินลดาโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง เยือกเย็น และบาดลึกถึงวิญญาณ "ต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนเอาชีวิตเข้าแลก ต่อให้คุณเอาสมบัติทั้งชีวิตมากองแทบเท้าฉัน... คุณก็ไม่มีวันได้หัวใจของฉันคืน และไม่มีวันได้แตะต้องลูกสาวของฉันแม้แต่ปลายนิ้ว!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงบนซากปรักหักพังของธันวาจนแหลละเอียดเป็นผุยผง เขาล้มทรุดลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในปฐพีไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อายใคร เขารู้ซึ้งแล้วว่าคำว่า 'สูญเสียอย่างแท้จริง' มันมีรสชาติขมขื่นเพียงใด
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงสง่าของ 'คีย์' เจ้าของร้านเบเกอรี่คู่แข่งและชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างรินลดาในยามยาก ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น คีย์กวาดสายตามองธันวาที่คุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยแววตาสمเพช ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ขอโทษด้วยนะครับคุณธันวา ดูเหมือนว่าที่คุณมาในวันนี้ จะมาช้าเกินไปเสียแล้ว... เพราะตำแหน่งสามีและพ่อของสองแม่ลูกคู่นี้ มีเจ้าของตัวจริงจองไว้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ปะทุขึ้นในอก แต่ก่อนที่เขาจะได้กล่าวสิ่งใด รินลดาก็จูงมือลูกสาวเดินผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุข้างถนน
และในวินาทีที่รินลดาเดินก้าวพ้นขอบประตูออกไปนั้น ประตูห้องก็เปิดกว้างรับลมเย็นเยียบ... พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทสهกิดตาที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ด้านนอก พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ที่สลักตราสถาบันตรวจDNA เด่นชัด... รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนมุมปากของบุคคลมาใหม่ทันที!
---
ฝากเป็นกำลังใจให้เมฆหมอกสีชมพูด้วยนะคะ นิยายเรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว มาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 18
คำปฏิเสธที่บาดลึก
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!