เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกโต๊ะกระจกราคาแพงในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดดังสนั่นจนก้องกังวาน ธันวายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจในทุกย่างก้าว บัดนี้กลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง ตัวเลขยอดขายและสัญญาสัปทานวัตถุดิบหลักที่หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง มันไม่ใช่แค่ความเสียหายทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือการ "ตบหน้า" เขาอย่างจังจากคู่แข่งที่เขาเคยเหยียบย่ำว่าไม่มีทางสู้เขาได้
"คุณอธิบายมาสิว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจตอนนี้สั่นเครือด้วยความเดือดดาล เขากวาดสายตามองเลขาคนสนิทที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
"คะ... คุณธันวาคะ ทางกลุ่มทุนเอเชียแปซิฟิก และโรงแรมห้าดาวสามแห่งในเครือ แจ้งยกเลิกสัญญากับเรากะทันหันค่ะ พวกเขาให้เหตุผลว่า... ทางร้าน 'รสละมุน' ของคุณคีย์ และการสนับสนุนเบื้องหลังโดยเชฟรินลดา ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า และมีสูตรขนมหวานพิเศษที่ตอบโจทย์ลูกค้าระดับบนได้มากกว่าเราค่ะ" เลขาสสาวละล่ำละละลอกพูดด้วยความหวาดกลัว
ชื่อของ "รินลดา" กระแทกเข้ากลางใจของธันวาเต็มแรง ราวกับมีใครเอาค้อนมารุมทุบหน้าอกเขาจนหายใจไม่ออก
รินลดา... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรนอกจากเป็นภรรยาตกแต่งที่คอยรองรับอารมณ์และอยู่ในเงาของเขามาตลอด แต่ในวันนี้ เธอกลับเติบโตขึ้นเป็นหนאםแหลมคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงอาณาจักรธุรกิจของเขาจนเลือดซิบ ทุกย่างก้าวของเธอบนเส้นทางสายเชฟขนมหวานและนักธุรกิจหญิง คำนวณมาอย่างแม่นยำ ราวกับวางแผนรื้อถอนรากฐานของตระกูลเขาอย่างเลือดเย็น
ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอทน อ่อนล้า และหยาดน้ำตาที่เขาไม่เคยใส่ใจไยดีในวันที่เธออุ้มท้องลูกของเราแล้วเดินจากไปอย่างไร้การหันหลังกลับ ความเย่อหยิ่งที่เขามีถูกทำลายลงทีละน้อย ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจในยามค่ำคืนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว... กลัวว่าเขาจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล และกลัวว่าความพินาศครั้งนี้จะเป็นบทลงโทษที่สาสมที่สุดสำหรับความโง่เขลาในอดีตของตนเอง
ในเวลาเดียวกัน ที่ร้านเบเกอรี่สุดหรูใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและความสำเร็จ รินลดายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน ชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาอ่อนขับเน้นรูปร่างเพรียวบางและสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉย เยือกเย็น และทรงพลัง ดวงตาคู่สวยมองดูเอกสารสัญญาฉบับใหม่ที่เพิ่งเซ็นอนุมัติผ่านหน้าจอแท็บเล็ต รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความสะใจอย่างออกนอกหน้า แต่มันคือรอยยิ้มของผู้หญิงที่รู้คุณค่าในตัวเอง และทวงคืนศักดิ์ศรีที่เคยถูกเหยียบย่ำกลับคืนมาได้ทีละตารางนิ้ว
"ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณรินจะใช้กลยุทธ์ตัดกำลังซื้อในจุดที่เจ็บแสบที่สุดแบบนี้" คีย์เดินถือแก้วกาแฟอุ่นมาวางให้ พร้อมรอยยิ้มชื่นชมในดวงตา "หุ้นส่วนฝั่งธันวากำลังวิ่งวุ่นหาทางออกกันให้จกลาหล คุณธันวาผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น คงไม่คาดคิดสินะครับว่าอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้ง จะเป็นคนดึงพรมใต้เท้าเขาออกด้วยตัวเอง"
รินลดาละสายตาจากหน้าจอ เธอยกชาคาโมมายล์ขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในสมอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ
"ความเมตตาที่ไร้กาลเทศะ คือความโง่เขลาค่ะคุณคีย์" เสียงนุ่มทุบทว่าหนักแน่นและเฉียบขาด "ฉันไม่ได้เริ่มก่อน แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะเหยียบย่ำคุณค่าของฉันในอดีต เขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะชดใช้มันด้วยความเจ็บปวดแบบเดียวกันบ้าง การสูญเสียธุรกิจมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ"
คีย์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง หลงใหล และเกรงขาม รินลดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งรอคอยความรักจากสามีในบ้านหลังใหญ่หลังเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นพายุหมุนที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อปกป้องอนาคตของตนเองและลูกน้อย
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องทำงานส่วนตัวของรินลดา เสียงเคาะประตูก็กระชากบรรยากาศให้หยุดชะงัก
"เชิญค่ะ" รินลดาเอ่ยอนุญาตโดยไม่ละสายตาจากกองเอกสาร
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งคุ้นตาที่ยืนนิ่งอยู่หน้าธรณีประตู ร่างกายของธันวาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อดวงตาคู่นั้นสบเข้ากับรินลดา หัวใจของเขากระหน่ำเต้นด้วยความระทึกปนเจ็บปวด เขาไม่ได้มาในฐานะนักธุรกิจคู่แข่งที่พ่ายแพ้ แต่มาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมก้มหัวให้เป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อแลกกับการได้พบใครบางคน... หรือบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล
ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกทำให้รินลดาชะงักมือที่กำลังถือปากกา หัวใจของเธอไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกำแพงความเย็นชาตอกกลับมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว
"คุณมาทำไมที่นี่คะ ธันวา" รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาว่างเปล่าและเย็นชาไร้เยื่อใย ทำเอาคนฟังเจ็บจี๊ดถึงขั้วหัวใจ
ธันวากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นที่ลำคอลงไป สายตาของเขาไม่ได้มองที่รินลดา แต่มันกวาดเลยผ่านไหล่เธอไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง... จุดที่กระเป๋าเป้ใบเล็กของเด็กชายวัยสี่ขวบวางอยู่ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบเด็กคู่จิ๋วที่วางเคียงกันอยู่
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อจู่ๆ ประตูห้องพักรับรองด้านในก็แง้มเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายหน้าตาน่ารัก ผมหยักศกนิดๆ และนัยน์ตากลมโตถอดแบบมาจากตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน วิ่งถือหุ่นยนต์ของเล่นออกมาด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
"คุณแม่ครับ... น้องภัทรหิวขนมแล้วครับ"
ฝากเป็นกำลังใจให้เมฆหมอกสีชมพูด้วยนะคะ นิยายเรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว มาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 19
กลยุทธ์ทำลายร้าง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!