กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์และเนยแท้นำเข้าจากฝรั่งเศสที่ลอยอวลอยู่ทั่วห้องครัวสตูดิโอ "Le Douceur" ในยามค่ำคืน ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศที่คุกรุ่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ระอุ รินลดาใช้ปลายมีดปาดครีมลงบนเค้กช็อกโกแลตเนื้อเนียนด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูกระจกใสไม่ได้สร้างความสั่นคลอนใดๆ ให้กับหัวใจที่เคยแหลكสลายของเธอเลยแม้แต่น้อย
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของธันวาก้าวเข้ามาพร้อมกับความเย็นชาที่แผ่ซ่านรอบตัว เขาคือผู้ชายที่เคยคิดว่าโลกทั้งใบต้องหมุนตามคำสั่งของเขา และวันนี้ เขาก็ยังคงก้าวเข้ามาด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนเช่นเคย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของอดีตภรรยาที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าเคาน์เตอร์
"ริน คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดเจือความดูแคลน "รู้ไหมว่าการที่คุณมาเปิดร้านแข่งกับกลุ่มทุนในเครือเดอะทรัสต์ของผม มันส่งผลกระทบอะไรบ้าง... นี่คือหมายศาลเตือนเรื่องลิขสิทธิ์สูตรขนมและสัญญาผูกพันทางการค้าที่คุณเซ็นไว้เมื่อสามปีก่อน"
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังทึบ รินล้าวางไม้พายในมือลงอย่างเชื่องช้า เธอยังไม่หันกลับไปทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบอัดอากาศในห้องให้บางเบาลงเสียก่อน จนกระทั่งเธอสูดลมหายใจเข้าลึก, หันกลับมาสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว
"ลิขสิทธิ์เหรอคะคุณธันวา" รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สูตรขนมพวกนี้ ฉันเป็นคนคิดค้นขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาในห้องครัวเล็กๆ ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน... ในวันที่คุณเอาแต่สนใจตัวเลขในงบดุลบริษัท จนไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าภรรยาของคุณนอนร้องไห้กี่คืนเพราะความโดดเดี่ยว"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำเก่าๆ แวบเข้ามาในหัว แต่มันถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็วด้วยอีโก้ที่ค้ำคอ เขาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงด้วยท่าทีที่แสนน่าหมั่นไส้
"เรื่องไร้สาระในอดีต อย่าเอามาปะปนกับเรื่องธุรกิจรินลดา กฎหมายก็คือกฎหมาย สัญญาที่คุณเซ็นระบุไว้ชัดเจนว่าสูตรขนมทั้งหมดในนาม 'รินดา เบเกอรี่' ตกเป็นของบริษัทผมทันทีที่คุณหย่า... ถ้าไม่อยากให้ร้านนี้ถูกอายัดและฟ้องร้องจนหมดตัว พรุ่งนี้คุณต้องปิดร้านนี้ซะ"
ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นใจในอำนาจที่ตนถือครอง เขาย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีทางสู้ทุนมหาศาลของเขาได้ รอยยิ้มมุมปากของเขาเหยียดยิ้มราวกับผู้ชนะที่เหนือกว่าทุกประตู
ทว่า รินลดากลับไม่สะดุ้งสะเทือน เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม กลิ่นหอมหวานของเธอยิ่งขับเน้นความเย็นชาในแววตาให้เด่นชัดขึ้น เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เศษกระดาษโปรยปรายลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วง
"คุณคิดว่าฉันกลัวอำนาจเงินของคุณหรือคะธันวา?" รินลดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ธันวาชะงักไปชั่วขณะ เผลอมองริมฝีปากที่สั่นระริกด้วยความโกรธของอดีตภรรยา "คุณคิดผิดแล้ว... คนที่สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งลูกในท้องไปแล้วอย่างฉัน ไม่มีอะไรต้องสูญเสียให้อีกต่อไปแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นกระแทกเข้ากลางใจของธันวาอย่างจัง ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีลงชั่วขณะ ความรู้สึกเจ็บแปลบประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินคำว่า 'ลูก' แต่ทว่าความเย่อหยิ่งก็รีบดึงสติให้เขากลับมาตีสีหน้าแข็งกร้าวตามเดิม
"อย่าเอาเรื่องเหล่านั้นมาพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจ ริน! คุณเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง..."
"ใช่ค่ะ! ฉันเป็นคนเดินออกไปเอง และฉันก็สาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่มีวันกลับไปโง่ให้ผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณเหยียบย่ำอีกเด็ดขาด!" รินลดาตอกกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น แต่มันถูกสะกดไว้ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่ยอมแพ้ "เชิญคุณใช้กฎหมายรังแกฉันตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าหวังว่าฉันจะก้มหัวให้คุณอีก!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบระเบิด ธันวากำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนหักหน้าและท้าทายเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันบินหนีไปจากกรงทองของเขาได้
ในจังหวะที่ธันวากำลังจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเพื่อบังคับให้เธอฟังเหตุผล เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีย์ที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำขนม คีย์ชะงักไปนิดเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุ ก่อนจะรีบเดินมาบังรินลดาไว้ด้านหลังด้วยท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้า
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับคุณธันวา? ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้จะล้ำเส้นร้านของเราเกินไปแล้วนะครับ" คีย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยการท้าทาย
ธันวาหันไปมองคีย์ด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความหึงหวงและโทสะผสมปนเปกันจนน่ากลัว เขากัดกรามแน่น สายตากวาดมองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้
"ถอยไป... ฉันกำลังคุยกับภริยา... อดีตภรรยาของฉัน!" ธันวายั้งปากเกือบไม่ทัน
"อดีต ก็คือ อดีต ครับ!" คีย์สวนกลับทันควันอย่างไม่เกรงกลัว "และตอนนี้รินเขามีชีวิตใหม่ มีร้านของเขาเองแล้ว กรุณาให้เกียรติและไสหัวออกไปจากร้านนี้ด้วยครับ!"
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบจ้องมองรินลดาที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังคีย์ด้วยความรู้สึกเคียดแค้นและเจ็บปวดลึกๆ ที่เขาไม่เข้าใจตัวเอง ก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าหนีและก้าวเท้าเดินกระแทกตัวออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย เสียงประตูกระจกปิดกระแทกตามหลังดังสนั่น
ความเงียบกลับมาปกคลุมร้านอีกครั้ง คีย์หันมามองรินด้วยความเป็นห่วง พลางเอื้อมมือจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่รินลดากลับถอยหลังหลบเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกกระจกหน้าร้านที่รถหรูของธันวาเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของสงครามประสาทที่แท้จริงเท่านั้น ธันวาไม่มีทางยอมแพ้แค่นี้แน่ และเธอก็เตรียมตัวมาพร้อมแล้วที่จะสู้ยิบตา
แต่ทว่า... ในขณะที่รินลดา กำลังถอนหายใจยาวเพื่อเรียกสติและเตรียมหันกลับไปจัดเค้กต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันเปื้อนของเธอกลับแผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน
เธอหยิบขึ้นมาด้วยความสงสัย หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเธอกดรับ สายตากลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเสียงปลายสายเอ่ยขึ้นมาประโยคเดียว... ประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินลดาดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวในทันที!
"คุณรินลดาใช่ไหมคะ? ทางโรงพยาบาล... คือว่าตอนนี้ 'น้องธาม' ลูกชายของคุณ ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนอาการสาหัสอยู่ที่ห้องฉุกเฉินค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ จาก เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 4
ขีดจำกัดของความอดทน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!