เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 13

การประชันฝีมือ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสแท้และดาร์กช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่ในห้องเตรียมวัตถุดิบหลังเวที แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินลดายืนนิ่งสงบอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลส ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแพขนตางอนงามกำลังจดจ่ออยู่กับการ tempering ช็อกโกแลตบนหินแกรนิต ปลายนิ้วเรียวบางขยับปาดพายยางด้วยความเชี่ยวชาญและแม่นยำ ราวกับท่วงท่าของศิลปินผู้กำลังบรรจงสร้างสรรค์งานชิ้นเอก ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำด้วยความตึงเครียดของการแข่งขันทำขนมระดับชาติที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอใช้หยาดเหงื่อและน้ำตาแลกมา รอบตัวเธอคือเชฟชื่อดังจากทั่วประเทศที่ต่างเร่งมือแข่งกับเวลา เสียงเครื่องตีไข่ไฟฟ้าและเสียงตะแกรงร่อนแป้งดังระงมไปทั่วฮอลล์ แต่สำหรับรินลดาแล้ว ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้ไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขันคนใดทั้งสิ้น... หากแต่เป็นเงาสีดำทะมึนที่คอยเล่นตลกอยู่เบื้องหลังต่างหาก "ระวังตัวด้วยนะริน" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ที่เดินเข้ามาสมทบกระซิบเตือนด้วยความกังวล ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววระแวดระวังขณะกวาดมองไปรอบบริเวณ "ฉันเพิ่งได้รับรายงานจากคนของเรา... มีคนพยายามปนเปื้อนวัตถุดิบในล็อกเกอร์ของฝั่งเรา ดีที่เราตรวจสอบเสียก่อน ไม่อย่างนั้นช็อกโกแลตกานาชของคุณคงละลายกลายเป็นของเหลวไร้ราคาไปแล้ว" รินลดาหยุดมือที่กำลังตกแต่งชิ้นงาน ปลายพายยางหยุดนิ่งสนิท เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นแผ่นหลังที่เหยียดตรงและท่าทีที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม ความแค้นในอดีตสอนให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของใครง่ายๆ อีกต่อไป "ฝีมือของใคร... คงไม่ต้องเดาก็รู้กระมังคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "คนประเภทนั้น... ไม่เคยรู้จักคำว่าสปิริตของการแข่งขันหรอกค่ะ รู้จักแต่การใช้อำนาจและเงินตราทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพื่อปกป้องความเย่อหยิ่งของตัวเอง" ธันวา... อดีตสามีผู้ไร้หัวใจ ผู้ชายคนที่เคยผลักไสเธอลงสู่เหวลึกแห่งความเจ็บปวดอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เขากลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ของ The National Master Chef Competition รายการแข่งขันที่เธอก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจมืดของเขา รอยแผลเป็นในอبيتที่เขาฝากไว้ไม่เคยจางหาย แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความแข็งแกร่งชนิดที่ต่อให้พายุโหมกระหน่ำใส่ เธอก็จะไม่ยอมล้มลงอีกเป็นครั้งที่สอง ที่หน้าเวทีการแข่งขัน แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องกระทบกับร่างสูงสง่าของธันวาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานกรรมการ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่กลับปั่นป่วนราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนพัดผ่าน ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักที่เดินชนเขาเมื่อสักครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด—ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนเรียวปากเล็ก... มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาและรินลดาในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน ความจริงที่ถูกปิดตายกำลังกรีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจของเขาอย่างช้าๆ จนแทบหายใจไม่ออก *นั่น... ลูกของฉันอย่างนั้นหรือ?* ธันวากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจบัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและสับสนระคนกัน เขาละสายตาจากเวทีการแข่งขันไม่ได้เลย ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของเขาให้จมดิ่งลงไปในความผิดบาปที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นเมื่อหลายปีก่อน "ท่านประธานครับ ผลการตรวจสอบวัตถุดิบของทีมผู้ท้าชิงหมายเลขเจ็ดเรียบร้อยแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัวก้มกระซิบเสียงเบาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก "เอ่อ... แผนที่เราวางไว้... ถูกคนของเชฟรินลดาจับได้หมดแล้วครับ แถมหลักฐานการพยายามแทรกแซงตอนนี้... อยู่ในมือของคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมแล้วด้วยครับ" ธันวาหันขวับไปมองหน้าเลขาฯ ด้วยแววตาคมกริบดุจใบมีดโกน ความโกรธเกรี้ยวและอับอายพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขมับ การส่งคนไปขัดขวางการแข่งขันในครั้งนี้คือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่เขาประเมินความสามารถและเล่ห์เหลี่ยมของอดีตภรรยาต่ำเกินไป รินลดาไม่ได้เป็นแค่อดีตภรรยาผู้เจ้าน้ำตาที่เขาเคยทอดทิ้งอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือ 'คู่ปรับ' ที่พร้อมจะกระชากหน้ากากความสำเร็จของเขาให้ร่วงหล่นลงมาต่อหน้าธารกำนัล! "จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงตัวฉัน" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหจัด "แล้วเรื่องเด็กคนนั้น... ไปสืบประวัติมาให้ละเอียดที่สุด เอาข้อมูลมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" "รับทราบครับท่าน" บนเวทีการแข่งขัน เวลาอันระทึกขวัญเดินทางมาถึงช่วงวินาทีชี้ชะตา เสียงประกาศจากพิธีกรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของฮอลล์ที่ทุกคนต่างลุ้นระทึก เชฟขนมหวานระดับแนวหน้าต่างนำเสนอผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ จนกระทั่งถึงคิวของรินลดา เธอก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยชุดเชฟสีขาวสะอาดตา ท่าทางสง่างามและมั่นใจในทุกย่างก้าว บนถาดสเตนเลสตรงหน้าเธอคือ "The Phoenix Reborn" — ช็อกโกแลตกานาชสอดไส้ราสเบอร์รี่เปรี้ยวหวานกลมกล่อม ตกแต่งด้วยแผ่นน้ำตาลไอซิ่งบางเบาดั่งปีกนกที่กำลังโผบินขึ้นจากกองขี้เถ้า ขนมชิ้นนี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติอันเป็นเลิศที่ผสมผสานความขม ความหวาน และความเปรี้ยวได้อย่างลงตัวราวกับรสชาติของชีวิต แต่เบื้องหลังมันคือหยาดเหงื่อ ศักดิ์ศรี และการเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงที่ธันวาพยายามจะเหยียบย่ำ เมื่อคณะกรรมการลงคะแนนชิม ธันวานั่งมองรินลดาจากเก้าอี้ประธานด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งความรู้สึกผิด ความทึ่ง และความลุ่มหลงที่เพิ่งถูกปลุกเร้าขึ้นมาในยามที่สายเกินแก้ แววตาที่เธอมองตรงมายังเขามันว่างเปล่า... ไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความแค้น มีเพียงความเยือกเย็นของชัยชนะที่เด่นชัดเสียจนเขาเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้าย "และผู้ชนะเลิศการแข่งขันทำขนมระดับชาติประจำปีนี้..." พิธีกรลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายบนใบหน้าของเหล่าผู้ร่วมงาน "...ได้แก่... เชฟรินลดา จากสตูดิโอเบเกอรี่ 'Sweet Vengeance' ครับ!" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วฮอลล์ รินลดาแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดและทรงพลังที่สุดในชีวิตของเธอ เธอก้าวมารับถ้วยรางวัลเกียรติยศจากมือของคณะกรรมการ โดยมีธันวานั่งมองอยู่ไม่ไกล สายตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งสอง มีเพียงกระแสอารมณ์อันเชือดเฉือนที่พวยพุ่งราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จหลังเวทีเต็มไปด้วยเสียงแสดงความยินดี แต่รินลดาเลือกที่จะปลีกตัวออกมายังระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดผ่านเส้นผมสลวย สายตาทอดมองไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีที่เธอทวงคืนกลับมาได้สำเร็จ "เก่งมากนี่..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดทางด้านหลัง รินลดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความเคร่งเครียดแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ ร่างสูงหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนระเบิดออกมา "เธอจงใจใช้การแข่งขันนี้เพื่อตบหน้าฉัน... ใช่ไหมรินลดา?" รินลดาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตนิ่งสนิทไร้ซึ่งความหวั่นไหวริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเยาะหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ตบหน้าคุณเหรอคะ?" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ดิฉันแค่มารับสิ่งที่ควรจะเป็นของดิฉันด้วยความสามารถของตัวเองต่างหากค่ะ... ถ้าคุณรู้สึกเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ก็คงต้องโทษความเย่อหยิ่งโง่เขลาของคุณเอง ที่คิดว่าเงินทองจะสามารถซื้อได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ รวมถึงศักดิ์ศรีของคนอื่นด้วย" ธันวากัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจ เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีค่าอะไรในชีวิต แต่วันนี้เธอกลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเขาแทบไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่เคียงข้าง "เรื่องเด็กคนนั้น..." ธันวาตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ติดค้างอยู่ในลำคอออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "เด็กผู้หญิงที่เดินชนฉันในงาน... เธอชื่ออะไร... และ... เธอใช่ลูกของฉันกับเธอใช่ไหมรินลดา!" รินลดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กำแพงน้ำแข็งอันเย็นชาจะถูกยกขึ้นมาปิดกั้นไว้อย่างรวดเร็ว เธอมองหน้าอดีตสามีด้วยแววตาที่เย้ยหยันและสมเพชระคนกัน "ลูกของคุณงั้นเหรอคะ?" รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขใดๆ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาถามหาคำว่าพ่อจากปากของคนที่เคยบอกว่าเด็กคนนี้เป็น 'ภาระ' ที่ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้ากันคะ, คุณธันวา?" ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสองเข้าที่กลางกระหม่อม ร่างกายชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อคำตอบนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ เขาก้าวเข้าไปหมายจะคว้าแขนเธอไว้เพื่อเค้นหาความจริง ทว่าจังหวะนั้นเอง ประตูระเบียงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงในชุดกระโปรงฟูฟรุ้งที่วิ่งเข้ามาหาแม่ด้วยรอยยิ้มสดใส "คุณแม่ขา! คุณน้าคีย์บอกว่าเราไปทานไอศกรีมฉลองชัยชนะกันได้แล้ว—เอ๊ะ?" เด็กหญิงหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่ใกล้กับมารดา ดวงตากลมโตสีนิลถอดแบบมาจากธันวาไม่มีผิดเพี้ยนกะพริบปริบๆ ก่อนที่เด็กน้อยจะเอียงคอแล้วเอ่ยทักทายด้วยความไร้เดียงสา "คุณลุง... คนที่หนูเดินชนเมื่อกี้... ทำไมหน้าตาคุ้นๆ จังเลยคะ?" ธันวาร่างแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิติดลบ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสองคู่—คู่หนึ่งคืออดีตภรรยาที่มองมาด้วยแววตาสะใจและไร้ความปรานี ส่วนอีกคู่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองที่เอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย—กำลังประสานสายตากดดันเขาจนแทบสิ้นสติ และก่อนที่ธันวาจะทันได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากลำคอ รินลดาก็เอื้อมมือไปโอบไหล่ลูกสาวเข้าหาตัวอย่างปกป้อง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาแล้วเอ่ยประโยคพิฆาตที่ทำให้โลกทั้งใบของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในพริบตา... "จำหน้าเขาไว้ให้ดีนะคะลูก... เพราะคนๆ นี้... ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่เคยทิ้งพวกเราไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อนยังไงล่ะคะ" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความแซ่บสะใจนี้ร่วมกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%