กลิ่นไอความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงไม่สามารถชะล้างความอึดอัดที่สถิตอยู่ภายในห้องประชุมใหญ่ของธันวากรกิจได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงา สะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้ากระจกใสบานยักษ์ ทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของมหานคร แต่หัวใจของเขากลับว่างเปล่าและหนתเหน็บยิ่งกว่าความมืดมิดในห้วงอวกาศ
ภาพของรินลดาก้าวพ้นประตูห้องไปพร้อมกับคีย์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนกรีดแทะความรู้สึกของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่แค่การจากไปของอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าไร้ค่า แต่มันคือการสูญเสียการควบคุม—สิ่งเดียวที่ธันวาไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิต
"ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมการบริหารส่งจดหมายด่วนที่สุดมาถึงห้องทำงานแล้วครับ..." เลขานุการหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "เรื่องข่าวฉาวของตระกูล... และผลกระทบต่อหุ้นของบริษัทในเครือเวลานี้ กำลังดิ่งลงเหวอย่างหยุดไม่อยู่แล้วครับ"
ธันวาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้คนสนิทเงียบเสียงลง ความกดดันไม่ได้มาจากเสียงกังวลของลูกน้อง แต่มาจากเอกสารฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา—เอกสารที่เปรียบเสมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ธันวาหันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง พ่อตาเก่าและผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นๆ ยืนเรียงหน้ากระดานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและตักเตือน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่สร้างมาหลายทศวรรษกำลังจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
"ธันวา เธอทำให้พวกเราผิดหวังมาก" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นประธานอาวุโส "ข่าวลือเรื่องการทารุณกรรมทางจิตใจอดีตภรรยา และการกีดกันผลงานเบเกอรี่ของเธอเพื่อยกย่องแบรนด์ของตัวเอง... มันกำลังทำลายชื่อเสียงที่เราสร้างมาทั้งชีวิต"
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ รสชาติฝาดเฝื่อนแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก "มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ... ทางเรากำลังจัดการแก้ไข..."
"แก้ไขหรือ?" ผู้ถือหุ้นอีกคนสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเยาะหยันชัดเจน "ตอนนี้ 'Sweet Atelier' ร้านของยัยเด็กบ้านนอกคนนั้นกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่างคีย์ กำลังกวาดส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบหมดแล้ว ลูกค้าแบรนด์เราประกาศคว่ำบาตร และถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อกู้ชื่อเสียง... คณะกรรมการจะใช้มติปลดเธอออกจากตำแหน่งประธานทันที!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ธันวายืนนิ่งสนิท ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สมองอันปราดเปรื่องของนักบริหารคำนวณตัวเลขและสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ทางเลือกถูกบีบให้แคบลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ
ระหว่าง "กำไรมหาศาล" ของบริษัทที่ต้องรักษาเกียรติยศและความยิ่งใหญ่เอาไว้ กับ "ชื่อเสียงและความรับผิดชอบทางศีลธรรม" ที่เขาไม่เคยสนใจใยดี แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นเงื่อนตายที่รัดคอเขาแน่นหนา
"ผมจะแถลงข่าว..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แม้แต่ตัวเขาเองยังแปลกใจ "ผมจะยอมรับความผิดพลาดทั้งหมดในอดีต และ... จะคืนลิขสิทธิ์สูตรขนมทั้งหมดให้กับรินลดา"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ Dัจนระเบิดขึ้นในห้องประชุมทันที ประธานอาวุโสจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน "เธอบ้าไปแล้วรึเปล่าธันวา! นั่นมันมูลค่าหลายร้อยล้านนะ! การทำแบบนั้นเท่ากับเธอยอมคุกเข่าให้ผู้หญิงคนนั้นเหยียบหน้ากลางสาธารณชนเลยนะ!"
"ถ้าผมไม่ทำ..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นอาวุโส แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้กลับมีร่องรอยของความเจ็บปวดร้าวลึกที่ถูกปิดบังไว้ไม่มิด "...ผมก็จะสูญเสียเธอไปตลอดกาล... แบบไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้อีก"
เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือการไถ่บาปครั้งสุดท้าย บาปที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือคู่นี้เอง ความโลภและความเย่อหยิ่งทำให้เขาผลักไสเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตให้หลุดลอยไป ตอนนี้... ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีที่เขาหวงแหนนักหนา เพื่อซื้อโอกาสในการไถ่โทษ
ธันวาตัดสินใจก้าวออกจากห้องประชุมโดยไม่สนเสียงทักท้วงใดๆ อีก เขาตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน คว้ากุญแจรถและแฟ้มเอกสารสำคัญที่เตรียมไว้สำหรับเซ็นโอนสิทธิ์ หัวใจเต้นรัวด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะยังไม่สายเกินไปที่เขาจะไปยืนตรงหน้าเธอ เพื่อบอกคำที่ติดค้างอยู่ในลำคอมานานหลายปี
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวช่างวังเวงและบีบคั้นหัวใจ ธันวามุ่งหน้าไปยังร้านเบเกอรี่ 'Sweet Atelier' ที่ตั้งอยู่ย่านชานเมือง สถานที่ซึ่งรินลดาใช้เป็นรังรักแห่งใหม่—รังรักที่ไม่มีเขาอยู่ในนั้น
เมื่อรถจอดสนิทหน้าร้าน ธันวาลงจากรถโดยไม่สนเม็ดฝนที่ซัดสาดลงมาบนเรือนผมและเสื้อสูทราคาแพง แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากภายในร้านส่องลอดกระจกใสออกมา เผยให้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
รินลดากำลังยืนยันความงดงามของเค้กชิ้นสุดท้ายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมบ้านกัน ข้างๆ เธอคือคีย์ที่ยืนมองด้วยสายตากรุ่มกริ่มและเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ทั้งคู่ดูเข้ากันราวกับภาพวาดชั้นดี
ธันวากลั้นหายใจ ผลักประตูกระจกเข้าไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ ดึงดูดสายตาของคนทั้งคู่ให้หันมามอง รินลดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นชาไร้ระลอกคลื่น
"คุณมาทำไมที่นี่?" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"ริน..." ธันวาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย มือหนายื่นแฟ้มเอกสารในมือออกไปข้างหน้า "ผม... ผมเอาเอกสารการโอนสิทธิ์ทุกอย่างมาให้คุณแล้ว ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ขอแค่..."
"คุณคิดว่าทุกอย่างมันซื้อกลับมาได้ด้วยกระดาษไม่กี่แผ่นงั้นเหรอคะ, ธันวา?" รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เยືือกเย็นและน่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยิน "คุณสายไป... สายไปนานแล้ว"
ในวินาทีที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากอ้อนวอน สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นประตูห้องพักด้านหลังร้านที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย เงาเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยราวๆ สามขวบในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งออกมา พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกชื่อคนๆ หนึ่ง
"คุณแม่คะ! น้องพายหิวขนมแล้วค่ะ... เอ๊ะ! คุณอาใจร้ายคนนั้น เป็นใครเหรอคะคุณแม่ ทำไมถึงมาร้องไห้ล่ะคะ?"
ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อม ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิติดลบ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เมื่อเด็กหญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ และเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา—ใบหน้านั้น ดวงตานั้น และรอยยิ้มนั้น... ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ, "เมฆหมอกสีชมพู"
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 12
จุดเริ่มของโศกนาฏกรรม
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!