"จำหน้าเขาไว้ให้ดีนะคะลูก... เพราะคนๆ นี้... ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่เคยทิ้งพวกเราไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อนยังไงล่ะคะ"
น้ำเสียงของรินลดาที่กระซิบกับเด็กชายตัวน้อยในอ้อมกอด ราบเรียบทว่าเย็นเยียบเสียจนธันวาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าถึงกับชาดิ่งไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจในยามวิกาล ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นในร้านเบเกอรี่ของคีย์ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความตกตะลึงระลอกใหญ่ที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
ธันวานิ่งค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งสำหรับซีอีโอหนุ่มผู้ควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ แต่ในวินาทีนี้ สมองของเขากลับว่างเปล่า ภาพเด็กชายวัยกำลังน่ารักที่ซุกใบหน้าออดอ้อนอยู่กับซอกคอของรินลดาเมื่อครู่ วนเวียนกลับมาฉายซ้ำในหัวสมองราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกรอวน
ดวงตากลมโตคู่นั้น... สันจมูกโด่งรั้นนั่น... และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักได้รูปที่แม้จะกำลังบึ้งตึงใส่เขา มันช่างถอดแบบมาจากกระจกเงาในห้องทำงานส่วนตัวของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง ริน..." เสียงของธันวาแห้งผาก ลมหายใจสะดุดติดอยู่แค่ลำคอ ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่งที่เขามองข้ามมาตลอด—ความจริงที่ว่าโลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวเขา และการกระทำอันไร้เยื่อใยในอดีต ได้ทิ้งร่องรอยแห่งชีวิตที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะประเมินค่าเอาไว้เบื้องหลัง
รินลดาค่อยๆ วางร่างเล็กของลูกชายลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม เธอย่อตัวลงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสงبนิ่ง ราวกับไม่ได้ใส่ใจผู้ชายที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... แววตาที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธันวา เพราะมันไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความตัดพ้อ และที่สำคัญที่สุด... มันไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ สิ้นเชิง
"แปลกใจอะไรหรือคะคุณธันวา" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มที่มุมปากช่างเย็นชาเสียจนบาดลึกถึงกระดูก "คิดว่าผู้หญิงที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานีในวันนั้น จะต้องจมอยู่กับความทุกข์ระทมไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือคะ? เปล่าเลยค่ะ... โลกไม่ได้ใจร้ายกับฉันขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"ริน... เด็กคนนั้น... เขา..." ธันวาขยับริมฝีปากจะเอ่ยถาม แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต ความอบอุ่น ความผูกพัน และสายใยเลือดเนื้อที่เขาเพิ่งได้รับรู้การมีอยู่
เขานึกย้อนไปถึงช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จ ตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด และบ้านหลังใหญ่โตที่ไร้ซึ่งเสียงหัวใจ ค่ำคืนนับพันผ่านไปท่ามกลางความเงียบงันและความโดดเดี่ยว มีเพียงกาแฟขมๆ กับเบเกอรี่รสชาติไร้ชีวิตชีวาที่แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ เขาเคยคิดว่านั่นคือความสำเร็จสูงสุดของชีวิต... จนกระทั่งได้มาลองชิมเค้กฝีมือของรินลดาในวันนี้
กลิ่นหอมหวานละมุนที่อบอวลด้วยความใส่ใจ รสสัมผัสที่ละมุนละไมแต่ล้ำลึก ชวนให้โหยหาอดีตที่เขาเคยผลักไส รสชาติที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากลับมาเต้นไหวอีกครั้ง... และตอนนี้ เขาก็เพิ่งกระจ่างแจ้งว่า รสชาติแบบนั้น ความสุขที่แท้จริงแบบนั้น มันคือสิ่งที่เขาเคยครอบครองไว้ในมือ แต่กลับทิ้งขว้างมันไปอย่างไม่ใยดีด้วยความโง่เขลาของตนเอง
"ลูกชายฉันค่ะ" รินลดาตอบแทนคำถามที่เขายังเอ่ยไม่จบ น้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนทุกถ้อยคำ "ลูกของฉันกับสามีใหม่... เอ๊ะ หรือคุณคิดว่าผู้หญิงที่ถูกคุณไล่ออกมาจากบ้านอย่างไร้ค่า จะต้องกอดทะเบียนสมรสเก่าแล้วร้องไห้คร่ำครวญหาคุณไปตลอดชีวิตกันคะ?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่กวาดเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดของธันวาให้หายวับไปกับตา หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สามีใหม่? รินลดามีคนอื่นแล้วอย่างนั้นหรือ? ความคิดที่จะครอบครองเธอกลับคืนมา หรือการชดใช้ความผิดในอดีต พังทลายลงในพริบตาเมื่อได้ยินคำว่า 'สามีใหม่'
ทว่า ในขณะที่ธันวากำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความเสียใจและหึงหวงอย่างไร้สิทธิ์ คีย์ที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์อยู่เงียบๆ มาโดยตลอด ก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยัน ก่อนจะเดินเข้ามาโอบไหล่บางของรินลดาไว้อย่างสนิทสนม
"ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เชิญกลับไปเถอะครับคุณธันวา" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ร้านเรากำลังจะปิดแล้ว และครอบครัวเราก็ต้องการเวลาส่วนตัว... รสนิยมของคุณอาจจะเปลี่ยนไป อยากลิ้มลองความหวานขึ้นมาบ้างหลังจากกินแต่ความเย็นชามานาน แต่เสียใจด้วยนะครับ ของบางอย่าง... ต่อให้คุณอยากได้แค่ไหน มันก็ไม่มีวันวนกลับมาเป็นของคุณอีกรอบหรอกครับ"
ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนเจ็บปวด เขาสบตากับคีย์อย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเบนสายตาไปที่รินลดา หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภรรยาผู้ภักดี แต่บัดนี้เธอกลับยืนอยู่อย่างสง่างามเคียงข้างชายอื่น โดยมีสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองยืนเกาะชายผ้าทอดมองด้วยความแปลกแยก
บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบระเบิด แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งที่เพิ่งสำนึกผิด กับหญิงสาวที่ลุกขึ้นมาทวงคืนศักดิ์ศรี กำลังมาถึงจุดแตกหักที่ไม่มีวันหวนกลับ
ธันวากัดฟันกรวด สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่าน เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยื้อสถานการณ์นี้ไว้—
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะทันได้ขยับ ประตูร้านเบเกอรี่ที่ปิดสนิทไปแล้ว กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของเลขานุการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้าน โดยมีซองเอกสารสีน้ำตาลชุ่มเหงื่ออยู่ในมือ
"ท่านประธานครับ! เรื่องด่วนที่สุดครับ!" เลขานุการหนุ่มละล่ำละลักละลานตาด้วยความตระหนก "ผลการตรวจสอบประวัติย้อนหลังและเอกสารสิทธิ์ร้านเบเกอรี่ของคู่แข่งที่เรากำลังจะซื้อกิจการ... ปรากฏว่า... ปรากฏว่าชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริง... คือคุณรินลดาครับ!"
ธันวาชะงักกึก ศีรษะหันขวับกลับมามองหน้าอดีตภรรยาอีกครั้งด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ขณะที่รินลดาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ... รอยยิ้มที่หวานหยดแต่เย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ
..................................................................................
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความดราม่าครั้งนี้นะคะ* — เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ•ตอนที่ 14
รสนิยมที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานกับผู้บริหารไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!